นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ใหม่ จะสร้างความประทับใจให้กับคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตทันสมัย ด้วยคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ติดตั้งเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน และรองรับมาตรฐานยูโร 6 ที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งให้ประสบการณ์ประทับใจกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ใหม่ พร้อมจะสร้างความสนุกในทุกเส้นทาง ในแนวคิด “KICKS ON. GAME ON. หรือ อิสระใหม่แบบคิกส์”
“KICKS ON. GAME ON. หรือ อิสระใหม่แบบคิกส์” สะท้อนจิตวิญญาณของ นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ใหม่ ที่พร้อมปลุกความเร้าใจในทุกการขับขี่ ให้ความมั่นใจที่จะเริ่มต้นทุกการเดินทางด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม และสนุกกับประสบการณ์ที่จะขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า
สำหรับการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ในปีนี้ ซูซูกิได้ยกทัพยนตรกรรมมาจัดแสดง โดยนำเสนอไฮไลต์สำคัญอย่าง ALL NEW SUZUKI FRONX สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุดที่พร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างลงตัว พร้อมด้วยการเผยโฉม ALL NEW SUZUKI e VITARA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเปี่ยมประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานจริงในยุคปัจจุบันให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
ALL NEW SUZUKI FRONX ถือเป็นยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งล่าสุดได้สร้างความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล “THE YOUNG ICONIC SUV AWARD” จากเวทีรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Car of the Year 2026 เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงภาพลักษณ์อันโดดเด่นรวมถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
อีกหนึ่งรุ่นที่ซูซูกินำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้คือ ALL NEW SUZUKI e VITARA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาความหลากหลายในยนตรกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ALL NEW SUZUKI e VITARA พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานตามเอกลักษณ์ของซูซูกิ เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ALLGRIP-e เทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมมอบเสถียรภาพการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพผิว สามารถรองรับการชาร์จไฟทั้งแบบกระแสสลับ และการชาร์จเร็วด้วยกระแสตรง เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานสูงสุด
นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเผยโฉม ALL NEW SUZUKI e VITARA ในงานนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณภาพอันเป็นมาตรฐานสากลและดีไซน์ที่โดดเด่น จะทำให้รถรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างน่าสนใจ”
ทั้งหมดนี้คือการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘SUZUKI Cause We Care เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน
•บีวายดี ประเทศไทย และเรเว่ ออโตโมทีฟ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เปิดตัวทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 4 รุ่น ภายใต้แบรนด์ BYD ครอบคลุมทั้งขุมพลัง EV และ PHEV เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีเรเว่ ออโตโมทีฟ เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนการจัดจำหน่าย
•ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดนำโดย BYD ATTO 1, BYD ATTO 2, BYD SEAL 6 และ BYD SEALION 5 DM-i พร้อมตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยทัพยานยนต์จาก BYD และ DENZA รวมกว่า 40 คัน ที่ยกขบวนนวัตกรรมมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิดที่บูธบีวายดี
•สัมผัสข้อเสนอสุดพิเศษจาก เรเว่ ออโตโมทีฟ อาทิ ‘2026 Motor Show Guarantee Campaign’ และ ‘แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน’ (Lifetime Warranty) ในราคาสุดพิเศษที่จัดมาเพื่อลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ประกาศศักยภาพความยิ่งใหญ่ในงาน Motor Show 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลกด้วยการเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นล่าสุดพร้อมกันถึง 4 รุ่น ภายใต้แบรนด์ BYD เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือกับ เรเว่ ออโตโมทีฟ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ยนตรกรรมที่เปิดตัวในครั้งนี้เป็นรถยนต์ ที่พร้อมออกจำหน่ายจริงเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ด้วยนวัตกรรมล่าสุดและอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน มุ่งมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย นอกจากนี้ ภายในพื้นที่จัดแสดงของ BYD และ DENZA ทุกท่านจะได้สัมผัสกับทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่รุ่นล่าสุดอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสิ้นกว่า 40 คัน ที่ยกขบวนมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของ บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ในการส่งมอบตัวเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย
นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ภาคภูมิใจที่จะประกาศว่า เราคือบริษัทยานยนต์รายแรกของประเทศไทย ที่เปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่น ภายใต้แบรนด์ BYD โดยแต่ละรุ่นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงประเภทตัวถังที่แตกต่างกัน ครอบคลุมทั้ง Hatchback, SUV และ Sedan ทั้งยังมีให้เลือกทั้งขุมพลัง EV และ PHEV พร้อมเสริมความแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ BYD และ DENZA เรามั่นใจว่าไม่ว่าท่านจะมองหารถยนต์แบบใดอยู่ จะมีคำตอบที่ใช่ซึ่งพร้อมตอบทุกความต้องการอันหลากหลายของท่าน อยู่ที่บูธของ เรเว่”
นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เหตุผลที่ เรเว่ เปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่นภายใต้แบรนด์ BYD มิใช่เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกยานยนต์ใหม่ ให้กับผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหนทางของการก้าวสู่ความยั่งยืน จากการลดการสร้างมลพิษและใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ซึ่งเกิดจากประชากรรถยนต์ EV และ PHEV จาก BYD ที่มากขึ้นบนถนนไทย นอกจากนั้น ในงานยังมีทัพนวัตกรรมยานยนต์จาก BYD และ DENZA ซึ่งมากด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพ การันตีด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม Thailand Car of The Year 2026 ทั้ง 8 สาขา มาให้ทุกท่านสัมผัสอีกด้วย”
•เปิดตัวครั้งแรกของไทย 4 รุ่นยานยนต์พลังงานใหม่จาก BYD
•ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยทัพรถยนต์ BYD และ DENZA ดีกรีรางวัล Thailand Car of the Year 2026 ครบทั้ง 8 รุ่น
-BYD DOLPHIN การันตีคุณภาพด้วยรางวัล THE MOST POPULAR HATCHBACK EV ยนตรกรรมแฮตช์แบ็กไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว โดดเด่นในรุ่น Extended ด้วยหลังคากระจกพาโนรามิกและระยะทางวิ่งสูงสุด 490 กิโลเมตร* ขณะที่รุ่นเริ่มต้นมอบความคุ้มค่าด้วยหน้าจอสัมผัสปรับหมุนไฟฟ้า 12.8 นิ้ว และระบบความปลอดภัยครบครัน โดย BYD DOLPHIN มีราคาเริ่มต้นเพียง 549,900 บาท
-BYD SEAL 5 DM-i การันตีคุณภาพด้วยรางวัล BEST PLUG-IN HYBRID SEDAN UNDER 1,500 CC ยืนหนึ่งในกลุ่มซีดานขุมพลัง DM-i Super PHEV ที่โดดเด่นด้วยการใช้เชื้อเพลิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบอัตราประหยัดสูงสุดถึง 28.6 กิโลเมตรต่อลิตร* แม้ในช่วงสถานะแบตเตอรี่ต่ำ (Low SOC) ห้องโดยสารกว้างขวางด้วยระยะฐานล้อยาวสุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน BYD SEAL 5 DM-i ให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 599,900 บาท
-BYD SEALION 6 DM-i (รุ่น Premium) ยนตรกรรม SUV เจ้าของรางวัล BEST PLUG-IN HYBRID SUV UNDER 1,500 CC ที่ผสานอัจฉริยะแห่งขุมพลัง DM-i Super PHEV เข้ากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงได้อย่างลงตัว มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 18.3 kWh มอบอิสระในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 104 กิโลเมตร* ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างประหยัดและไร้มลพิษ พร้อมรองรับการเดินทางไกลอย่างไร้กังวลด้วยระบบไฮบริดที่ชาญฉลาด ให้การตอบสนองที่ฉับไว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบและนุ่มนวลในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดย BYD SEALION 6 DM-i พร้อมให้คุณสัมผัสในราคาเริ่มต้นเพียง 859,900 บาท
-BYD SEAL ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานไฟฟ้า เจ้าของรางวัล BEST MID–SIZE SEDAN EV (RWD) โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนล้อหลังที่มอบความเร้าใจในทุกเส้นทาง ผสานความหรูหราเหนือระดับด้วยหลังคากระจกพาโนรามิก 2 ชั้น เคลือบสาร Silver-Plated ช่วยกรองแสงและลดความร้อนสู่ห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนความประณีตด้วยหัวเกียร์คริสตัล (Crystal Shifter) และดื่มด่ำกับสุนทรียภาพตลอดการเดินทางด้วยเครื่องเสียง DYNAUDIO 12 ลำโพง ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง ให้พละกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 7.5 วินาที พร้อมมอบอิสระในการเดินทางด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 510 กิโลเมตร* โดย BYD SEAL พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเริ่มต้นเพียง 989,900 บาท
-BYD ATTO 3 เจ้าของรางวัล BEST SELLING SUV EV รถยนต์ SUV ขุมพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสะสมสูงสุด ครบครันด้วยหลังคาซันรูฟพาโนรามิก เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งยังมีหน้าจอสัมผัสปรับหมุนไฟฟ้าขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับลำโพง 8 ตำแหน่ง สะดวกสบายกับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย และแท่นชาร์จไร้สาย ทั้งยังมั่นใจในทุกการขับกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 60.48kWh ขับได้ไกลสุด 480 กิโลเมตร* BYD ATTO 3 มีราคาเริ่มต้นที่ 669,900 บาท
