Home Blog Page 57

มิตซูบิชิ โรงงาน 3 รับรางวัล ธงขาวดาวเขียว ประจำปี 2567

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โรงงาน 3 รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว ประจำปี 2567 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

บรรยายภาพ : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายธีรุตม์ บุตรเลิศเจริญ (ซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายกลยุทธ์สิ่งแวดล้อม บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว ประจำปี 2567 จาก นายธีรวุฒิ เจริญสุข รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 2) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในพิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมประจำปี 2567

กรุงเทพฯ – 10 กุมภาพันธ์ 2568 : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โรงงาน 3 รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมประจำปี 2567 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเป็นการยกย่องความเป็นเลิศในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์การตรวจประเมินทั้งหมด 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ โดยโรงงาน 3 ได้รับรางวัลนี้ต่อจากโรงงาน 1 และ 2 ที่ได้รับรางวัลเดียวกันในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นจะเติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับสังคมไทย

สำหรับรางวัลธงขาว-ดาวเขียว มุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมมาใช้ในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการโรงงาน ทำให้เกิดการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานและความโปร่งใส อีกทั้งยังสนับสนุนให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โรงงาน 3 ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศตามหลักเกณฑ์การตรวจประเมินครบทั้ง 5 มิติ เริ่มจาก มิติกายภาพ แสดงถึงความเป็นเลิศในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางกายภาพทั้งองค์รวม ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน มิติเศรษฐกิจ โรงงาน 3 ได้รับการยกย่องจากการดำเนินโครงการนักศึกษาฝึกงาน MMTh Talent Internship Program ที่มอบโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงในโรงงานที่ทันสมัย พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจชุมชน โดยอนุญาตให้ร้านค้าชุมชนเข้ามาค้าขายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ให้เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ

ภายใต้ มิติสิ่งแวดล้อม โรงงาน 3 ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม และการรับรองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จากการนิคมอุตสาหกรรม ทั้งยังมีระบบและผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด พร้อมด้วยระบบการจัดการน้ำเสียที่มีการหมุนเวียนน้ำในระบบพ่นสี และมีการควบคุมคุณภาพตลอดเวลา ระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ไม่มีการนำกากอุตสาหกรรมไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ (Zero Landfill) และมีการรณรงค์ส่งเสริมการแยกขยะในองค์กร โดยมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สีฐานน้ำ (Water-Based Paint) ในกระบวนการพ่นสีทั้งยังติดตั้งระบบบำบัดมลพิษอากาศชนิด Regenerative Thermal Oxidizer เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ก่อนปล่อยอากาศสู่สิ่งแวดล้อม มีการตรวจวัดค่ามลพิษและควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน โรงงาน 3 มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานที่มีกำลังการผลิต 7.6 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 6,200 ตันต่อปี การติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง LED และจัดทำโครงการและนวัตกรรมอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อประหยัดพลังงานซึ่งจะช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ความมุ่งมั่นในด้านสิ่งแวดล้อม ยังรวมถึงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement Policy)  โดยจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น และปราศจากส่วนประกอบที่เป็นโลหะหนักอันตราย รวมไปถึงโครงการรากกล้าแห่งความยั่งยืน (Root for Sustainability) เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปูทางสู่แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

ภายใต้ มิติด้านสังคม โรงงาน 3 ได้รับการยกย่องในด้านโครงการให้ความรู้เรื่องการแยกขยะและการรีไซเคิล รวมถึงโครงการภายในองค์กรต่างๆ เช่น โครงการมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดี มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการศึกษาในสังคมไทย โดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนปีละ 100 ทุน โครงการมอบระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่สร้างพลังงานมากกว่า 50 กิโลวัตต์ ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 ปี โครงการวิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในจังหวัดชลบุรี โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการอย่างต่อเนื่องร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และการได้รับการรับรองมาตรฐานโรงงานสีขาวจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสำหรับการส่งเสริมกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น

ด้าน มิติการบริหารจัดการ โรงงาน 3 ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 จากทียูวี (TÜV) พร้อมด้วยใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 และการดำเนินนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว

รางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ริเริ่มโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในปี 2550 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัย มุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อการประกอบการของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานที่ได้รับธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 แบ่งเป็นโรงงานที่ได้รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว จำนวน 177 โรงงาน และโรงงานที่ได้รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวทอง จำนวน 51 โรงงาน เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม

Isuzu 2.2 MAXFORCE MAXDEAL จัดโปรแรงสะใจ

Isuzu 2.2 MAXFORCE MAXDEAL โปรแรงสะใจ งานใหญ่สุดฟิน” ลุ้นรับทองคำ รวมมูลค่ากว่า 1,900,000 บาท

