- Advertisement -
28.1 C
Bangkok
Home Blog Page 4

เอ็มจัด จัดแคมเปญ ลดกระหน่ำทุกรุ่นส่งท้ายปี 2568

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดข้อเสนอพิเศษที่ครอบคลุมยนตรกรรมทุกขุมพลังการขับเคลื่อน ทั้งกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก และกลุ่มรถยนต์สันดาป เพื่อให้คนไทยได้เป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถในงานฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มาพร้อมกับการคุ้มครองที่มากกว่า กับ MG PREMIUM SHIELD

NEW MG IM6 รถ e-Intelligent SUV  

•ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,299,900 บาท

•MG SHIELD ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 3 ปี หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี

•ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี

•ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น

•สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE

•สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG MAXUS 9

•ราคาเริ่มต้นเพียง 1,799,000 บาท ในรุ่นย่อย V และ Plus

•ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี ในรุ่น V และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี ในรุ่น Plus

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG MAXUS 7

•ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,399,000 บาท

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 3 ปี หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER กับข้อเสนอแรงที่สุดแห่งปี จำนวนจำกัด 90 คันเท่านั้น

•ราคาพิเศษเพียง 849,000 บาท

•ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 2 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•ข้อเสนอพิเศษตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2568

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมข้อเสนอพิเศษที่สุด

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมกับข้อเสนอพิเศษก่อนสิ้นสุดมาตรการอีวี 3.0

•ราคาพิเศษเริ่มต้น 519,900 บาท ในรุ่น D และราคาพิเศษ 629,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน กับ END OF SEASON DEAL ก่อนสิ้นสุดมาตรการอีวี 3.0

•ราคาพิเศษเริ่มต้น 619,900 บาท

•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% ผ่อนนาน 48 เดือน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี

•รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

NEW MG ZS EV รถอีวีที่ใช้งานง่าย กับข้อเสนอ THE LAST OFFER

•ราคาพิเศษเพียง 499,900 บาท ในรุ่น X

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•พิเศษ แลกซื้อ MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง ในราคา 10,000 บาท

•จองผ่านช่องทาง Online Booking บนเว็บไซต์ MGcars.com เท่านั้น

NEW MG EP PLUS

•ราคาพิเศษ 469,900 บาท

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•จองผ่านช่องทาง Online Booking บนเว็บไซต์ MGcars.com เท่านั้น

NEW MG ES

•ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG CYBERSTER

•ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาป พร้อมข้อเสนอพิเศษที่สุดแห่งปี

ALL NEW MG3 HYBRID+ – รถไฮบริดตัวจี๊ด แรงและประหยัด

•ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,516 บาท

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•รับประกันคุณภาพตัวรถนาน และระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG VS HEV

•ผ่อนเริ่มต้น 4,444 บาท

•ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG HS PHEV

•ราคาเริ่มต้น 819,000 บาท

•รับสิทธิ์ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน หรือเลือกรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท นานต่อเนื่อง 20 เดือน (เลือกอยากใดอย่างหนึ่ง และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้)

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG5 PRO

•ดาวน์เริ่มต้น 31,499 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG5

•ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 545,000 บาท เฉพาะรุ่น MY2022

•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ZS

•ราคาพิเศษสุดเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท

•ดาวน์เริ่มต้น 10%

•เลือกรับ เอ็มจี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EXTENDER

•ดาวน์เริ่มต้น 5% สำหรับ MG Extender DC และ GC 

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

เตรียมพบกับยนตรกรรมคุณภาพหลากหลายรุ่นจากแบรนด์ เอ็มจี พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็คเมืองทองธานี และที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MGcars.com

โตโยต้าถนนสีขาว แคมเปญ Save Speeding Loss คว้ารางวัล Gold Award

แคมเปญ Save Speeding Loss โดยโตโยต้าถนนสีขาว คว้ารางวัล Gold Award สาขา Best Use of Media for Good จากเวที MAAT Media Award 2025

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนผ่านโครงการ “โตโยต้าถนนสีขาว” มาอย่างต่อเนื่องกว่า 37 ปี เพื่อร่วมสร้าง “สังคมคนขับรถดี” โดยเน้นการสื่อสารประเด็นสำคัญ “Saveชีวิต หยุดขับเร็ว” (Save Speeding Loss) เพื่อให้เห็นถึงอันตรายของการใช้ความเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในปีที่ผ่านมา แคมเปญ “Save Speeding Loss” ได้มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมผ่านการลดความเร็ว โดยจัดนิทรรศการที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์จากเหตุการณ์จริง ทั้งในมุมของผู้ขับขี่ ผู้ประสบเหตุ และผู้สูญเสียคนที่รัก พร้อมทั้งสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้และลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

ความพยายามดังกล่าวส่งผลให้แคมเปญ Save Speeding Loss” ได้รับรางวัล Gold Award ในสาขา Best Use of Media for Good จากเวที MAAT Media Award 2025 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของสื่อในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

โตโยต้าขอขอบคุณพันธมิตรและทีมงานทุกฝ่ายที่ร่วมกันผลักดันสารสำคัญด้านความปลอดภัยทางถนนให้เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก และจะเดินหน้าพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

โมโตจีพี 2026 สนามเปิดฤดูกาลพร้อมเปิดยิ่งใหญ่

ไทยแถลงความพร้อม เจ้าภาพ “โมโตจีพี 2026” สนามเปิดฤดูกาล ใหญ่ขึ้น-สนุกขึ้น-ผู้ชมมากขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทินแข่งขัน

รัฐบาลไทย นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ซึ่งได้รับเกียรติสูงสุด ขึ้นแท่นสนามเปิดฤดูกาล เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำก้าวสำคัญสู่ปีที่ 7 ที่แข็งแกร่งของไทยบนแผนที่มอเตอร์สปอร์ตโลก พร้อมเดินหน้า สานต่อความสำเร็จ ดันไทยสู่ “ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค” และสร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน จุดพลุคอนเซ็ปต์ “More Than a Race” จัดใหญ่-สนุกขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุดทำลายสถิติเดิม พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรวันแรก กระแสตอบรับดีเยี่ยม ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที

11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) : แถลงข่าวจัดการแข่งขันและเปิดจำหน่ายบัตรชม ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), ดอร์น่า สปอร์ต, จังหวัดบุรีรัมย์, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าว รวมทั้งตัวแทนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์) ทัพสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานมากกว่า 400 คน ถือเป็นงานแถลงข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีของไทย

ภายในงานยังได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยปีนี้ปรับเวลาการจัดจำหน่ายให้เร็วขึ้นกว่าทุกปี รวมทั้งมีการเพิ่มกิจกรรมความสนุก ลุ้นรางวัล และของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งความพิเศษของบัตรชมการแข่งขัน ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษ “3-in-1 Global Exclusive” ในการเข้าชมฟรี 3 กิจกรรมหลักทั้ง Pre-Season Test, Main Race และเป็นบัตรแอดมิชชั่นร่วมกิจกรรมบันเทิง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังเปิดจำหน่าย บัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที

รัฐบาล “เดินหน้า” สานต่อ ThaiGP ดันไทยสู่ “ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค”

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน กล่าวว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ MotoGP เป็นปีที่ 7 และได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลถึง 2 ปีติดต่อกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง คือเอกลักษณ์ ความเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น และการสร้างบรรยากาศที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ไทยอย่างแท้จริง และสร้าง “ภาพจำ” ที่แตกต่างจากทุกสนามทั่วโลก

“ThaiGP เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน “Sport Tourism” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่งและซัพพลายเชนต่างๆ นี่คือ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพ MotoGP”

“จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ไทยต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพออกไปอีก 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) สะท้อนว่า รัฐบาลมีเจตนาชัดเจนในการ “เดินหน้าต่อ” เพราะ ThaiGP เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ฮับของมอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาค” ผ่านการสนับสนุนการแข่งขัน การพัฒนานักแข่งเยาวชน และการใช้ Soft Power สื่อสารภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไปทั่วโลก”

ThaiGP คือ “การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย” สร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กองทุนฯในฐานะหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน MotoGP ได้เห็นถึงพัฒนาการและผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรมของการจัดการแข่งขัน ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ชี้ให้เห็นว่าการจัดการแข่งขันระดับโลกนี้ คือ “เครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศ” ไม่เพียงในมิติของกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระดับโลก

การจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น “การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย” สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน สร้างอาชีพใหม่ในอุตสาหกรรมกีฬา และส่งเสริมเศรษฐกิจของพื้นที่ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของเมืองกีฬาในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเวทีที่ช่วยต่อยอดศักยภาพของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดอร์น่า ชู ThaiGP คือ “ประสบการณ์ครบวงจร” เป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี

ด้าน อัมปาโร ปอร์โต ผู้อำนวยการอาวุโส ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประเทศไทย ผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับความร่วมมืออันยอดเยี่ยมและมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ThaiGP โดยต่อสัญญาไปอีก 5 ปี พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

“ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากของโมโตจีพีในภูมิภาคนี้ ด้วยฐานแฟนกีฬาที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งยังมีศักยภาพในการขยายฐานผู้ชมได้อีกมาก โดยการแข่งขัน ThaiGP ถือเป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี และประสบการณ์ของแฟน ๆ ในสนามก็เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความสำเร็จในด้านการจัดงาน โดยพื้นที่แฟนโซนของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านกิจกรรม ความบันเทิง อาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ ทำให้การแข่งขัน ThaiGP เป็น “ประสบการณ์แบบครบวงจร” ทั้งในและนอกสนาม สะท้อนแนวคิดของโมโตจีพีที่มุ่งให้แฟนๆ ได้สนุกตลอดช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขัน และบุรีรัมย์ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

PTG ทุ่มสุดตัว มอบประสบการณ์ “PT GO FOR MAX” ไตเติ้ล สปอนเซอร์ปีที่ 3

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Title Sponsor ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เปิดเผยว่า “การสนับสนุนนี้เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เราเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน ทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ขยายโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้, สร้างคุณค่าร่วมกันให้กับประเทศและคนไทย”

“ด้วยสโลแกน PT GO FOR MAX เราตั้งใจมอบประสบการณ์พิเศษมากมายให้กับแฟนๆ เพื่อให้ได้รับความสุขแบบ MAX ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานไปจนถึงวันงาน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก PT Max Card Plus บัตรแดง หรือ สมาชิก PT Max Card Plus EV บัตรเขียวอ่อน รับส่วนลดซื้อบัตรเข้าชม 25% และ PT Max Card บัตรเขียว รับส่วนลด 20% นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษทั้ง ลด แลก แจก ช็อป จากทางผลิตภัณฑ์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งสินค้าลิขสิทธิ์สุดพิเศษเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตให้เลือกซื้อมากมาย นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรม Fan Zone, Hero Walk และ Meet and Greet ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ที่ PT Pavilion ที่เดียวเท่านั้น เราจะทำให้การมาเยือนสนามช้างฯ เป็นมากกว่าการชมการแข่งขัน แต่เป็นการได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนทั้งความมันส์ ความคุ้มค่า และความประทับใจที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม”

บุรีรัมย์ พร้อม 100% ชี้ MotoGP สร้างงานกว่า 46,000 ตำแหน่ง

นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะเจ้าบ้าน กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานว่า “ความสำเร็จของ MotoGP นั้น ไม่ได้วัดเพียง 3 วันของการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน บุรีรัมย์ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และที่สำคัญคือการกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงานให้แก่คนในพื้นที่ไปกว่า 46,000 ตำแหน่ง ในตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

ในฐานะเจ้าบ้าน เมืองหลวงแห่งมอเตอร์สปอร์ต จังหวัดบุรีรัมย์พร้อม 100% แล้ว ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับระบบสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย และหัวใจการเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก เราจะยังคงเดินหน้าต่อยอดสิ่งนี้ให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งการได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้งคือโอกาสสำคัญที่ใช้ผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเต็มที่”

จุดพลุคอนเซ็ปต์ “More Than a Race” จัดใหญ่-สนุกขึ้น  ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุด

ปิดท้ายด้วย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับ ThaiGP 2026 จัดในคอนเซ็ปต์ “More than a race” สะท้อนบทบาทของสนามช้างฯ ที่เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เคียงข้างชุมชนในทุกช่วงเวลา ทั้งศูนย์พักพิงช่วงโควิด-19, ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมหลายรายการ โดยการจัดในปีนี้จะยกระดับให้ “ยิ่งใหญ่และสนุกขึ้น” ด้วยกิจกรรมเสริม เต็มรูปแบบตลอด 3 วัน ดังเช่นที่ดอร์น่ายกให้เป็นสนามที่มีกิจกรรมเสริมดีที่สุด โดยจะขยาย Fan Zone ให้ใหญ่และสนุกขึ้น จัดเต็มคอนเสิร์ตระดับประเทศจาก Chang Music Connection และยังคงรักษาความคุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นตั๋ว MotoGP ที่ถูกที่สุดในโลก พร้อมสิทธิพิเศษในการเข้าชม Pre-season Test ฟรี ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP และคาดหวังว่า ปีนี้จะเป็นปีที่สามารถล้มสถิติจำนวนผู้ชมสูงสุด 226,655 คน เมื่อปี 2019 ให้ได้ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีกในสัญญาใหม่ต่อจากนี้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ทั้งนี้ “บัตรเข้าชม โมโตจีพี สนามประเทศไทย 2026” แบ่งเป็น 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน ได้แก่

1. แกรนด์ สแตนด์ (Grandstand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม)

2. ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิดคนโปรด)

3. ไซด์ สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท

4. แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand ) 2,000 บาท

-สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA (พร้อมสิทธิ์ลุ้นชิงโชคและรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน) โดยบัตร Honda Stand รับของที่ระลึก ได้แก่ Cheering Kit มูลค่ากว่า 800 บาททุกที่นั่ง ประกอบด้วย เสื้อยืดสุดพิเศษจากไทยฮอนด้า, หมวก, กระเป๋า, กระบองลมและพัด

-ส่วนบัตร YAMAHA Stand ลุ้นรับรางวัลใหญ่ 2 รางวัล ได้แก่ 1.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็น ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร 2.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า แอร็อกซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็นของ อเล็กซ์ รินส์ รวมมูลค่าของรางวัล 238,700 บาท

ส่วนผู้ชมที่ต้องการซื้อเฉพาะ บัตรชม Pre-Season Test ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการเปิดจำหน่าย บัตร “VIP Lounge โค้ง 12” ครั้งแรก! ราคา 20,000 บาท ซึ่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ เห็นทุกจังหวะตัดสินแชมป์ในโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ด้วยห้องรับรองติดแอร์ พร้อมอาหารระดับพรีเมียม เครื่องดื่มไม่อั้น Wi-Fi และทีวีถ่ายทอดสดแบบชิดติดสนามและสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี! รวมทั้งยังมีการเปิดจำหน่าย “บัตร Paddock Pass” เข้าสู่โซนรับรองของนักแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด ขอลายเซ็น และถ่ายรูปแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ ในราคา 15,000 บาท ซึ่งเมื่อซื้อพร้อมบัตร Main Race จะได้รับส่วนลดพิเศษ 15% เหลือเพียง 12,750 บาท และสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี!

สำหรับ ส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังคงจัดเต็มเช่นเคย โดย PTG มอบส่วนลดในการซื้อบัตรชมการแข่งขัน เพื่อเติมความสุขอย่างเต็ม Max ไม่ว่าจะเป็น บัตรแดง PT Max Card Plus เพียงโชว์บัตรที่ จุดจำหน่าย รับส่วนลด 25%, บัตรเขียว PT Max Card ลด 20% และยังมีกิจกรรมพิเศษ ลด-แลก-แจก-ช้อปภายในงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในเครือ PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs ฯลฯ และยังมีของที่ระลึกโมโตจีพีลิมิเต็ดมากมาย ติดตามได้ที่แฟนเพจ PT Station หรือสิทธิ์ส่วนลด 20% จากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA

แฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit

ยามาฮ่าปลุกพลังไทย รวมใจเชียร์ทีมชาติ ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์

ยามาฮ่าปลุกพลังไทย รวมใจเชียร์ทีมชาติ ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ยามาฮ่าร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยสู่จุดสูงสุดบนเวทีกีฬาอาเซียน ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล”

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยก้าวสู่ความสำเร็จสูงสุด พร้อมร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเป็น “เจ้าเหรียญทอง” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง” สะท้อนพลังความสามัคคีของคนไทยที่พร้อมรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อประเทศ

สำหรับการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้ ทางยามาฮ่ามอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO HYBRID จำนวน 60 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย และแฟนกีฬาชาวไทย โดยมอบให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น รางวัลสำหรับนักกีฬาที่คว้าตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” จำนวน 50 คัน และรางวัลสำหรับผู้โชคดี ที่ร่วมกิจกรรมของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 10 คัน

นอกจากนั้น ยามาฮ่ายังได้จัดกิจกรรมเชียร์ไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างประสบการณ์ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE ให้กับลูกค้ายามาฮ่า พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ตลอดช่วงการแข่งขันซีเกมส์ 9 – 20 ธันวาคม 2568 และอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งประกอบด้วย

•การร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ที่นำโดยผู้บริหาร ผู้จำหน่าย พนักงาน สื่อมวลชน นักแข่งจาก YAMAHA THAILAND RACING TEAM และลูกค้ายามาฮ่า กว่า 295 คน ร่วมวิ่งคบเพลิงใน 4 จังหวัดเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ชลบุรี (แหลมแท่น), สงขลา (หอนาฬิกาหาดใหญ่) และนครราชสีมา (อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี) เพื่อส่งต่อพลัง และประกาศความพร้อมสู่มหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่

•เชิญชวนชาวยามาฮ่าร่วมชมพิธีเปิด–ปิดกีฬาซีเกมส์ และคาราวานเฉลิมฉลองนักกีฬาไทย สุดยิ่งใหญ่

•การเตรียมตัวจัด “คาราวานและพิธีฉลองชัยชนะแก่ทัพนักกีฬาไทย” เพื่อร่วมแบ่งปันความภาคภูมิใจไปทั่วประเทศ

รวมถึงการกิจกรรมสนุกเต็มรูปแบบที่ร้านผุ้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ ที่ตกแต่งโชว์รูมด้วยธีมซีเกมส์สุดเท่ พร้อมมาสคอส YAMAHA FAZZIO ATHLETE MONSTERสุดน่ารัก ร่วมชมถ่ายทอดสดการแข่งขันแมตช์สำคัญผ่านจอใหญ่ และสนุกกับกิจกรรมลุ้นของรางวัลมากมาย อีกทั้งยังได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ โดยการเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และนครราชสีมา

สำหรับท่านที่เดินทางไปชมและเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามราชมังคลาฯ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 ยามาฮ่ายังได้เตรียมบูธ YAMAHA FAZZIO สุดยูนีคให้ร่วมสนุกใน FAN ZONE เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถร่วมสนุกกับยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด และร่วม EXCLUSIVE MEET & GREET กับ YAMAHA THAILAND RACING TEAM, กิจกรรมของรางวัลลิมิเต็ดเฉพาะในงาน พร้อมเครื่องดื่ม และขนมเติมพลังตลอดวัน

ชาวยามาฮ่าสายออนไลน์หน้าจอ ยังสามารถร่วมสนุกบน FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND และ YAMAHA LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND เพื่อเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์จากคนไทยทั่วประเทศ อาทิ

•“ร่วมส่งแรงเชียร์…เป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทย” คัดเลือก 20 ข้อความร่วมเชียร์นักกีฬาไทยสุดเจ๋งจาก FACEBOOK : YAMAHA SOCIETY THAILAND มาโชว์บนจอ LED ขนาดใหญ่บนเส้นถนนบางนาตราด

•สนุกกับ “PHOTO HUNT ตามล่าหา YAMAHA FAZZIO” รถคู่ใจวัยฟาส สำหรับ 20 ท่านที่ถูกคัดเลือก ได้รับ ของรางวัล RARE ITEM

•ชวนชาว YAMAHA FAZZIO มาแชร์ “ขี่ YAMAHA FAZZIO ไปเชียร์ที่ไหนกัน” เพียงแชร์ภาพคู่กับ YAMAHA FAZZIO คันโปรด ภาพที่โดนใจ 20 ภาพ รับเสื้อ #ยามาฮ่าเชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ ฟรี!

•พิเศษสุด…สำหรับลูกค้ายามาฮ่าทุกรุ่นที่เป็นสมาชิก LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND รับบัตรเข้าชมพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ฟรี! จำนวนจำกัด สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้า LINE Official Account ของยามาฮ่าเท่านั้น

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ภูมิใจที่ได้ร่วมหนุนทัพนักกีฬาไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” และขอเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทีมชาติไทยในการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ปีนี้ ร่วมสร้างพลังแห่งความภาคภูมิใจให้กึกก้องทั่วประเทศ “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง”

YAMAHA NMAX TECH MAX คว้ารางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568

All New YAMAHA NMAX TECH MAX คว้ารางวัลใหญ่ “Motorcycle of The Year 2025” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

All New YAMAHA NMAX TECH MAX สร้างความภาคภูมิใจให้ยามาฮ่า คว้ารางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 หรือรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 มาครองได้สำเร็จ จากงานประกาศผลรางวัล Thailand Car, EV & Motorcycle of The Year 2025 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ได้รับเกียรติขึ้นรับรางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.)

โดยในปีนี้ มีรถจักรยานยนต์ผ่านเข้าสู่รอบทดสอบขั้นสุดท้ายจำนวน 6 รุ่น โดย All New YAMAHA NMAX TECH MAX และ All New YAMAHA AEROX ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่ ซึ่ง All New YAMAHA NMAX TECH MAX สามารถทำคะแนนรวมจากการทดสอบ และได้รับผลโหวตจากสื่อมวลชนสูงสุด คว้าตำแหน่ง Thailand Motorcycle of The Year 2025 ไปครองอย่างสง่างาม สะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ความคุ้มค่าคุ้มราคา และเทคโนโลยีครบครันที่ยามาฮ่าตั้งใจพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง อาทิ ดีไซน์ที่ได้รับความนิยมจากยุโรป และมีโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับได้ 2 โหมด ทั้ง Sport Mode และ Town Mode พร้อมระบบ YECVT เทคโนโลยีควบคุมชุดส่งกำลังอัตโนมัติด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกล่อง ECU เป็นตัวประมวลผล และส่งคำสั่งไปยังชุดส่งกำลัง YECVT เพื่อส่งต่อไปยังมอเตอร์และปรับอัตราทด ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล๊อคเพิ่มความปลอดภัย ระบบ Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีที่จะช่วยรักษาแรงฉุดลากเมื่อเร่งความเร็วบนพื้นผิวที่ลื่น ถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือถนนเปียก

สำหรับการทดสอบรอบสุดท้ายของรางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และล้อยางแห่งชาติ (ATTRIC) โดยมีการประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณ The Hall Bangkok เมื่อเร็วๆ นี้

Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 ปิดฉากยิ่งใหญ่ส่งท้ายฤดูกาลสนามที่ 5 จ.เชียงใหม่

ปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ ส่งท้ายฤดูกาล ไปกับ Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 5 จ.เชียงใหม่ นักแข่งดังร่วมชิงชัยคับคั่ง

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเปิดงานในระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ โดยมี ปังปอนด์-อัครวุฒิ  ป๊ายปาย โอริโอ้ มิย่า-ทองเจือ พร้อมเหล่านักแข่งและอินฟลูเอนเซอร์คนดังร่วมงานคับคั่ง

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ กล่าวเปิดการแข่งขันว่า “ขอขอบคุณทางจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ห้างร้าน รวมทั้ง พี่น้องชาวเชียงใหม่ทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับ เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ในปีนี้ โตโยต้าได้ดำเนินกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่เชียงใหม่ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 18 ที่เราได้มาจัดที่เชียงใหม่ โดยสนามเชียงใหม่ เป็นสนามที่ 5 ของการแข่งขันนี้ที่ท้าให้ท่านร่วมพิสูจน์สมรรถนะ ความทนทาน และสนุกสนาน ไปกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “One Make Race” หลากหลายรุ่น อาทิ “ยาริส” / “ยาริส เอทีฟ” / “โคโรลล่า อัลติส จีอาร์สปอร์ต” และ “ไฮลักซ์ รีโว่”

นอกจากนั้น ท่านจะได้เห็นความมุ่งมั่น สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน กับ ATIV และ Yaris Carbon Neutral Fuel ที่ร่วมแข่งขันในสนามนี้ และท่านสามารถรับชมรถรุ่นใหม่ ล่าสุด  Hilux Travo  และ bZ4X ได้ภายในงาน เป็นครั้งแรก ที่เชียงใหม่ ตลอดจนพบข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในบูธผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณท่านผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการ โยโกฮามา / พีทีที สเตชั่น / โมเดลลิสต้า / เลนโซ่ / อาร์โต / สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และแฟนมอเตอร์สปอร์ต ที่ร่วมกิจกรรมในวันนี้ ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลิน และสัมผัสจิตวิญญาณของ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์”

ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 1 (แข่งขัน 20 รอบ)

เปิดรายการแรกด้วยสมรรถนะ และความปราดเปรียวของรถยนต์ YARIS Hatchback เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ นักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ป๊ายปาย โอริโอ้” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ลงสนามด้วย YARIS One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน ตลอด 20 รอบการแข่งขัน ผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์สนามนี้ได้แก่ เบญจรงค์ ชมายกุล หมายเลข 59 ทีม Superclub Racing Team

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
159เบญจรงค์ ชมายกุล Superclub Racing Team
2 23 ABDUL MIQAIL23 Motors Racing Team
3 40 ขวัญชัย เป็งแกร  BENDIX SRT – REWORTH RACING
4 16 Hiroya Minowa TK Motor Sport
5 22 KOMURA TOSHIKI RUK TEAM NEXZTER PMC 52

ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 2

เร้าใจต่อเนื่อง มันส์ไม่แพ้ Division 1 สำหรับแชมป์สนามสุดท้ายตกเป็นของ กัณตพัฒน์ ไทยอุปถัมภ์  หมายเลข  55 จากทีม Jkautopaint cnx racing team

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
155กัณตพัฒน์ ไทยอุปถัมภ์ Jkautopaint cnx racing team
28วรัญญ  หิญชีระนันทน์Men’s health Masterpiece x Nexkart Racing
3 42กวินท์ ปฏิภาณประเสริฐ Modern Bug Racing Runstop Ozawa AFV GJ
4 81บรรพต เอื้อตระกูลU Forfsts nexzter Motul by TTR Motorsport
5 69อัครเดช อิ่มพงษ์ศักดิ์  Voltronic RacingTeam BY PS Garage

ผลการแข่งขัน YARIS ATIV Lady One Make Race (แข่งขัน 19 รอบ)

เพลิดเพลินไปกับนักแข่งสาวสวยในรายการ โดยนักแข่งดาวรุ่งจาก Toyota Racing Star Team “มิย่า พิชชา ทองเจือ” ลงสนามด้วย YARIS ATIV One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก และยังทำท็อปฟอร์มด้วยการคว้าแชมป์สนามนี้ ปิดฉากการแข่งขันประจำฤดูกาลอย่างสวยงาม 

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
1 198พิชชา มิย่า ทองเจือ   TOYOTA Racing Star Team
2 107สิตานัน  พิกุลขจร   Bfin racing compact Wise the Hub
3156อริญรดา ฮอร์น   Sittipol OT Energy Drink
4 114ลัลนา กรีอุต  ATECH & PSD DRIVING SCHOOL    
5195เขมิสรา ขอนพุดซา    Burgundi  Motorsport

ผลการแข่งขัน HILUX REVO One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

เต็มพิกัดกับสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง กระหึ่มสนามไปกับรายการแข่งขันชิงเจ้ากระบะ โชว์สมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Super Power 2,400 ซีซี ผลการแข่งขัน ตำแหน่งแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ หมายเลข 3 กิตติศักดิ์ เสียงสลัก จากทีม BKC x Voltronic By House Of Cars x Vangarg Garage

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
13กิตติศักดิ์ เสียงสลัก BKC x Voltronic By House Of Cars x Vangarg Garage
2 20ธิบดินทร์ สันทัดค้าTrane Lubricants Nexzter Racing by Neon Creation
3 4นฤชิต เกียรติมณีศรี TD racing by SP auto
449พงศธร โอนอ่อนKM Racing
5 19นิรุทธ์ สุจริต     –

ผลการแข่งขัน COROLLA ALTIS GR Sport One Make Race (แข่งขัน 22 รอบ)

ปิดท้ายด้วยศึกปิดสนาม เข้มข้น เร้าใจสุดๆ ในปีนี้ โดยยังคงมีนักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” ดารานักแข่งสุดหล่อ เข้าร่วมแข่งขัน และสามารถขึ้นโพเดียมคว้าอันดับสอง จบการแข่งขันปรากฎว่า หมายเลข 17 โรเตอร์ ทองเจือ จากทีม Superclub Racing Team คว้าแชมป์อันดับ 1 ไปครอง

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
1 17  โรเตอร์ ทองเจือSuperclub Racing Team
210อัครวุฒิ มังคลสุตTOYOTA Racing Star Team
39สิทธิชัย ฆังนิมิตรSpeedRev Racing By NCL Service
4 90นฤนนท์ภัทร รัตน์ชเลสินธรPT Maxnitron Wise BRD Nexzter Venom By Vanguard Garage
5 36ปณิธาน  รักไพบูลย์สมบัติMOTY’S TEAM TOM’S

นอกจากการแข่งขันรถยนต์ ภายในงาน TOYOTA GAZOO Racing Thailand ยังมีกิจกรรมสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตอีกมากมายตั้งแต่บ่ายจนถึงค่ำ อาทิ

การแสดงชุดพิเศษ ดินแดนแห่งน้ำพระทัยและความภักดี  เพื่อร่วมน้อมถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนักเรียนจากโครงการในพระราชดำริร่วมการแสดงพร้อมกับการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงเยาวชนจากโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่อย่างงดงาม

นอกจากนี้ ยังได้ชมรถรุ่นใหม่ ล่าสุด  Hilux Travo  และ bZ4X ได้ภายในงาน เป็นครั้งแรก ที่เชียงใหม่ พร้อมด้วยกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่เตรียมไว้ ทั้งพูดคุยใกล้ชิดกับนักแข่ง TOYOTA Racing Star Team –  ปังปอนด์ – อัครวุฒิ , ป๊ายปาย โอริโอ้ , มิย่า ทองเจือ / คุยเรื่องรถแต่งและชมรถ Supra Top Secret GT300 คันจริง กับ เบียร์ ใบหยก  / ชมไนท์โชว์สุดตระการตากับ GR PERFORMANCE SHOW การแสดงของรถตระกูล GR  และ  GR TRIPLE DRIFT SHOW การโชว์ดริฟต์โดยนักขับมืออาชีพ เป้ และ ปอนด์ Drive to Drift ร่วมด้วย พีท ทองเจือ

ก่อนปิดท้ายกับมินิคอนเสิร์ตจาก แอลลี่- ซานิ-  ป๊อป ปองกูล และ โอ๊ต ปราโมทย์ พร้อมกิจกรรมจากบูธต่างๆ และโปรโมชั่นพิเศษจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในเชียงใหม่ ช้อปของที่ระลึกลิขสิทธิ์แท้จาก TOYOTA GAZOO Racing GR Collection และสินค้าแต่งรถอีกมากมาย

ขอบคุณแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ตทั่วประเทศ สำหรับการติดตามชม และส่งใจเชียร์ตลอดทั้งปี พบกันใหม่ฤดูกาลแข่งขันหน้า ปี 2026 มันส์สุดขีดกว่า เร้าใจกว่าอย่างแน่นอน

ติดตามความสนุก และชมการแข่งขันสดผ่านทาง Live Streaming

ได้ที่ Facebook / Youtube : TOYOTA GAZOO Racing Thailand

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมเพิ่มเติมได้จาก

TikTok: tgr.thailand และ Instagram : tgrthailand

โตโยต้า จัดการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า รอบชิงชนะเลิศประจำปี 2568

โตโยต้า สร้างความมั่นใจและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการลูกค้าจัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 The 47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้บริหารภาครัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนงานพื้นที่ฉะเชิงเทราเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) และหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร นั่นคือ การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ที่โตโยต้าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการบริการของบุคลากรผู้แทนจำหน่าย  ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้า ภายใต้ความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยียานยนต์ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความผูกพันของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โดยในปี 2568 นี้ เป็นการแข่งขันปีที่ 47 (47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) โดยมีการจัดกิจกรรมแข่งขันครบทั้ง 8 ประเภทการแข่งขันครอบคลุมการปฏิบัติงานด้านบริการลูกค้า และด้านตัวถังและสีรถยนต์ พร้อมเนื้อหาที่เข้มข้น มุ่งเน้นการประยุกต์จากการปฏิบัติที่หน้างานจริงที่ผู้แทนจำหน่าย โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทุกผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมสอบทฤษฎีเพื่อคัดกรอง และผ่านเข้าสู่การแข่งขันภาคปฏิบัติในรอบคัดเลือก รวม 730 คน และมีเพียง 90 คนเท่านั้น ที่เป็นสุดยอดฝีมือผ่านการแข่งขันเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาบุคลากรว่า “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Ever Better Dealer และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า”

ภายใต้กรอบนโยบาย Toyota Service Promise โตโยต้ามุ่งเน้นการสร้างความสุขของพนักงาน (Employee Happiness) ผ่านการพัฒนาทักษะ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข จะส่งต่อบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยโตโยต้ามีแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรผู้แทนจำหน่าย เริ่มจากการผลิตบุคลากรคุณภาพผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ซึ่งได้ผลิตบุคลากรกว่า 3,900 คน พร้อมเปิดหลักสูตรเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโต ควบคู่กับความร่วมมือกับภาครัฐผ่านโครงการ T-TEP และระบบทวิภาคี (DVT) เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริงและได้รับการรับรองมาตรฐานโตโยต้า รวมถึงการอบรมต่อเนื่องครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยมีบุคลากรกว่า 6,000 คนต่อปีเข้ารับการอบรม

โตโยต้าจะเดินหน้าพัฒนาบุคลากรและยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และรักษาความเป็นผู้นำด้านบริการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคต่อไป”

สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับกระทรวงแรงงานว่า “ที่ผ่านมาโตโยต้าได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาความสามารถ ของกำลังแรงงานในภาคบริการ โดยใช้กระบวนการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เหมาะสมกับความต้องการของแรงงาน รวมถึงการยกระดับความสามารถของแรงงานเดิมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี”

พร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดงานการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาศักยภาพทักษะฝีมือและความรู้ในการทำงานของตนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล และรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้คุณภาพการบริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ามีความอุ่นใจและมั่นใจในบริการ ทั้งยังเป็นตัวอย่างกลไกที่ดีในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สอดคล้องกับแผนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

ผลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568

1)ประเภท ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์

•รางวัลชนะเลิศ                คุณพัชราภรณ์ แจ้งสนอง             โตโยต้า โฆสิตอ่างทอง

•รองชนะเลิศอันดับ 1       คุณดารารัตน์ พินิจเขียน               โตโยต้า ฉะเชิงเทรา

•รองชนะเลิศอันดับ 2       คุณนลินรัตน์ บุราณรมย์               โตโยต้า ทองรวยสีมา

2)ประเภท ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์

•รางวัลชนะเลิศ                คุณชนน สีขาว                   โตโยต้า เพิร์ล

•รองชนะเลิศอันดับ 1       คุณมานพ นนท์ลา             โตโยต้า บัสส์

•รองชนะเลิศอันดับ 2       คุณอรรถพล ลือชัย            โตโยต้า สระบุรี

3)ประเภท ช่างซ่อมสีรถยนต์

•รางวัลชนะเลิศ                คุณวัชระ ปรีจินดา             โตโยต้า เมืองตรัง

•รองชนะเลิศอันดับ 1       คุณวิเชียร โทธุโย               โตโยต้า ขอนแก่น

•รองชนะเลิศอันดับ 2       คุณมานะ วิเศษสิงห์          โตโยต้า อุตรดิตถ์

4)ประเภท พนักงาน Call Center

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณดวงจิตร บุบผา            บริษัท พิธานพาณิชย์ (หาดใหญ่)

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณวาสนา ขัมอุปถัมป์       โตโยต้า วิชั่น

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณนันทนา บุญชู              โตโยต้า ชัยรัชการ

5)ประเภท พนักงานลูกค้าสัมพันธ์

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณกัลยาณี ปันวงค์           โตโยต้า ล้านนา

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณปุณณ์นิษฐ์ฐา นิ่มนวล  โตโยต้า สุพรรณบุรี

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณนิรชา เนินคีรี                โตโยต้า นครระยอง

6)ประเภท พนักงานอะไหล่

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณชัญญานุช พงษ์วัน       โตโยต้า พนมรุ้ง

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณวุฒิไกร สุวรรณแจ่ม     โตโยต้า เมืองเลย

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณจักรภัทร เทียมสอน      โตโยต้า นนทบุรี

7)ประเภท ผู้บริหารงานบริการ

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณชนิตา นิ่มพริก              โตโยต้า เพิร์ล

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณอรรถพล คันศร            โตโยต้า นนทบุรี

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณสิทธิชัย จันทะแจ่ม       โตโยต้า เน็กซ์

8)ประเภท ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณวิชัย จันชฎา                 โตโยต้า เค.มอเตอร์ส

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณสิทธา ปัญญากุล         โตโยต้า ขอนแก่น

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณปิยะณัฐ โสตะบรรณ์    โตโยต้า กรุงไทย

9)ประเภท ช่างเทคนิคระดับสูง

•รางวัลชนะเลิศ                          คุณธีรพล คุณวงศ์             โตโยต้า เค.มอเตอร์ส

•รองชนะเลิศอันดับ 1                 คุณสยุมภู คูหาทอง           โตโยต้า นครสวรรค์ 1981

•รองชนะเลิศอันดับ 2                 คุณศิริชัย กมลาไสย           โตโยต้า ขอนแก่น

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยทั่วประเทศ มอบทุนกว่า 6 ล้านบาท

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์มอบ “อนาคตทางการศึกษา” แก่เยาวชนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียน ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา รวมทั้งสิ้น 694 ทุน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 68 ปีที่กลุ่มอีซูซุดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราได้ยึดมั่นในวิสัยทัศน์องค์กรคือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ช่วยให้สังคมพัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินงาน เราประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ได้ด้วยความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากประชาชนชาวไทย ดังนั้น เราจึงได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว “มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ” จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 โดยเป็นการสมทบทุนร่วมกันของ 3 บริษัทในกลุ่มอีซูซุ ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายด้าน อาทิ การสนับสนุนด้านการศึกษา การส่งเสริมด้านการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ การสนับสนุนเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินและการบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยเจตนารมณ์ของการเป็น “นิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” ที่พร้อมจะร่วมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่เยาวชนในสังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป”

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ยังคงยึดมั่นในการเดินหน้าสานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม โดยในปีนี้ได้มอบทุนให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 694 คน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ทุนนี้จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ให้เยาวชนสามารถใช้ศักยภาพด้านการศึกษาได้อย่างเต็มที่ เดินหน้าสานต่อความฝัน สู่การเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โดยมีมูลนิธิกลุ่มอีซูซุพร้อมร่วมสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน

นายเกียรติศักดิ์ เหลือบกลาง นักศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา “ผมรู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งใจมากที่ได้รับทุนนี้ ทุนการศึกษานี้ มีความหมายกับผมมากเพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้ผมมีเวลาโฟกัส กับการตั้งใจเรียนมากขึ้น ความฝันของผมตอนนี้คือเรียนจบสาขาที่ผมรัก สามารถนำความรู้ที่ผมเรียนมาไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ขอขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ได้ให้โอกาสผมได้รับทุนนี้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผม เพราะต่อไปผมก็อยากจะมอบโอกาสดีๆ แบบนี้ให้กับคนอื่นเหมือนกับที่ผมได้รับจากมูลนิธิกลุ่มอีซูซุครับ”

นางสาวณัฐวดี แรกคำนวณ นักเรียนจากโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ “วันนี้รู้สึกดีใจมากๆ เลยค่ะ ทุนนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้หนูเข้ามหาวิทยาลัยที่หนูใฝ่ฝันได้ หนูอยากเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งทุนนี้เป็นส่วนช่วยให้หนูปล่อยวางจากความเครียดเรื่องการเงิน สามารถโฟกัสกับการเรียนและการเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมา รู้สึกขอบคุณมาๆ เลย”

มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี ร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)”

กลุ่มทำงานต่างประเทศภายใต้ “Tateshina Meeting” เปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” โดยมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี (Toyota Mobility Foundation) และฮอนด้า (Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยตามแนวคิดความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี”

มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation – TMF) และ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd. – Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration – BMA) ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในประเทศ

ทั้งนี้ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกันภายใต้คณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศของกรอบความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม “Tateshina Meeting” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นศูนย์” ทั้งสององค์กรได้แบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการด้านความปลอดภัยทางถนนที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์และขยายผลสู่ระดับสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการจราจรที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรเตรียมดำเนินแคมเปญในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี (TAM-DEE-DAI-DEE / Good Deeds Bring Good Returns)” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและลดอุบัติเหตุทั้งจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งมีการติดตามและประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความปลอดภัยทางถนนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแคมเปญ: https://kubdeedaidee.com

1.ความเป็นมาของโครงการ

ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผลลัพธ์ที่ตามมาของการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินกิจกรรมรณรงค์และโครงการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ พัฒนามาตรการและแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ภายใต้แคมเปญนี้ TMF และ Honda ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ (รถยนต์และรถจักรยานยนต์) จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Networking Services – SNS) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง

โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรุงเทพมหานคร (BMA) ผ่านการดำเนินกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแคมเปญ รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อของกรุงเทพมหานคร โครงการนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ชื่อและโลโก้โครงการ

2.แนวทางและวัตถุประสงค์ของโครงการ

แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “ทำดีได้ดี” ซึ่งเป็นสุภาษิตไทยที่สืบทอดกันมายาวนานในวิถีชีวิตของคนไทย เข้ากับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีแนวคิดในการ “ตีความใหม่” ว่าความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เพียง “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็น “การกระทำที่ดี” ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตนเองและผู้อื่น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

TMF และ Honda มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างมีความเอื้อเฟื้อและใส่ใจต่อกัน ภายใต้แนวคิด “ขับดี (KUB-DEE)” แคมเปญได้หยิบยกพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสังเกตและระมัดระวังรถจักรยานยนต์ในขณะขับขี่ การตรวจสอบจุดอับสายตา และการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย – มานำเสนอเป็นตัวอย่างของ “พฤติกรรมการขับขี่ที่ดี”

แนวทางเหล่านี้ถูกออกแบบบนพื้นฐานข้อมูลเชิงลึกจากรูปแบบอุบัติเหตุและพฤติกรรมการขับขี่ที่พบบ่อยในประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและจดจำว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือ “การทำดี” ที่สร้างความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน

ตัวอย่างคีย์วิชวลของแคมเปญ

3.แผนดำเนินการของโครงการ

ในการสร้างสรรค์ภาพหลักของแคมเปญบนเว็บไซต์ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกับศิลปินไทยรุ่นใหม่ นายสราวุธ พานนู เพื่อนำเสนอผลงานที่ผสานเอกลักษณ์ของศิลปะไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวคิด “ทำดีได้ดี” ในมิติใหม่ ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสะท้อนแนวคิดของแคมเปญในรูปแบบที่ทั้งทันสมัยและคงไว้ซึ่งรากฐานของวัฒนธรรมไทย

Top page of the special campaign website

นอกจากนี้ ภายในเว็บไซต์แคมเปญยังได้เพิ่มฟีเจอร์เชิงอินเทอร์แอ็กทีฟ “KUB-DEE-DAI-DEE Generator” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ใช้งานสามารถเลือกพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องการตระหนักรู้มากขึ้น จากหมวด “KUB-DEE (ขับดี)” ที่แนะนำไว้ในเว็บไซต์ และสามารถสร้างวอลล์เปเปอร์หรือวิดีโอสั้นในสไตล์ของตนเอง เพื่อแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้โดยตรง

กลไกนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความรู้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “ประกาศเจตนารมณ์แห่งการขับดี” ต่อสังคมรอบข้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

“ขับดีได้ดี เจเนอเรเตอร์” ฟีเจอร์ประสบการณ์เชิงอินเทอร์แอ็กทีฟบนเว็บไซต์แคมเปญพิเศษ

4.ทิศทางต่อไปของโครงการ (Future Developments)

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป แคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” จะเริ่มเผยแพร่ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณากลางแจ้ง เว็บไซต์แคมเปญพิเศษ รวมถึง สื่อในเครือของกรุงเทพมหานคร (BMA) เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และส่งต่อแนวคิด “ขับดีได้ดี” เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีในสังคมไทย

จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการดำเนินแคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” ในระยะแรก ทำให้มีแผนที่จะขยายผลต่อเนื่องในปี 2026 โดยร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อส่งต่อแนวคิดและสารรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนไปสู่ประชาชนในวงกว้างยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนของแต่ละองค์กรร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (Chadchart Sittipunt), ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนมาโดยตลอดการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ โดย TMF และ Honda ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่อย่างมีน้ำใจและปลอดภัย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริงกรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าพัฒนาระบบถนนให้ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อทุกคนต่อไป”

มร.ซูซูมุ มัตสึดะ (Susumu Matsuda) รองประธานกรรมการ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation) “ในที่ประชุม Tateshina Meeting เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างได้’ เราเชื่อว่าการที่แต่ละคนได้คิดว่า ‘ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง’ และลงมือปฏิบัติจริง คือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิด ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ จะได้รับการยอมรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวไทย และช่วยส่งต่อจิตสำนึกแห่งความเอื้อเฟื้อและความปลอดภัยให้แผ่ขยายระหว่างผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์”

มร.ฮิเดอากิ ทาคาอิชิ (Hideaki Takaishi) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TMF ในการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนที่เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทยการส่งเสริมให้เกิดการขับขี่อย่างมีน้ำใจ ทั้งในมุมมองของผู้ใช้รถยนต์และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ จะช่วยมอบทั้ง ‘ความปลอดภัยและความสุข’ ให้กับทุกคน และร่วมกันก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดอุบัติเหตุอย่างแท้จริง”

ช่องทางติดตามแคมเปญ:

เว็บไซต์ทางการ       https://kubdeedaidee.com/

หมายเหตุอ้างอิง :

*1 การประชุม Tateshina Meeting:

การประชุม Tateshina Meeting จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2019 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและความร่วมมือระหว่างผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นศูนย์”

การประชุมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลฤดูร้อน ณ วัดโชโคจิ (Shoko-ji Temple) บนภูเขา Tateshina โดยในปี 2023 ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการย่อยเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพของมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: https://toyotatimes.jp/en/newscast/033.html

*2 คณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศ (Overseas Subcommittee):

คณะอนุกรรมการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการด้านความปลอดภัยทางถนนภายในประเทศญี่ปุ่นไปสู่ต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงต่อประชากร 100,000 คน

กลุ่มนี้ดำเนินงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึกและจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: https://toyotamobilityfoundation.org/en/press-room/pressrelease04282025/

ข้อมูลเกี่ยวกับ Toyota Mobility Foundation

มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation)

ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น (ประธาน: มร.อากิโอะ โตโยดะ)

มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา “สังคมแห่งการเดินทางที่เสรีและเท่าเทียม” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย

มูลนิธิฯ ดำเนินงานโดยใช้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีของโตโยต้า เพื่อสนับสนุนระบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทาง

TMF ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร และสถาบันวิจัยต่างๆ ทั่วโลก โดยมีเป้าหมายสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเดินทางในระดับสากล

“TMF มุ่งสร้างสังคมแห่งการเดินทางที่แท้จริง เพื่อช่วยให้ผู้คนทั่วโลกใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

มร.อากิโอะ โตโยดะ ประธานมูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

Toyota Mobility Foundation

ผู้ติดต่อ: Nishida / Akamatsu

โทรศัพท์: 080-5187-5571 / 080-6564-1176

(เวลาทำการ: 08.30–17.30 น. ตามเวลา JST, ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น)

อีเมล: [email protected] / [email protected] / [email protected]

ยามาฮ่า ส่งต่อพลังแห่งความฝันสนับสนุนด้านการศึกษา

ยามาฮ่า มุ่งมั่นส่งต่อพลังแห่งความฝันให้คนรุ่นใหม่ ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา และโอกาสในการเรียนรู้ มอบทุนการศึกษา และรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่า 219,000 บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบทุนการศึกษา จำนวน 100,000 บาท พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจำนวน 2 คัน ได้แก่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด และยามาฮ่า ฟาซซิโอ ไฮบริด รวมมูลค่า 119,000 บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเดช นิลพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีฯ พร้อมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ร่วมรับมอบ ณ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

การมอบทุนการศึกษา และรถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะยามาฮ่าเชื่อว่า “พลังแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนทุกชีวิตไปข้างหน้าอย่างมีความสุข

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save