พร้อมกันนี้ เรายังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมผ่านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่ได้รับรางวัล Gold Award จากเวที iF Design Award 2026 ซึ่งสะท้อนความโดดเด่นด้านการออกแบบในระดับสากล และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาไลน์อัป EV ของฮอนด้า เพื่อรองรับการเดินทางแห่งอนาคตอย่างมั่นใจ”
•“New Honda GOLDWING” รถจักรยานยนต์ทัวร์ริ่งระดับท็อปคลาส หนึ่งในตำนานทัวร์ริ่งไบค์ระดับโลก ภายใต้คอนเซปต์ “GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป” มาพร้อมสีใหม่ Pearl Deep Mud Gray และ Gunmetal Black Metallic สะท้อนความหรูหราและความสะดวกสบายในทุกการเดินทางอย่างลงตัว โดยสีเทา-ดำ Pearl Deep Mud Gray วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 1,375,000 บาท และ สีดำ Gunmetal Black Metallic ราคาแนะนำที่ 1,385,000 บาท
•New Honda GB350C H2C x KITACO Special Edition ยกระดับความคลาสสิคเฮอริเทจด้วยชุดแต่งจาก H2C by Honda และ Kitaco แรงบันดาลใจจากยุค 50’s ตอกย้ำภาพลักษณ์รถคลาสสิกคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นที่ครบทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 175,500 บาท
ขณะที่ CUB House by Honda ยังเติมสีสันให้ภายในงานด้วยการเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ แบ่งเป็น
•“New Honda Monkey FTR Limited Edition” มินิไบค์รุ่นพิเศษดีไซน์ลิมิเต็ดที่นำแรงบันดาลใจจากรถแข่ง American Flat Track มาตีความใหม่อย่างมีเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซปต์ “UN-FLATED SPIRIT จิตวิญญาณความชน…ที่ไม่เคยเรียบ” โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ Classic Tri-Color ดีไซน์ตัวถังสีขาวตัดน้ำเงิน พร้อมแถบกราฟิก สีแดงสไตล์อเมริกันแท้ เสริมด้วย Soft Emblem Honda Classic Wing กลิ่นอายตำนานยุค 80’s ร่วมด้วย Serial Number เอกลักษณ์เฉพาะคัน และ Racing Red Seat พร้อมลายปัก Logo Monkey ให้ลุคแสบซ่า รวมถึง FTR Meter Visor ชุดบังไมล์สไตล์เรโทร และ FTR Number Plate แผ่นกันความร้อนท่อที่เติมเต็มสไตล์สุดซ่า อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือหมวกกันน็อกเต็มใบสไตล์โมโตครอส FTR125 Mini Tracker Helmet ดีไซน์เข้าเซ็ต โดยเปิดให้จองในช่วงงานมอเตอร์โชว์เท่านั้นตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ในราคาแนะนำ 121,900 บาท
•การรวมตัวครั้งแรกของ CUB House x OVER Racing มาตรฐานความเท่จากญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนแต่งคุณภาพสูงที่ผสานทั้งดีไซน์และสมรรถนะได้ ภายในงานเผยโฉมชุดแต่ง 2 รุ่น 2 สไตล์ให้สัมผัสจริง ของ “Dax125” สำหรับสายเท่ และ “CT125” สำหรับสายลุย ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการยกระดับสไตล์และความแตกต่างในแบบของตนเอง
•รถฟอร์ด ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี /150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
ฟอร์ดยังคงสานต่อการดูแลลูกค้าเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ ด้วยแนวคิดการบริการแบบ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวด้วยนวัตกรรมการบริการที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ ควบคู่การมอบความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการมอบการบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้ง Ford app และ Line OA Ford Thailand เช่น ระบบนัดหมายเข้าศูนย์บริการ การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง เพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถผ่านโปรแกรมบำรุงรักษาและแพ็กเกจบริการที่หลากหลาย และสิทธิประโยชน์จาก Ford Rewards Club เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน
อีซูซุ จัดเต็มครบทุกไลน์อัพ ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ชูคอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” พร้อมอวดโฉมทัพรถแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย ร่วมจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” จัดเต็มยนตรกรรมมาอวดโฉมรวมทั้งสิ้น 15 คัน นำทัพโดยรถรุ่นมาตรฐานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รวม 10 คัน ทั้งในรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ พร้อมชูไฮไลต์ทัพรถแต่งพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาเจอครั้งแรกได้ที่งาน ที่พร้อมสะกดทุกสายตา ตลอดจนมอบข้อเสนอสุดเร้าใจกับแคมเพจ์นแห่งปี “MAXFORCE MAX DEAL” ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมัน PT รวมมูลค่ากว่า 5.4 ล้านบาท
สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นี้ อีซูซุตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นและสมรรถนะอันยอดเยี่ยมตามแบบฉบับอีซูซุ ภายใต้คอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” ซึ่งเป็นการนำเสนอที่สะท้อนแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย สื่อถึงเพื่อนคู่ใจที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้รถชาวไทยในทุกเส้นทางให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเราได้ดึงเอาความอบอุ่นและความเป็นมิตรของ “ยูจัง” (YUU CHAN) มาสคอตใหม่ล่าสุดจากอีซูซุ ผ่านมุมมอง 3 มิติบนจอ LED ขนาดใหญ่ ที่ให้ภาพเสมือนจริงมาผสานกับความเป็นยนตรกรรมที่โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวของ “ISUZU D-MAX… THE ONE & ONLY” พร้อมด้วย MU-X “THE NEXT PEAK” เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาว่าอีซูซุพร้อมจะยืนหยัดเป็นเพื่อนคู่คิดที่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยในทุกสถานการณ์
โดยอีซูซุได้นำรถมาจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 15 คัน ทั้งรุ่นมาตรฐานยอดนิยมครบทุกไลน์อัพ จำนวน 10 คัน นำโดยรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ รวมถึงอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” ที่ได้นำมาจำหน่ายครั้งแรกภายในงาน และเพิ่มความสปอร์ตเร้าใจกับรถตกแต่งพิเศษหลากสไตล์จำนวน 5 คัน ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสะกดทุกสายตา นำทัพโดย New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์มาโชว์ภายในงาน พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญอย่าง รถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ รถแข่งต้นแบบที่จะใช้ในรายการ “ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026” และ ISUZU V-CROSS 4×4 เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ที่อีซูซุได้ร่วมมือกับ WILD ผู้ผลิตชิ้นส่วนชื่อดังของไทยในการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคันโดยเฉพาะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Dolomite White Pearl มาตกแต่งเพิ่มความดุดันขั้นสุดในสไตล์ Top Secret SPL ครั้งแรกของโลกกับการเผยโฉมโปรเจกต์ “TOP Secret The First PPV” และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น Active สี Dolomite White Pearl ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มาพลิกโฉมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งพิเศษคอนเซปต์ “Premium Tough”
โดดเด่นสะกดทุกสายตากับชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดุดันด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดขอบแดง Garnet Red รับกับไฟหน้าดีไซน์พิเศษที่แทรกเส้นสาย Stylish Red Line สุดโฉบเฉี่ยว และไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS เสริมความสปอร์ตขั้นสุดด้วยกันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated พร้อม Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย สติกเกอร์คาดหน้า-หลังลาย Uptown Vibe และล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารยกระดับความพรีเมียม ด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสอดรับด้วยสีเทาเข้มและ Piano Black นั่งสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง และเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