“Isuzu 2.2 MAXFORCE MAXDEAL โปรแรงสะใจ งานใหญ่สุดฟิน” พิเศษสำหรับลูกค้าจองรถปิกอัพ  อีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 22 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,900,000 บาท นอกจากแคมเพจ์นพิเศษ ภายในงานยังจัดเต็มความบันเทิงจากศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิเช่น วิน-เมธวิน โบกี้ไลอ้อน และดีเจพุฒ-พุฒิชัย พร้อมด้วยพิธีกรมากความสามารถ เป๊ก-เปรมณัช โบ-ธนากร และดีเจคิว พร้อมเพิ่มความสนุกกับกิจกรรม LIVE สุดฟิน สกาย-นานิ และ เต-นิว ที่จะมามอบความสุขและมอบโชคให้กับทุกคนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา และ 19 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต จ.นนทบุรี

วันที่ : 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม : พบกับคู่เพื่อนซี้สุดฟิน สกาย-นานิ LIVE on stage พร้อมพิธีกรสุดฮา เจนนี่  ปาหนัน และ มาร์ค ภาคิน (สามารถติดตามชมการ LIVE ได้ทาง Facebook All-New Isuzu D-Max) พบกับ วิน-เมธวิน และโบกี้ไลอ้อน พร้อมพิธีกร เป๊ก-เปรมณัช และโบ-ธนากร

สถานที่ : เซ็นทรัลเวสต์เกต จ.นนทบุรี ลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากอีซูซุ : https://bit.ly/4hHMADY

วันที่ : 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม : พบกับคู่จิ้นสุดฟิน เต-นิว LIVE on stage พร้อมพิธีกรสุดฮา เจนนี่ ปาหนัน และ มาร์ค ภาคิน (สามารถติดตามชมการ LIVE ได้ทาง Facebook All-New Isuzu D-Max) พบกับ พุฒ-พุฒิชัย พร้อมพิธีกร ดีเจคิว

สถานที่ : เซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา ลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากอีซูซุ : https://bit.ly/42yQ6fL

เงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศและได้ใบจองรถ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 23.59 น. (จองรถและได้รับใบจองรถตามวันที่กำหนด) มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท มูลค่า 89,000 บาท จำนวน 22 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้น 1,971,200 บาท ซึ่งแบ่งจับรางวัลออกเป็น 2 ครั้ง ดังนี้ จับรางวัลครั้งที่ 1 ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 (เวลา 13.30 น.) จำนวน 10 รางวัล สำหรับผู้ที่จองรถปิกอัพอีซูซุตามเงื่อนไขฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และจับรางวัลครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 มีนาคม 2568 (เวลา 13.30 น.) จำนวน 12 รางวัล ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) โดยนำข้อมูลสลากของผู้ที่ยังไม่ได้รางวัลในครั้งที่ 1 มารวมกับกองสลากของครั้งที่ 2 (รวมข้อมูลผู้จองรถอีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 ผ่านช่อง Facebook : ISUZU (All-New ISUZU D-Max) และมีกำหนดการแจก ของรางวัลทั้งหมดวันที่ 1 – 6 เมษายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ร่วมสนุกจะต้องรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และทำตามกติกาการร่วมสนุกอย่างครบถ้วนเท่านั้น ถ้าทำตามกติกาการร่วมสนุกไม่ครบไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม ให้ถือว่าสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นโมฆะ ทางบริษัทฯ จะไม่มีความรับผิดชอบใดๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/42zS6V5

วิริยะประกันภัย เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษ

วิริยะประกันภัย เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ให้กับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive เพิ่มความสบายใจขณะเดินทางต่างประเทศ

วิริยะประกันภัย ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive ชูโรงความแตกต่างจากในตลาด ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าคนสำคัญ ภายใต้นโยบาย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” โดยลูกค้าทุกกรมธรรม์จากทุกช่องทางจะได้รับสิทธิพิเศษ ทั้งก่อนและหลังการเดินทาง แบบไม่จำกัด รวมถึงความสบายใจขณะเดินทางต่างประเทศ คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้านหากสูญเสียหรือเสียหายจากอัคคีภัยหรือการโจรกรรม