-BYD M6 เจ้าของรางวัล BEST STATION WAGON EV รถยนต์ STATION WAGON ขุมพลังไฟฟ้าที่ดีที่สุด พัฒนาขึ้นการใช้งานของสมาชิกทุกคนในครอบครัว มีให้เลือกทั้งรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม BYD Blade Battery ขนาด 71.8 kWh ขับขี่ได้ไกลสุดเป็นระยะทาง 530 กิโลเมตร* และยังมีเทคโนโลยี VtoL สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกนอกรถได้ BYD M6 มีราคาเริ่มต้นที่ 859,900 บาท
-BYD SEALION 7 การันตีคุณภาพด้วยรางวัล BEST MID-SIZE SUV EV (RWD) ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่สะท้อนความสง่างามผ่านงานออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลก Wolfgang Egger พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ด้วยสมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงพลัง ให้กำลังสูงสุด 380 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้อย่างฉับไวเพียง 6.7 วินาที มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยี BYD Blade Battery ขนาด 82.5 kWh ที่ช่วยให้ขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 567 กิโลเมตร* โดย BYD SEALION 7 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,900 บาท
โดยในงาน Motor Show 2026 ฮอนด้า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนการใช้ชีวิตอย่างอิสระผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ผ่านการจัดแสดงทั้ง 4 โซนหลักภายในบูท แบ่งเป็น
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชูเจเนอเรชัน Neue Klasse นำทัพรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุด บุกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
•“Neue Klasse” รุ่นแรก บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport พร้อมด้วย i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ และ 330e M Sport รุ่นพิเศษ M Performance Edition จำนวนจำกัดเพียง 33 คัน ร่วมนำทัพไลน์อัพบีเอ็มดับเบิลยู
•มินิปักหมุดโมเมนต์ประวัติศาสตร์ด้วยอีกหนึ่งรุ่นพิเศษ มินิ John Cooper Works Electric 1965 Victory Edition ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชัยชนะครั้งสำคัญในรายการมอนติคาร์โล แรลลี่ ปี 1965
•บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด นำเสนอสมดุลที่ลงตัวที่สุดระหว่างความคล่องตัวบนท้องถนนและความลุยแบบออฟโรด ในบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ใหม่
ไม่ว่าจะเป็นแพ็คเกจบริการ BMW Service Inclusive แบบขยายเวลาความคุ้มครอง ฟรี ประกันภัยชั้น 1 อัตราดอกเบี้ยและผ่อนรายเดือนแบบพิเศษ และการันตีราคาขายผ่านโปรแกรม BMW Freedom Choice
รุ่น
ข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู X1
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม หรือ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาทฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็มการันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู iX1
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาทฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีการันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 220 M Sport
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม หรือ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice ผ่อนเริ่มต้น 12,999 บาทฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็มการันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice ผ่อนเริ่มต้น 15,999 บาทฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็มการันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 320Li M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปีขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาท เฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์กับข้อเสนอพิเศษ “140 Years of Innovation Offer”
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประเดิมเปิดตัว The all-new electric CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของปี 2569 ชูคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” กับการเผยนิยามความเป็นที่สุดของยนตรกรรมแห่งอนาคต การันตีผ่านรางวัล “Car of the Year 2026” และมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว (5-Star Rating) จาก EURO NCAP พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนที่หลงใหลในโลกของยานยนต์ร่วมเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ
“140 Years of Innovation Offer” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
มร.คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงาน Motor Show 2026 เราต้องการทำให้บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นจุดหมายปลายทางของทุกคนที่หลงใหลในโลกของยานยนต์ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) นับตั้งแต่คาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) สร้างรถยนต์คันแรกของโลกในปี 2429 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ถูกวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เฉลิมฉลองผ่านการจัดกิจกรรมระดับโลกภายใต้ธีม “140 Years, 140 Places” ในการนำรถยนต์ระดับแฟล็กชิปอย่าง