สิ้นสุดการรอคอยกับการเผยโฉมคันจริงให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก! สปอร์ตออฟโรดที่ต่อยอด DNA ความแกร่งจาก NEW! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” เปิดมิติใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE ที่เปิดตัวล่าสุดไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ตอบสนองฉับไว ขับสนุก และประหยัดน้ำมัน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน กระจังหน้า Multi-layer และสีใหม่ เทา Inishmore Gray Opaque ภายในยกระดับความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดำ พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ มั่นใจทุกการผจญภัยด้วยระบบ Professional 4×4 พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า E-Diff Lock และ Rough Terrain Mode ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. เสริมความดุดันด้วยล้อ LENSO ARGO ขนาด 18 นิ้ว และยาง TOYO OPEN COUNTRY ตอกย้ำความโดดเด่นขั้นสุดด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ SPORT OFF-ROAD จาก WILD เติมเต็มลุคแข็งแกร่งพร้อมลุยทุกเส้นทาง รวม 9 ชิ้น ประกอบด้วยชุดสเกิร์ตกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง คิ้วซุ้มล้อ และชุดตกแต่งกันชนท้าย ในราคาจำหน่ายแนะนำ 32,500 บาท/ชุด (ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569)
•MU-X Top Secret SPL
รถอเนกประสงค์สายสปอร์ตที่นำ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Dolomite White Pearl มาตกแต่งยกระดับความพรีเมียมสปอร์ตขั้นสุดในสไตล์Top Secret ครั้งแรกของโลกกับการเผยโฉมโปรเจกต์ “TOP Secret The First PPV” ที่มี แรงบันดาลใจจากรถเจ็นแรกของ Top Secret ก่อนจะเป็นร่างทองดึงดูดทุกสายตาด้วยชุดแต่งคาร์บอนสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโปรเจกต์ Monza Gold จัดเต็มรอบคันตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า ลิ้นหน้า ครอบกระจกมองข้าง ฝาท้าย ไปจนถึงสปอยเลอร์หลัง จัดทรงสปอร์ตให้รับกับซุ้มล้ออย่างลงตัวด้วยโช้กอัพจาก Profender และอัปเกรดความหนึบด้วยเหล็กกันโคลง โดดเด่น ด้วยล้อและยางสีทอง พร้อมสมรรถนะความแรงทะลุพิกัด 230 แรงม้า ทวีความเร้าใจด้วยชุดท่อไอเสียจาก HKS และอัปเกรดความสปอร์ตภายในห้องโดยสารแบบจัดเต็ม
•MU-X HOT ROD LIMITED EDITION
รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สไตล์พรีเมียมสปอร์ตเรซซิ่งที่นำรถ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น Active สี Dolomite White Pearl ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มาพลิกโฉมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งพิเศษคอนเซปต์ “Premium Tough” ที่ผสมผสานความสปอร์ตดุดันและความพรีเมียมไว้อย่างลงตัว พร้อมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับด้วย การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ MU-X HOT ROD LIMITED EDITION สำหรับมิว-เอ็กซ์ รุ่น Active ราคาขายเริ่มต้น 30,000 บาท/ชุด เมื่อซื้อพร้อมรถ ราคาไม่รวมล้อแม็กซ์และยาง
MU-X HOT ROD LIMITED EDITION โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ตด้วยชุดบอดี้พาร์ท 19 ชิ้น รอบคันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จัดเต็มตั้งแต่ชุดกันชนหน้า ดีไซน์รับกับคิ้วซุ้มล้อหน้าและคิ้วซุ้มล้อหลัง สอดรับกับชุดตกแต่งด้านข้าง และกันชนท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมความโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยชุดสติกเกอร์ตกแต่งลวดลายด้านข้างทรงสปอร์ต ที่ดึงจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจสไตล์ HOT ROD ออกมาได้อย่างเต็มพิกัด
ในบริบทดังกล่าว การจัดงาน Bangkok International Motor Show จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่
GWM เปิดราคา GWM ORA 5 สองขุมพลัง ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวรุ่น HEV 709,000-779,000 บาท และราคาคาดการณ์รุ่น EV 629,000-699,000 บาท* พิเศษเพียง 1,000 คัน พร้อม GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ที่ 1,349,000 บาท เพียง 300 คัน
กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) หลังจากเปิดตัว GWM ORA 5 และได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากชาวไทย รวมถึงแฟน ๆ GWM ORA ที่ต่างรอคอยการมาถึงของยนตรกรรม SUV-B อัจฉริยะทั้งสองขุมพลัง และการคาดเดาถึงราคาจำหน่ายในทั้งสองรุ่น โดยในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นี้ GWM (Thailand) ได้สร้างปรากฏการณ์เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมเรียกเสียงฮือฮา โดย GWM ORA 5 ขุมพลัง HEV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 709,000-779,000 บาท และ GWM ORA 5 EV มาใน 2 รุ่นย่อย เปิดราคาคาดการณ์เริ่มต้นที่ 629,000-699,000 บาท* พิเศษเพียง 1,000 คันแรกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้สร้างความคึกคักให้กับแฟน ๆ ออฟโรดทั่วประเทศด้วยการเปิดรุ่นพิเศษ GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ในสีพิเศษ Jungle Green โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น พร้อมเปิดราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท
GWM ORA 5 HEV มี 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีเทา Mountain Grey, สีขาว Ivory White และสีดำ Onyx Black จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) มีราคาแนะนำช่วงเปิดตัวดังนี้
•GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ราคา 709,000 บาท
•GWM ORA 5 HEV รุ่น Ultra ราคา 779,000 บาท
GWM ORA 5 EV มี 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีเขียว Emerald Green, สีเทา Mountain Grey, สีขาว Ivory White และสีฟ้าหลังคาดำ So Blue โดยภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) (สีเขียว Emerald Green มีสีภายในเฉพาะ Dark Grey (ดำ-เทา)) โดยมีราคาคาดการณ์ดังนี้ (*ราคาขายรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการ EV 3.5)
•GWM ORA 5 EV รุ่น Pro 629,000 บาท*
•GWM ORA 5 EV รุ่น Ultra ราคา 699,000 บาท*
ข้อเสนอด้านราคาของ GWM ORA 5 ทั้ง HEV และ EV ข้างต้น จำกัดจำนวนรวมทั้งสิ้นเพียง 1,000 คันแรกเท่านั้น
โตโยต้า ส่งมอบข้อเสนอ สุดว้าว “โปร Motor Show สบายใจได้สุด ดีลว้าวกับโตโยต้า” พบกับโตโยต้า LAND CRUISER FJ ครั้งแรก ในงาน “The 47th Bangkok International Motor Show 2026”
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดบูธโตโยต้าในงาน “The 47th Bangkok International Motor Show 2026” ภายใต้แนวคิด “CIRCLE OF TRUST” มอบความเชื่อมั่น ในทุกมิติให้กับลูกค้าโตโยต้าไม่ว่าจะเป็น TRUSTED PRODUCT – สบายใจกับรถทุกไลฟ์สไตล์, TRUSTED SERVICES – สบายใจใช้นาน และ TRUSTED ECO SYSTEM – สบายใจสูงสุดกับการครอบครองรถโตโยต้า” นำโดย LAND CRUISER FJ ใหม่ ที่จัดแสดงครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น ครบทุกไลน์อัพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และมีให้ทดลองขับภายในงาน เลือกมั่นใจ กับดีลที่ใช่ เป็นเจ้าของรถได้ง่ายๆ กับแคมเปญ “โปร Motor Show สบายใจได้สุด ดีลว้าวกับโตโยต้า” ในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของโตโยต้า คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน ครอบคลุมทั้งความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้ใช้รถ ภายใต้เครือข่ายการบริการที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ซึ่งผมขอแนะนำรถยนต์โตโยต้ารุ่นต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในงาน Bangkok International Motor Show ปีนี้ เริ่มจาก
Toyota Land Cruiser FJ ที่ได้เปิดตัวแนะนำไปในวันเสาร์ที่ผ่านมา แน่นอนว่า Land Cruiser คือหนึ่งในแบรนด์ระดับตำนานของโตโยต้า ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก ด้วยชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่ง ความทนทาน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม
สำหรับ Land Cruiser FJ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งและทรงพลัง การออกแบบภายใน ให้มีความเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มอบสมรรถนะการลุยทางออฟโรดอย่างแท้จริง รวมถึง เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.7 ลิตร ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านความทนทานและความน่าเชื่อถือ Land Cruiser FJ สะท้อนถึง “ความไว้วางใจ (TRUST)” ตามแบบฉบับของ Land Cruiser ได้อย่างแท้จริง และขณะเดียวกันก็ได้รับการพัฒนาให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นในด้านราคา