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดปี 2567 บริษัทฯ ได้มุ่งดำเนินงานตามแนวนโยบาย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในด้านของการบริการและในด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย ล่าสุด บริษัทฯ ได้ยกระดับการให้บริการลูกค้าคนสำคัญผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive ภายใต้ Product Concept  “คุ้มครองรอบโลก คุ้มค่ารอบด้าน” ผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาให้คุ้มครองทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง มีผลประโยชน์วงเงินความคุ้มครองสูงถึง 5,000,000 บาท เพื่อให้สามารถดูแลค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกค้ากรณีเกิดเหตุเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ และสามารถกลับมารักษาต่อเนื่องได้เมื่อกลับถึงประเทศไทย คุ้มครองความล่าช้า การเลื่อน หรือการบอกเลิกการเดินทางจากสายการบิน กระเป๋าเดินทางเสียหายหรือสูญหาย และขณะที่ลูกค้าเดินทางอยู่ที่ต่างประเทศหากทรัพย์สินภายในบ้านสูญเสียหรือความเสียหายจากอัคคีภัยหรือการโจรกรรม ก็จะได้รับความคุ้มครองด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากผลประโยชน์ความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ ลูกค้าทุกกรมธรรม์และจากทุกช่องทางจะได้รับประสบการณ์แบบสุดพิเศษ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการความคุ้มค่าผ่าน Viriyah Privileges ที่พร้อมดูแล ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ตลอดจนถึงหลังการเดินทาง ซึ่งเป็นความพิเศษที่แตกต่างจากในตลาด โดยรวมความคุ้มค่าส่วนลดประเภททัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวจาก KKday, ตรวจเช็คสุขภาพราคาพิเศษที่โรงพยาบาลสมิติเวช, ส่วนลดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ส่วนลดรถรับส่งสนามบินจาก Lineman Ride และอิ่มอร่อยที่ มิสเตอร์ โดนัท อานตี้ แอนส์ โคล สโตน และจองร้านอาหารผ่าน Hungry Hub

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานตัวแทนฯ และสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสมัครง่ายรับกรมธรรม์ได้ทันทีบนช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://vinsure.viriyah.co.th/insurance/travel/v-travel-comprehensive

ท้ายนี้ นางฐวิกาญจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาทุกผลิตภัณฑ์และคัดสรรทุกความคุ้มค่าเพื่อนำมาส่งมอบให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนและดูแลลูกค้าคนสำคัญอย่างดีที่สุดให้สมกับที่ลูกค้าวางใจให้วิริยะประกันภัยดูแล”

วิริยะประกันภัย ครบรอบ 78 ปี เคียงข้างสังคมไทย

วิริยะประกันภัย ครบรอบ 78 ปี องค์กรแห่งความมั่นคง เคียงข้างสังคมไทย ด้วยความเป็นธรรม ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ที่จะส่งมอบไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยจากรุ่นสู่รุ่น

นางสุวพร ทองธิว ประธานกรรมการบริหาร และนายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรของบริษัททุกภาคส่วน ที่ร่วมปฏิบัติงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ ในการเคียงข้างดูแลความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 78 ปี แห่งความมั่นคงและเป็นธรรม โดยพิธีทำบุญดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัย ต่างร่วมใจกันจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

สำหรับ ปี 2568 นี้ วิริยะประกันภัย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัย ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ โดยยังคงยึดหลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักในการดำเนินงานของบุคลากรวิริยะประกันภัยจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ตามแนวทาง ESG (Environmental Social and Governance) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจประกันวินาศภัยที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการงมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้ลูกค้าอย่างเป็นธรรม และเกิดความพึงพอใจสูงสุด ดั่งนโยบาย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 พร้อมดวลวงสวิง

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 พร้อมแล้ว “จีโน่” และ “แพตตี้” นำทัพนักกอล์ฟไทยและระดับโลก 72 คน ดวลวงสวิง ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ พร้อมด้วยรางวัลโฮลอินวัน ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี และโกล์ดวิง ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 นี้

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แฟนกอล์ฟชาวไทยร่วมลุ้นแชมป์ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลก และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 นำทัพนักกอล์ฟไทยดวลวงสวิงกับ นักกอล์ฟชั้นนำของโลกรวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พิเศษกับรางวัลโฮลอินวัน รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV RS ที่หลุม 16 และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โกล์ดวิง ที่หลุม 8 ซึ่งจะจัดแข่งขันวันที่  20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

มร.โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้ได้สร้างความสุขให้กับแฟนกอล์ฟอย่างยาวนานเป็นครั้งที่ 18 ฮอนด้าในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ตั้งใจยกระดับและขับเคลื่อนความสนุกของการแข่งขันกอล์ฟ ไปพร้อมกับการสานต่อการพัฒนาวงการกอล์ฟสตรีไทย และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ”

“นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น รายการนี้ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาวงการกีฬาผ่านวิสัยทัศน์ ‘Honda Sport Challenge’ เราได้สนับสนุนนักกีฬาและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการก้าวตามความฝันด้านกีฬาของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้เติบโตจนเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความสนใจในกีฬากอล์ฟไปยังกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้น”

“ฮอนด้าขอขอบคุณพันธมิตรและแฟนกีฬา ที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ และขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจที่มากกว่าการแข่งขันกอล์ฟในปีนี้”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จำนวน 72 คน มีสถิติคว้าแชมป์อาชีพรวมในแอลพีจีเอทัวร์ถึง 147 รายการ โดยเป็นแชมป์เมเจอร์ 27 รายการ นำโดยนักกอล์ฟชั้นนำ ท็อป 10 คะแนนสะสมโลกจำนวน 6 คน ได้แก่ รัว หนิง หยิน (มืออันดับ 3 จากจีน) ลิเลีย วู อดีตมือ 1 ของโลก (ปัจจุบันมืออันดับ 5 จากสหรัฐอเมริกา) แฮรัน ริว (มืออันดับ 7 จากเกาหลีใต้) และ ซีลีน บูติเยร์ (มืออันดับ 9 จากฝรั่งเศส) นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟ ชั้นนำจากญี่ปุ่น อาทิ อายากะ ฟูรูเอะ (มืออันดับ 8 แชมป์เมเจอร์ เอวิยอง แชมเปียนชิพ 2024) และ ยูกะ ซาโสะ (แชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2  สมัย ปี 2021 และ 2024) รวมถึง จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลกที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอถึง 2 รายการ ในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ดาว แชมเปียนชิพ และ ซีเอ็มอี กรุ๊ปทัวร์ แชมเปียนชิพ พร้อมรางวัล Aon Risk Reward Challenge และตำแหน่งผู้เล่นที่ทำเงินสูงสุดในทัวร์ประจำฤดูกาล

“จีนรู้สึกภูมิใจมากกับผลงานของตัวเองในฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพ สำหรับรายการนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วไม่ได้ลงแข่งเพราะอาการบาดเจ็บซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับนักกีฬา ตอนนี้หายดีและพร้อมเต็มที่ค่ะ คิดถึงแฟนๆ และบรรยากาศที่อบอุ่นของประเทศไทย ปีนี้หวังว่าทุกคนจะสนุกและมีความสุขไปกับการแข่งขันของพวกเรานะคะ ขอฝากกำลังใจด้วยค่ะ”

นักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันปีนี้รวมทั้งสิ้น 12 คน นอกจาก จีโน่ ยังมี แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ คือ เอเอ็นเอ อินสไปเรชัน แชมเปียนชิพ 2021 (เมเจอร์) และฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ พร้อมด้วย เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 12 รายการ (รวมถึงฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021) พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ (พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2023 และ ดานา โอเพ่น 2024) เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ 2 รายการ (ไอเอสพีเอส ฮันดะ เวิลด์ อินวิเทชันแนล 2021 และแบงค์ออฟโฮป แอลพีจีเอ แมทช์เพลย์ 2023) จัสมิน-ธิฎาภา สุวัณณะปุระ แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (มาราธอน คลาสสิก 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2019 และวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอว์ แชมเปียนชิพ 2024) โม-โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (ฮูเจล-เจทีบีซี แอลเอ โอเพ่น ปี 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2021 และ พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2024) และ เปียโน-อาภิชญา ยุบล พร้อมด้วยนักกอล์ฟรับเชิญชาวไทยอีก 4 คน ได้แก่ ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง ทีมชาติไทยมือสมัครเล่นวัย 18 ปี แชมป์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers  แจน-วิชาณี มีชัย  มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ และ ว่าน-จารวี บุญจันทร์

นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ริโอะ ทาเคดะ อากิเอะ อิวาอิ ชิซาโตะ อิวาอิ และ มิยุ ซาโตะ พร้อมด้วย จอร์เจีย ฮอลล์ (อังกฤษ) แอนนา นอร์ดควิสต์ (สวีเดน) แอนนาเบล ดิมม็อค (อังกฤษ) และ จิอันนา เคลเมนเต (สหรัฐอเมริกา) รวมนักกอล์ฟรับเชิญทั้งหมด 12 คน

ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) กล่าวว่า “การแข่งขัน Honda LPGA Thailand สะท้อนถึงความสำเร็จของไทยในวงการกอล์ฟ เราภูมิใจที่มีนักกอล์ฟอย่าง เอรียา จุฑานุกาล และอาฒยา ฐิติกุล ซึ่งเคยครองอันดับหนึ่งของโลก เป็นแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อีกทั้งการแข่งขันนี้และกิจกรรมนำร่องต่างๆ ยังสอดคล้องกับภารกิจของ กกท ในการพัฒนากีฬาในทุกระดับ ตั้งแต่การสนับสนุนการแข่งขันจนถึงการพัฒนาเยาวชนและบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสสู่ความสำเร็จในเวทีสากล”

มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่กีฬากอล์ฟหญิงเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ไอเอ็มจีและฮอนด้าได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนและมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่มากกว่ากีฬา เราขอเชิญชวนทุกคนพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาร่วมสนุก พร้อมสัมผัสแรงบันดาลใจในงานฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ทั้งนี้  ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับการสนับสนุนกีฬา หรือ sport marketing ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬาและนักกีฬา ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ การดึงดูดนักลงทุน และการขยายฐานแฟนกีฬา รวมถึงสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีสากล”

นายสมชาย สืบบุญศรีพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สยามคันทรีคลับ กล่าวว่า “สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 54 ปี เป็นสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานของแอลพีจีเอทัวร์ ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านคุณภาพของสนามที่ท้าทาย ทัศนียภาพที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการระดับสากล เราพร้อมแล้วที่จะต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักกอล์ฟและผู้ชมทุกคนอีกครั้ง”

ขอเชิญชวนแฟนกีฬากอล์ฟร่วมชมร่วมเชียร์นักกอล์ฟที่ท่านชื่นชอบในการแข่งขันระดับโลกรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพีได้ทาง  www.hondalpgathailand.com  สิทธิพิเศษสำหรับบัตรเครดิต และบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดทันทีสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD ในทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports

Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7 สาวกแห่ร่วมงานแน่น

Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7 คนแน่นตั้งแต่วันแรก! ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำสุดชิ

สุดยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันแรก! กับงาน Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7 FEATURING FRIENDS เทศกาลมอเตอร์ไซค์และดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ณ โกดังเสริมสุข เจริญนคร เต็มไปด้วยบรรยากาศสุดคึกคักจากเหล่าไบค์เกอร์และแฟนเพลงที่มาร่วมสนุกกันอย่างคับคั่ง

อลังการ! พาเหรดรถจักรยานยนต์กว่า 1,000 คัน ร่วมเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่สร้างสีสันให้กับงาน ก่อนจะต่อด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากพรีเซนเตอร์สุดหล่อ เจษ–เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ที่มาส่งต่อเสียงเพลงและรอยยิ้มให้แฟนคลับได้ฟินกันอย่างใกล้ชิด

จัดเต็มเวทีดนตรีสุดมันส์จากศิลปินแถวหน้า ระเบิดความมันส์ต่อเนื่องตลอดคืนกับไลน์อัปที่ถูกใจสายเจนซี ONLY MONDAY, EBOLA และปิดท้ายด้วยความเดือดจากวงร็อกตัวพ่อ ZEAL ที่ทำให้ทุกคนโยกกันสนั่น พร้อมโซนจัดแสดงสุดพิเศษ! รถแต่ง–ของกิน–ช้อปปิ้ง ครบในที่เดียว ภายในงานยังมีโซน Idea Challenge  ที่รวมไฮไลต์รถแต่งจากสำนักแต่งชั้นนำกว่า 40 ร้าน พร้อมโซนอาหารและตลาดให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ และยังมีร้านแต่งช้้นนำมาให้คัสตอมรถกันมากกว่า 60 ร้านค้า

วันสุดท้ายอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โกดัง เสริมสุข เจริญนคร ที่ขนไลน์อัปศิลปินแน่นเวที นำโดย NONT TANONT, JEFF SATUR, PiXXiE, MOBYe พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ต้าห์อู๋–พิทยา แซ่ฉั่ว โชว์สุดเซอร์ไพรส์มาให้ทุกคนได้สนุกกันแบบจัดเต็ม

ไทยฮอนด้า จัดโปรโมชันสุดพิเศษ ในงาน Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7

ไทยฮอนด้า จัดหนัก! โปรโมชันสุดพิเศษ เฉพาะในงาน ‘Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7’ วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2568 นี้

ไทยฮอนด้า ชวนไบค์เกอร์และผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์สุดมันส์มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุกแบบยกกำลังสอง พร้อมขนทัพโปรโมชันสุดพิเศษเอาใจสายสองล้อในงาน ‘Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7 FEATURING FRIENDS’ Bike Music Festival อันดับหนึ่งของเมืองไทยที่รวมดีลสุดคุ้มสำหรับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่น ทั้งดอกเบี้ยสุดพิเศษ Gift Voucher และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย เตรียมพร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โกดังเสริมสุข เจริญนคร

นำโดยรถจักรยานยนต์รุ่นคอมมิวเตอร์พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับรุ่นยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น

•New Honda Giorno+ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%

•All New Honda Scoopy ดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0.99% และแพ็กเกจบำรุงรักษารถ (HSP) ฟรี 2 ปี หรือ 18,000 กม. รวมถึงรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 50,000 กม.