“The new S-Class” เดินทางไปยัง 140 สถานที่ทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์โลกและประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ โดยมีระยะทางการเดินทางรวมกว่า 50,000 กิโลเมตร ครอบคลุม 6 ทวีป และจะเดินทางมายังประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
•โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นาน 4 ปี
•ดอกเบี้ย 0% นาน 72 เดือน
สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ในงาน Motor Show 2026
เดอะมอลล์ กรุ๊ป มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับ พร้อมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นที่กำหนด ในงาน Motor Show 2026
จะได้รับโอกาสในการเทียบเชิญให้เป็นสมาชิก Platinum M Card และ Platinum VIP The Mall Lifestore เพื่อเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งและการใช้ชีวิตเหนือระดับในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป รวมถึงบริการ Exclusive Parking Space ณ The Mall Lifestore Bangkapi และ Exclusive Driving Experience Trip อีกมากมาย
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เปิดจักรวาลแห่งยนตกรรม YAMAHA THE UNIQUEVERSE โชว์ความสุดในทุกทางตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีสองล้อ ผ่าน PROTO PHEV และ PROTO HEV ในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างเนรมิตบูทภายใต้แนวคิด “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” ผ่านการออกแบบพื้นที่บูทที่เปรียบเสมือน “จักรวาลแห่งความยูนีค” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมสุดยูนีคไว้ในพื้นที่บูท ถ่ายทอดโลกแห่งประสบการณ์ที่หลอมรวมเทคโนโลยี ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ให้กับลูกค้า พร้อมเผยโฉมเทคโนโลยีแห่งอนาคต PROTO PHEV และ PROTO HEV ยนตรกรรมที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนารถจักรยานยนต์ เพื่อความยั่งยืน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการนำเสนอเทคโนโลยี PROTO PHEV และ PROTO HEV ซึ่งเคยเผยโฉมในงาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025 ณ กรุงโตเกียว โดยเป็นการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่ผสานสมรรถนะการขับขี่เข้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 35% เมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ในระดับเดียวกัน สะท้อนวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการก้าวสู่อนาคตของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์”
นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ใหม่ในบูทว่า “ในปีนี้บูท ยามาฮ่าได้นำเสนอความ “สุดทุกทาง” ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ โดยมีรุ่นเด่นอย่าง ALL NEW YAMAHA AEROX SP ที่มาพร้อมระบบ YECVT ชามไฟฟ้า สะท้อนถึงความเป็นซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก ท๊อปคลาส 155 ซีซี. NEW YAMAHA TRACER9 GT ที่มาพร้อมกับ New Matrix LED headlight ครั้งแรกที่นำมาสู่รถมอเตอร์ไซค์ เพื่อตรวจจับสภาพการจราจรรอบข้าง และควบคุมการทำงานของไฟหน้า LED แต่ละดวง เพื่อรักษาทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยยิ่งขึ้น และใน NEW YAMAHA TRACER9 GT+ เสริมระบบเรดาร์ที่ทำงานร่วมกับระบบ Adaptive Cruise Control ช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทาง โดยรักษาความเร็ว และระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างเหมาะสม สะท้อนสมรรถนะของรถสปอร์ตทัวริ่งระดับสูง รวมถึง NEW YAMAHA R9 และ NEW YAMAHA R15M รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี ซึ่งตอกย้ำดีเอ็นเอของความเป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังขยายมิติของแบรนด์สู่ไลฟ์สไตล์ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ OUTDOOR FASHION SPECIAL EDITION ได้แก่ GRAND FILANO HYBRID – CLASSY RIDE OUT, FAZZIO – EASY RIDE OUT และ PG-1 – PLAYFUL RIDE OUT ที่สะท้อนความหลากหลายของผู้ใช้งานยุคใหม่ และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันควบคู่กับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยติดชุดแต่งในสไตล์ OUTDOOR จากโรงงานให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของในราคาที่คุ้มที่สุด รวมถึง NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID สีใหม่ ทั้งในรุ่น Smart Key 3 สี และ รุ่น Lite 4 สี
พร้อมการเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ SR400 FINAL LIMITED EDITION รถระดับตำนานของ YAMAHA กับ สี Double Sunburst สุดพิเศษ พร้อมนาฬิกา G-SHOCK SR400 FINAL LIMITED EDITION ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 700 คัน โดย RUN NUMBER ตั้งแต่ 001-700 และเปิดราคา NEW YAMAHA TMAX ลายฉลองครบรอบ 25 ปี MAX SERIES