TOYOTA LAND CRUISER FJ “Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด”
Toyota Land Cruiser FJ สืบทอดตำนานของ Land Cruiser ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลกมากว่า 70 ปี นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Toyota BJ ในปี 1951 ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นรถยนต์ที่แข็งแกร่ง ทนทาน และพร้อมเผชิญทุกความท้าทายบนเส้นทางสมบุกสมบันทั่วโลก Land Cruiser FJ จึงถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความเชื่อมั่นนี้สู่ยุคใหม่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และความคล่องตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใด Land Cruiser FJ จะพาคุณไปถึงจุดหมายและกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยเสมอ
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ แนะนำโซนรถยนต์ SUV “ลำดับต่อไป ผมขอแนะนำ Toyota Yaris Ativ และ Toyota Yaris Hatchback ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า ส่งผลให้โตโยต้ามีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่ม Eco-car สูงถึง 48.7% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของเรา โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสำเร็จของ ATIV HEV รถยนต์อีกหนึ่งรุ่นย่อยที่โตโยต้าได้แนะนำสู่ไลน์อัพ Trusted HEV ในปีที่ผ่านมา
และในปีนี้ เราได้แนะนำรถซีดาน Corolla Altis รุ่นปรับปรุง ที่เพิ่มรุ่นย่อย Smart HEV ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีไฮบริดของโตโยต้าได้ง่ายยิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มรถ MPV โตโยต้ามี Toyota Veloz และ Toyota Innova Zenix รวมถึง รถมินิแวนระดับลักชัวรีที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด Toyota Alphard และ Toyota Vellfire ที่มาพร้อมการบริการที่ลูกค้าไว้วางใจได้ การรับประกันที่ครอบคลุมยาวนาน และความพร้อมในการส่งมอบรถ
รถยนต์นั่งซีดาน และ MPV-NEW YARIS ATIV HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99% ทางเลือกที่ 2: ผ่อนต่ำเริ่มต้น 4,844 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1 TLT Exclusive Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 3: ฟรีชุดแต่ง Charismo Drift ทุกทางเลือกรับเพิ่ม ฟรีแพ็กเกจเช็คระยะ 10,000 – 50,000 กม.(smart plan) มูลค่ากว่า 9,000 บาท -YARIS ATIV ราคาเริ่มต้น 569,000 บาทรับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1: ผ่อนต่ำเริ่มต้น 3,154 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1 TLT Exclusive Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 2: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1 TLT Exclusive Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 3: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีชุดแต่ง Charismo drift -YARIS ราคาเริ่มต้น 584,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ทางเลือกที่ 1: ผ่อนต่ำเริ่มต้น 2,571 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1 TLT Exclusive Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 2: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1 TLT Exclusive Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 3: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีชุดแต่ง Lusso -COROLLA ALTIS รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2569 ราคาเริ่มต้น 909,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็คระยะ 10,000-50,000 กม. (smart plan) มูลค่ากว่า 10,000 บาท -CAMRY ราคาเริ่มต้น 1,475,000 บาท รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.59% ทางเลือกที่ 2: ฟรี ประกันภัยชั้น1 Toyota Care PHYD ทางเลือกที่ 3: ฟรีชุดแต่ง Charismo Luxe ทุกข้อเสนอรับเพิ่ม ฟรีแพ็กเกจเช็คระยะ 10,000 – 50,000 กม.