•All New Honda PCX160 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% รับฟรี! หมวกกันน็อก H2C Helmet Collection มูลค่า 3,200 บาท

•New Honda Forza350 และ New Honda ADV350 ดอกเบี้ยพิเศษ 4.55% พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมทริป 3FIFTY ณ จังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 22-23 มีนาคม 2568 มูลค่า 8,000 บาท

ตามด้วยฮอนด้าบิ๊กไบค์ ที่มาพร้อมโปรโมชันโดนใจ ทั้ง XL750 Transalp, CBR500R, CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch  ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี รวมถึงทะเบียน และ พ.ร.บ. พร้อมรับ เสื้อแจ็คเกต Honda x Alpinestar สุดพิเศษ มูลค่า 4,500 บาท

•XL750 Transalp ดอกเบี้ยพิเศษ 3.29% พร้อมรับ Gift Voucher มูลค่า 25,000 บาท (สามารถใช้ได้ที่ Honda Bigwing ทุกสาขา)

•CBR500R ดอกเบี้ยพิเศษ 3.55% พร้อมรับ Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท (สามารถใช้ได้ที่ Honda Bigwing ทุกสาขา)

•CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch ดอกเบี้ยพิเศษ 3.55% พร้อมรับ Gift Voucher มูลค่า 15,000 บาท (สามารถใช้ได้ที่ Honda Bigwing ทุกสาขา)

ตามด้วย CUB House by Honda ที่ยกขบวนรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จะสายซน สายเท่ สายคลาสิกก็ห้ามพลาด! โปรโมชันพิเศษจัดเต็มเฉพาะในงานเท่านั้น

•รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%

•ฟรี! ทะเบียน และ พ.ร.บ.

•Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท (สำหรับใช้ที่ร้าน Customize Shop และ Honda Collection ภายในงาน)

•รับ CUB House Helmet คละสี 1 ใบ มูลค่า 990 บาท

•ฟรี! แพ็กเกจ True Vision Now 3 เดือน (เฉพาะรุ่น Dax และ C125)

•ฟรี! เก้าอี้แคมป์ปิ้ง Kitaco จำนวน 1 ตัว (เฉพาะรุ่น CT125)

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุกแบบยกกำลังสองในงาน ‘Honda MEGA FEST PRESENT THE SCOOTER FEST #7 FEATURING FRIENDS’ พบกับไลน์อัพศิลปินที่พร้อมมอบความมันส์ ทั้ง NONT TANONT, JEFF SATUR, PiXXiE, ZEAL, EBOLA, ONLY MONDAY, MOBYe ร่วมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว และ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พร้อมด้วยปาร์ตี้ EDM สุดเร้าใจตลอดสองวัน รวมถึงกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมมอบความประทับใจให้กับสาวกทุกสาย ทั้งสายรถ สายดนตรี สายแฟชั่น และสายอาร์ต

งานนี้เข้าร่วมฟรี! ใครไม่มีมอเตอร์ไซค์ก็สามารถเข้าร่วมได้ ลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://thescooterfest.net

และสำหรับลูกค้าที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถลงทะเบียนได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (ที่เข้าร่วมกิจกรรม) พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

วอลโว่ ประกาศความสำเร็จ เดินหน้าสู่ความมุ่งมั่นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

บรรยายภาพ : (กลาง) คุณคริส เวลส์ – กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ขวา) คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ – ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย) คุณถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ – ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารประสบการณ์ลูกค้า บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่  4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่

ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า fully electric มีสัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยเป็นสัดส่วนสูงสุดที่เคยมีมาตั้งแต่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้า fully electric ในปี 2022 ซึ่งความนิยมของ Volvo EX30 ส่งผลให้รถรุ่นดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย Volvo EC40 และ EX40 ที่มียอดขายที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่าๆ กัน สำหรับรถปลี๊กอินไฮบริดนั้นมีสัดส่วนยอดจำหน่ายรวมที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรถสไตล์เอสยูวี รุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo XC60 และ XC90 ที่ยังคงสร้างความสนใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการเติบโตของรถใหม่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศการเติบโตของรถวอลโว่มือสองไมล์น้อยคุณภาพดี อย่าง Volvo Selekt Approved Used Cars ว่ามียอดจำหน่ายที่โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2023

มร.คริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ ประเทศมาเลเชีย กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจกับผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์วอลโว่ และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

แม้ว่าความท้าทายจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของเรา โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2025 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ เราเชื่อว่าด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอทั้งในส่วนของรถไฟฟ้า fully electric และรถปลั๊กอินไฮบริด จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต อีกทั้งความพรีเมียมของแบรนด์ที่ทำให้ วอลโว่ คาร์ แตกต่าง และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

Volvo EX90 Sand Dune Exterior

สานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในปี 2025 ในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางเป้าหมายเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าในอนาคต

Volvo EX90 Vapour Grey Extrior

เริ่มในไตรมาสแรกของปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์เอสยูวี รุ่นเรือธงอย่าง Volvo EX90 ให้แก่ลูกค้า ซึ่ง EX90 นำเสนอนิยามบทใหม่ของเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยของ วอลโว่ คาร์ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปในการประมวลผล ผ่านการทำงานของซอฟ์แวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ความปลอดภัย, การเชื่อมต่อ และข้อมูล บนแพลตฟอร์มที่สามารถอัพเกรดเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

Volvo EX90

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า fully electric รวมถึงรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเท่านั้นในอนาคต

ในแง่ของการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้วางแผนในการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) แห่งใหม่ พร้อมวางแผนการขยายบริการ Volvo Mobile Service ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความนิยมของลูกค้าที่สนใจรับบริการเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นบริการที่มีความสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถรับบริการได้จากที่บ้านหรือสถานที่ที่นัดหมาย ประหยัดเวลาการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ  พร้อมกันนี้ยังได้รับความอุ่นใจว่าช่างที่มาให้บริการได้รับการอบรมตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์

Volvo EX90 Sand Dune Exterior

เนื่องด้วยความเข้าใจในสภาวะของตลาด และเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ร่วมถึงเปิดบริการ SMART Repair Service ซึ่งเป็นการบริการซ่อมความเสียหายขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่เกิดขึ้นกับตัวรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของวอลโว่ แทนที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชิ้น ซึ่งการซ่อมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน และมีราคาประหยัด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ เพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้องการนำเสนอให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกคน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมทริป TANK 300 HEV และ GWM HAVAL JOLION เปิดประสบการณ์สุดพิเศษ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมทริปกับผู้ใช้รถ GWM TANK 300 HEV และ GWM HAVAL JOLION สร้างประสบการณ์แสนอบอุ่นและประทับใจในการเดินทางสุดพิเศษ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์จริง ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2568 – เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ใช้งานชาวไทยกับบริษัทฯ ร่วมออกทริปพร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงเรื่องราวประสบการณ์การใช้งานรถยนต์กับลูกค้า GWM TANK 300 HEV สู่เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี และครอบครัวฝูงสิงโตอารมณ์ดีอย่าง GWM HAVAL JOLION รุ่น Sport และรุ่น ULTRA ที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการเข้าร่วมทั้งสองทริปนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของลูกค้าต่อการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิเศษต่างๆ กับลูกค้าผู้ใช้งานจริง พร้อมรับฟังเสียงของผู้บริโภคภายใต้กลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หรือ User-Centric อย่างแท้จริง ซึ่งลูกค้าถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ประเดิมทริปแรกแห่งปี ที่่รวมพลครอบครัวสายลุยกับ GWM TANK 300 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสายพันธุ์ดุ มุ่งหน้าสู่เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 25 – 26 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ในระยะทางทั้งสิ้นกว่า 450 กิโลเมตร สัมผัสประสบการณ์พิเศษกับการแคมปิงที่ระดับความสูง 1,207 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางลมหนาวรับปีมะเส็งในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง พร้อมความงดงามที่สะกดทุกสายตาด้วยดวงดาวเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน และทางช้างเผือกที่ทอดยาวเหนือศีรษะ โดย “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” แห่งนี้ มีภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าสลับแนวเขาสูงตระหง่าน ที่ท้าทายขีดความสามารถในการขับขี่ของบรรดาสายลุย โดยตลอดทั้งเส้นทาง GWM TANK 300 HEV ได้พิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่งและความสามารถรอบด้านได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและการขับขี่แบบออฟโรด ด้วยระบบขับเคลื่อนสุดล้ำ ทั้งระบบ 4WD แบบเรียลไทม์อัจฉริยะ ในระหว่างการเดินทางขึ้นสู่เขาพะเนินทุ่งที่มีทั้งทราย หิน และลำธาร ลูกค้าทุกท่านได้มีโอกาสใช้งานระบบอัจฉริยะต่าง ๆ มากมายของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Off-road Cruise Control) ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) และกล้อง 360° ที่จะทำให้ผู้ร่วมทริปได้มองเห็นทุกอุปสรรคได้ชัดเจน ในขณะที่ทริปจบลงไปแล้วแต่เรื่องราวความสุขและความประทับใจยังคงดำเนินต่อ ผู้ใช้ GWM TANK 300 HEV ทุกคนล้วนภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ กับดีไซน์สไตล์ BOXY ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะดุดตา รวมถึงสมรรถนะ ระบบช่วยการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วตลอดทั้งเส้นทาง มอบการขับขี่ที่สะดวกสบาย ไม่เมื่อยล้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายลุยได้อย่างลงตัว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับลูกค้า โดยร่วมมือกับ HAVAL JOLION Sport Club นำฝูงเจ้าสิงโตอารมณ์ดี ทั้งรุ่น Sport และรุ่น ULTRA พร้อมครอบครัวกว่า 40 ท่าน มุ่งหน้ารับลมหนาว ณ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยระยะทางไป-กลับ จากกรุงเทพฯ รวมกว่า 800 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา การเดินทางในครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบและสะดวกสบาย โดยในทริปนี้ ครอบครัว GWM HAVAL JOLION ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและทัศนียภาพอันงดงามของพระตำหนักเขาค้อ, จุดกางเต็นท์ไปรษณีย์เขาค้อ, เจดีย์กาญจนาภิเษก, Amazing Dinosaur เขาค้อ ก่อนปิดท้ายทริปด้วยการสักการะพระธาตุผาซ่อนแก้วที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม ประดับประดาด้วยกระจกหลากสีแวววาวระยิบระยับใต้แสงแดด โดยครอบครัว GWM HAVAL JOLION ได้แสดงความประทับใจจากประสบการณ์การใช้งานจริง ทั้งจากห้องโดยสารที่กว้างขวาง สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยและครบครัน อาทิ ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB) ที่สร้างความมั่นใจในการขับขี่ รวมถึงความประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ให้ความหนึบ เกาะถนนดี แม้ในขณะเข้าโค้งที่ความเร็วสูง พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองฉับไว แม้ในเส้นทางขึ้นและลงจากเขาค้อที่เป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว GWM HAVAL JOLION ก็ทำให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างมั่นใจและง่ายดาย ทำให้ทริปนี้ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ยังปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของเราด้วยดีเสมอมาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางไปพร้อมกับครอบครัว GWM TANK 300 HEV และ GWM HAVAL JOLION รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ท่าน ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมร่วมสร้างความสุขและความทรงจำที่ดีร่วมกัน โดยตลอดทั้งปี 2568 นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพกับผู้ใช้งานรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกรุ่น มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ จากการร่วมทริปทั้งสองทริปกับลูกค้า เรายังได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับประสบการณ์ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมทริปกับบรรดาลูกค้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ของเราอีกด้วย โดยมีจุดหมายปลายทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของครอบครัวผู้ใช้ของเราอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีไปด้วยกัน”

วิริยะประกันภัย จัดพิธีลงนามเซ็นสัญญาคู่ค้า ภาค 5 (ภาคใต้)

นายนที ไชยกาล ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานงานคู่ค้าสินไหมทดแทนรถยนต์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทน บริษัทฯ นำคณะผู้บริหาร จัด “พิธีลงนามเซ็นสัญญาคู่ค้า ภาค 5 (ภาคใต้)” ประจำปี 2568 – 2569 พร้อมร่วมลงนามเซ็นสัญญากับคู่ค้า ซึ่งประกอบไปด้วย อู่โครงการมาตรฐานวิริยะประกันภัย อู่เฉพาะกิจ ร้านกระจก รถยก และร้านซ่อมทรัพย์สิน ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการด้านการจัดซ่อม ให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มคู่ค้า ในการดำเนินการทางธุรกิจร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออันแข็งแกร่ง อันจะนำไปสู่การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ณ โรงแรมแก้วสมุย รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดพิธีลงนามเซ็นสัญญากับกลุ่มคู่ค้า ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ณ ห้องคริสตัลแกรนด์บอลรูม โรงแรมคริสตัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงจัด “พิธีมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณให้กับศูนย์ซ่อมที่ได้รางวัลชนะเลิศ ด้านการพัฒนาดีเด่น ของภาคใต้ ประจำปี 2567” อีกด้วย

สำหรับ การดำเนินพิธีลงนามดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ได้แถลงนโยบายของบริษัทฯ เพื่อสื่อสารแนวทางการพัฒนาการจัดซ่อมที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มคู่ค้า เพื่อพัฒนากระบวนการซ่อมแซมและการบริการให้มีมาตรฐานสูงสุด และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาวต่อไป