(smart plan) มูลค่ากว่า 15,000 บาท -VELOZ ราคาเริ่มต้น 795,000 บาท รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1: ผ่อนต่ำเริ่มต้น 2,847 บาท/เดือน (สำหรับเดือนที่ 1-12) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care ทางเลือกที่ 2: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และฟรีชุดแต่ง VELOZ X-URBAN พร้อมโปรแกรมช่วยผ่อน 4,000 บาท/เดือน (สำหรับเดือนที่ 1-6) ทางเลือกที่ 3: ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมโปรแกรมช่วยผ่อน 4,000 บาท/เดือน (สำหรับเดือนที่ 1-6) -INNOVA ZENIX ราคาเริ่มต้น 1,379,000 บาท รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1: รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.79% ทางเลือกที่ 2: ฟรีประกันภัยชั้น1 Toyota Care PHYD ทุกทางเลือกรับฟรีแพ็กเกจเช็คระยะ 10,000 – 50,000 กม.(smart plan) มูลค่ากว่า 14,000 บาท -ALPHARD & VELLFIRE ราคาเริ่มต้น 4,269,000 บาทมีรถพร้อมจำหน่าย และส่งมอบรับข้อเสนอ:ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD พร้อมฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ Smart Plan 10,000 – 50,000 กม. (smart plan) มูลค่ากว่า 11,680 บาท พิเศษสุดเฉพาะในงาน Motor Show รับฟรีชุดแต่ง Modellista จำนวนจำกัด 50 ชุด
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายการแถลงข่าวว่า “ขอเรียนเชิญทุกท่าน เยี่ยมชมบูธของโตโยต้า ภายในงาน Bangkok International Motor Show และเลือกชมรถยนต์รุ่นที่ท่านชื่นชอบ โดยรถยนต์ทุกรุ่น มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น โตโยต้ายังมุ่งมั่นมอบ บริการหลังการขายที่ครบวงจร และได้มาตรฐานภายใต้แนวคิด “Trusted Service” เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านสามารถใช้รถของเราได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจตลอดการใช้งานช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ขอบคุณครับ”
โตโยต้า และเลกซัส ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี กวาดถึง 17 รางวัล “THAILAND CAR OF THE YEAR 2026” อีกรางวัลที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ารถยนต์โตโยต้าและอุ่นใจได้ตลอดการใช้รถยนต์แบรนด์โตโยต้าทุกรุ่น
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำทีมผู้บริหารขึ้นรับ 17 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “THAILAND CAR OF THE YEAR 2026” จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยรางวัลที่ได้รับมีดังต่อไปนี้
1.BEST SELLING BRAND – TOYOTA
2.BEST EXPORT BRAND – TOYOTA
3.BEST SEDAN (UNDER 1,300 CC)
TOYOTA YARIS ATIV NIGHTSHADE
4.BEST HYBRID SEDAN (UNDER 1,500 CC)
TOYOTA YARIS ATIV NIGHTSHADE
5.BEST HYBRID SEDAN (UNDER 1,800 CC)
TOYOTA COROLLA ALTIS HEV GR SPORT
6.BEST MID-SIZE HYBRID SEDAN (UNDER 2,500 CC)
TOYOTA CAMRY HEV PREMIUM Luxury
7.BEST HYBRID SUV (UNDER 1,500 CC)
TOYOTA YARIS CROSS
8.BEST HYBRID MPV (UNDER 2,500 CC)
TOYOTA ALPHARD 2.5 HEV Luxury
9.BEST 4WD PICKUP EV
TOYOTA HILUX TRAVO-e 4TREX
10.BEST 2WD PICKUP (UNDER 2,500 CC)
TOYOTA HILUX REVO D-CAB Z Edition 2.4 Mid AT
11.BEST 4WD PICKUP (UNDER 2,800 CC)
TOYOTA HILUX TRAVO D-CAB Prerunner 2.8 Smart
12.BEST DIESEL 2WD PPV (UNDER 2,400 CC)
TOYOTA FORTUNER LEADER G Plus
13.BEST DIESEL 4WD PPV (UNDER 2,800 CC)
TOYOTA FORTUNER 2.8 GR-S
14. THE ADAPTIVE PLATFORM PIONEER
TOYOTA HILUX CHAMP
15.BEST FUEL ECONOMY PICKUP (UNDER 3,200 CC)
TOYOTA HILUX REVO
16.BEST LUXURY SUV
LEXUS LM 500d Premium
17.BEST MID-SIZE SUV EV (AWD)
LEXUS RZ 500e Premium AWD Steer by wire
รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “THAILAND CAR OF THE YEAR 2026” จัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศ และนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน