- Advertisement -
27.6 C
Bangkok
Home Blog Page 15

โตโยต้า เผยยอดจองสิทธิ์ NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน

โตโยต้า เผยยอดจองสิทธิ์ NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังเปิดตัวเพียงสามวัน

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยยอดจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังการเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงแค่สามวัน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สำหรับ NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย) ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน นอกจากนี้ พละกำลังสูงสุดยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย กับเสถียรภาพ (stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ความนุ่มนวล (riding comfort) และประสิทธิภาพการเบรกที่ยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน”

นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวว่า “โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจจองสิทธิ์ NEW bZ4X  ทั้งการให้ความไว้วางใจทางด้านคุณภาพ การให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเชื่อมั่นที่มีให้กับบริการหลังการขาย ซึ่งรวมถึงความพร้อมของระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ครอบคลุมกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ โดยโตโยต้าตั้งเป้าที่จะขายรถรุ่นนี้ ที่ 6,000 คันในช่วงปีแรก ซึ่ง NEW bZ4X จะสามารถเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ NEW bZ4X ยังสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

•รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)      ราคาเริ่มต้น 1,5xx,xxxx บาท

•รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)          ราคาเริ่มต้น  1,6xx,xxxx บาท

(มาพร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black)

พิเศษ รับทันทีส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เฉพาะ 2,000 สิทธิ์แรก สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 21 สิงหาคม -19 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

(อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติจาก โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัดโดยคำนวณจากดอกเบี้ยต้นงวดและส่วนลดดอกเบี้ยรถไฟฟ้า)

ฮอนด้า เผยโฉมแอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท

คุ้มค่ายิ่งขึ้น ! ด้วยราคาใหม่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มเติม ! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ในทุกรุ่นย่อย จัดเต็มโปรแรง Honda Pro OH! MY GOOOOD ครอบคลุมไลน์อัป xEV ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 วันที่ 22 – 31 ส.ค. 68 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

(กรุงเทพฯ – 22 สิงหาคม 2568) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) และ ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย และอัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

-ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS

-ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน  เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

พร้อมราคาใหม่ เพื่อยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น ทั้ง 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1,479,000 บาท

•รุ่น e:HEV E                   ราคา 1,479,000 บาท

•รุ่น e:HEV EL                 ราคา 1,599,000 บาท

•รุ่น e:HEV RS                 ราคา 1,729,000 บาท

ให้คุณเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 ร่วมสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ฮอนด้ายกขบวนไลน์อัปรถ xEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถ e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ และรถยนต์ไฟฟ้าจัดแสดงที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 พิเศษกับโซน The City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่เสิร์ฟสุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มอบความสนุก เร้าใจในการขับขี่ และความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ทั้งในรุ่น ซิตี้ และซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมกับ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก  DRIVAL Limited Edition พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสุดเท่ โดยโซนนี้มาพร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเพื่อสัมผัสจุดเด่นต่างๆ ของ The City Series เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากฮอนด้า ภายในงานนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอฟีลกู้ดแบบต่อเนื่อง ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’ ได้ที่งานและข้อเสนอเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ รีบด่วน ! ก่อนตกขบวนความคุ้ม

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า มุ่งมั่นสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะยกระดับประสบการณ์ตลอดการใช้งานให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยพร้อมขับเคลื่อนและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิตของผู้คน การเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในวันนี้ เรารับฟังเสียงของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ในทุกมิติ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างและให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยาก”

ไฮไลต์ไลน์อัป xEV ของฮอนด้าที่จัดแสดงในงาน BIG MOTOR SALE 2025

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่า 204,000 บาท*)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ กับความสปอร์ตพรีเมียมเหนือระดับที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น

•ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย โดยระบบนี้จะใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณกันชนหลัง เพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ในมุมอับสายตา และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวัง ผ่านไฟแสดงสถานะบนพื้นผิวของกระจกมองข้าง และถ้าหากมีการเปิดไฟเลี้ยว หลังจากตรวจพบยานพาหนะในตำแหน่งจุดบอด ไฟแสดงสถานะจะกระพริบพร้อมเสียงเตือน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ทันสังเกต เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

•ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอกลาง เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่นและมีมุมอับสายตาจากตำแหน่งของผู้ขับขี่

ปรับลุคใหม่ ในทุกรุ่นย่อย เพื่อยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในภาพรวม ได้แก่

-ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย

-ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS

-ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน  เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

•ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ด้วยการตอบสนองที่ทันใจและทรงพลังด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6)

•มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย

•มอบการใช้งานที่ง่าย ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่*

ที่ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ อาทิ

-ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้ดั่งใจ

-แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่นๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ

-ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light)

-ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camara System – MVCS)

-ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง

-ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว

-ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto

-มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว

-ช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

•สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

ไลน์อัป Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท*)เทิร์นรถใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท**

-ขับสนุก สมูททุกจังหวะ อัตราเร่งแรงทันใจ อีกทั้งให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

-มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ติดตั้งในทุกรุ่น

-ไร้กังวลระยะยาว ด้วยการฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี

-สะดวกทุกที่ กับการเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของฮอนด้าทั่วประเทศ กว่า 222 แห่ง พร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจากฮอนด้า

Honda City e:HEV  Honda City Hatchback e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

ซิตี้คาร์ที่ใช้งานคล่องตัว ขับสนุก อัตราเร่งมั่นใจ ห้องโดยสารกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก

5 ประตู ที่มาพร้อมเบาะอัลตราซีทอันเป็นเอกลักษณ์ พับเบาะเพิ่มสเปซได้หลากหลาย ตอบโจทย์สายอเนกประสงค์ พร้อมให้คุณไดรฟ์สไตล์สปอร์ตแบบจัดเต็ม ด้วยชุดแต่งลิมิเต็ดสุดเท่ กับ Honda City Hatchback DRIVAL เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท

2.ดอกเบี้ย 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่ากว่า 131,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท

3.พิเศษเฉพาะในงาน BIG MOTOR SALE สำหรับ City Hatchback DRIVAL รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมูลค่า 20,000 บาท

4.เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

2.ดอกเบี้ย 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 173,000 บาท

Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท

รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี  และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*

2.ดอกเบี้ย 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 205,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า สูงสุด 30,000 บาท*

3.เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda Accord e:HEV รุ่น E เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Accord e:HEV รุ่น E ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 40,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

2.ดอกเบี้ย 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 154,000 บาท

3.เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า

รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 20,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท

รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

2.ดอกเบี้ย 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 213,000 บาท

3.เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda CR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

โดย Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจ

ในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ซึ่งมีทั้งแบบ 3 ปี และ 5 ปี มูลค่าสูงสุดกว่า 213,000 บาท* ซึ่งมูลค่าจะแตกต่างกันในแต่ละรุ่น ประกอบไปด้วย

-ฟรีประกันภัย 1 ปี

-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา โดยแบบ 3 ปี จะครอบคลุม 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในขณะที่แบบ 5 ปี จะครอบคลุมไปถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น

-เฉพาะแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

Honda e:N1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%**พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา (รวมมูลค่า 69,500 บาท*)ลูกค้านำรถมา Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท***

วิ่งได้สูงสุด 500 กม.* ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%  พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา

โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย

-ฟรีประกันภัย 1 ปี

-รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

-รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เพิ่มเติมกับแคมเปญ Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เฉพาะ Honda e:N1 ที่เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

ยกแคมเปญ ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’ ให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายๆ เลือกโปรที่ใช่ในสไตล์คุณ

•คุ้ม 1: ทางเลือกดอกเบี้ย ดอกเบี้ยต่ำ ออกรถง่าย เลือกได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือกรับดอกเบี้ยเพียง 0.99% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจที่ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ เซฟเงินในกระเป๋า ให้คุณใช้รถฮอนด้าได้อย่างมั่นใจยาว ๆ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 200,000 บาท**

•คุ้ม 2: Friend Get Friend ลูกค้าฮอนด้า ชวนเพื่อนมาซื้อรถ ลูกค้าฮอนด้าที่เป็นผู้แนะนำรับ E-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ศูนย์ฮอนด้า ในขณะที่ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท

•คุ้ม 3 รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม*** มูลค่า 15,000 บาท ถึง 100,000 บาท เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถใหม่ สำหรับ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )

•คุ้ม 4: แคมเปญสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ‘สบายดี Season บริการหลังการขาย ผ่อนสบาย 0%’**** กับหลากหลายสิทธิประโยชน์ อาทิ ดอกเบี้ย 0% สำหรับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการทุกประเภท บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ เป็นต้น

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมไลน์อัปรถยนต์ xEV ที่หลากหลายได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 จัดเต็มข้อเสนอฟีลกู้ดทั้งในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

•       เว็บไซต์:  www.honda.co.th

•       Facebook Official Account: Honda Thailand

•       LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ :

*อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

**เฉพาะรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ ดอกเบี้ยและสิทธิพิเศษอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

***ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (Happy Trade-in) สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ เฉพาะ Honda e:N1 ที่เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท

****ระยะเวลาแคมเปญ ‘สบายดี Season บริการหลังการขาย ผ่อนสบาย 0%’ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568

มิตซูบิชิ ชวนสัมผัสทัพยนตรกรรมในงาน BIG MOTOR SALE 2025

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ ”Xperience the Force” กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรมและข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

กรุงเทพฯ – 22 สิงหาคม 2568 : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมสุดยิ่งใหญ่ พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษมามอบให้ลูกค้าทุกท่าน ภายในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมชูรุ่นไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริดอันล้ำสมัย Mitsubishi e:MOTION ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง ความนุ่มนวลในการขับขี่ และความปลอดภัยไว้ในหนึ่งเดียว สะท้อนถึงดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) และความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไทยที่มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมจัดโปรโมชันสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายภายในงาน

มร.เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ทุกรุ่นที่มิตซูบิชินำเสนอในงาน BIG MOTOR SALE ครั้งนี้ ล้วนสะท้อนถึงความเป็น Mitsubishi Motors-ness อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่อเติมเต็มชีวิตแห่งการเดินทางยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไฮไลต์ภายในงานนี้คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีนับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อยานยนต์ของมิตซูบิชิ และแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืนของเรา”

สำหรับไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่จะพาทุกท่านมาสัมผัสกับแนวคิด “Xperience the Force” โดดเด่นด้วยการมอบ ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง โดยมาพร้อมกับ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงความนุ่มนวลเหนือระดับ พร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งสไตล์และฟังก์ชันที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริด

อีกหนึ่งไฮไลต์ ที่เราขนทัพมาจัดแสดงภายในงาน คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม ชุดแต่งสีดำรอบคัน หลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่งไดนามิกชิลด์สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ มอบลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยสะท้อนตัวตนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ มาให้ชมภายในงานอีกด้วย

เพื่อความพิเศษที่มากกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เลือกรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท พิเศษ เฉพาะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท ภายในงาน

ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญพิเศษมากมาย อาทิ ข้อเสนอผ่อนชำระดอกเบี้ยพิเศษ และ ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A18) งาน BIG MOTOR SALE 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมคม 2568 ฮอลล์ EH 101 – 104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

สุดยอดยนตรกรรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่จัดแสดง ณ งาน BIG MOTOR SALE 2025

รุ่นรถยนต์ข้อเสนอพิเศษ
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวีเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท*รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*รับฟรี ประกันคุณภาพนาน 5 ปี  หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
และ ระบบไฮบริดทั้งระบบ รับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี*ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive*
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีเลือกรับ ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท*รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (เฉพาะรุ่น เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์)*รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*รับฟรี ประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี* รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
และ ระบบไฮบริดทั้งระบบ รับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*รับฟรี แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี*ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive*
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ตเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%*รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* รับฟรี ประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี*ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive*
มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีทเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*รับฟรี ประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี*ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive*
ทุกรุ่น (ยกเว้น ไทรทัน เมกา แค็ป ตัวเตี้ย)กลุ่มอาชีพพิเศษ บุคลากรทางการแพทย์ ครู ข้าราชการ เกษตรกร
และ อื่น ๆ รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท*

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

โตโยต้า ยกทัพรถยนต์ทุกรุ่นร่วมงาน BIG MOTOR SALE 2025

โตโยต้า ยกทัพรถยนต์ทุกรุ่นร่วมงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ชูไฮไลต์ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “โปรได้ใจ คุ้มไซส์ BIG” ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมแสดงรถยนต์ในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” นำเสนอยนตรกรรมโตโยต้ายอดนิยม รถตกแต่งพิเศษหลากหลายรุ่น และมีให้ทดลองขับภายในงาน พิเศษสุด!กับข้อเสนอสุดพิเศษ “โปรได้ใจ คุ้มไซส์ BIG” สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์โตโยต้าภายในงาน ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-102 ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดทัพขบวนรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น และรุ่นแต่งพิเศษ มาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันภายในงาน พบกับ กลุ่มรถยนต์ไฮบริด นำโดย NEW YARIS  ATIV HEV 2025 / CAMRY / NEW COROLLA ALTIS / YARIS CROSS / COROLLA CROSS / INNOVA ZENIX และ ALPHARD รถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลากหลายรุ่น ตระกูล HILUX REVO / ตระกูล FORTUNER และ HILUX CHAMP และรถยนต์ยอดนิยม อย่าง YARIS / YARIS ATIV / รุ่น SPECIAL EDITION YARIS ATIV NIGHTSHADE เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างครบถ้วน รวมถึงข้อเสนอสุดเร้าใจ

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเปิดบูธโตโยต้าว่า “ปีนี้ เรานำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ข้อเสนอสุดพิเศษ และบริการตลอดอายุการใช้งานแบบครบวงจร นำโดย YARIS ATIV HEV รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น HEV Premium ที่มาพร้อม ขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร ประหยัดสูงสุด ด้วยอัตราการใช้เชื้อเพลิง 29.4 กม.ต่อลิตร และมาตรฐานความปลอดภัยครบครันและรุ่น HEV GR Sport ปรับจูนช่วงล่างพิเศษ ให้ขับสนุก พร้อมการตกแต่งแนวสปอร์ต ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังมีรถยนต์ไฮบริด อีกหลายรุ่น ที่เรานำมาให้ทุกท่านได้สัมผัสภายในงาน เช่น CAMRY และ COROLLA ALTIS HEV GR SPORT SUV ยอดนิยม ทั้ง Yaris Cross และ Corolla Cross รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง INNOVA ZENIX และ MPV สุดหรู Alphard โดยลูกค้าทุกท่านสามารถมั่นใจในรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่นจากโตโยต้าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 10 ปี

ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำยนตรกรรมไฮบริดกับ “TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV” ขอมอบแคมเปญพิเศษ ในทุกรุ่นไฮบริด

รถยนต์ไฮบริด

-NEW YARIS ATIV HEV 2025

– รุ่น HEV Premium           ราคาปกติ 729,000 บาท     ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพียง  719,000 บาท

– รุ่น HEV GR Sport          ราคาปกติ 779,000 บาท      ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพียง 769,000 บาท

(หมายเหตุ: ราคาพิเศษช่วงแนะนำตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568)

รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.39% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-CAMRY ราคาเริ่มต้น 1,475,000 บาท

รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.09% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-COROLLA ALTIS ราคาเริ่มต้น 894,000 บาท

รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.15% และ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-YARIS CROSS ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท

รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.55% หรือผ่อนสบาย เริ่มต้นเพียง 6,565 บาทต่อเดือน

-COROLLA CROSS ราคาเริ่มต้น 999,000 บาท

รับข้อเสนอ: ต่อที่ 1 : ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือผ่อนสบาย เริ่มต้นเพียง 7,734 บาทต่อเดือน

                 ต่อที่ 2 : ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-INNOVA ZENIX ราคาเริ่มต้น 1,379,000 บาท

รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.79% หรือเลือกรับ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-ALPHARD ราคาเริ่มต้น 4,269,000 บาท มีรถพร้อมจำหน่าย และส่งมอบ

“TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV ไฮบริดที่ใช่ มั่นใจทุกเจน” โดยรถยนต์โตโยต้าไฮบริดมาพร้อมกับ

• TRUSTED VALUE ให้ลูกค้ามั่นใจไปกับความคุ้มค่า

ด้วยอัตราการใช้น้ำมันสูงสุด 29.4 กม/ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker รุ่น NEW YARIS ATIV HEV 2025)

• TRUSTED QUALITY คุณภาพที่ใครก็ไว้วางใจ

• TRUSTED WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี

• TRUSTED SERVICE เซอร์วิสที่พร้อมให้บริการ อะไหล่ที่พร้อมส่งภายใน 48 ชั่วโมง และช่างผู้ชำนาญการกว่า 8,000 คน

• TRUSTED NETWORK ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและครบวงจรกว่า 450 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงบริการแลกเปลี่ยนรถใหม่ที่โตโยต้าชัวร์

ตอกย้ำความเป็นรถกระบะมหาชน กับ ไฮลักซ์ ซีรีส์ และ KING OF PPV ฟอร์จูนเนอร์

นายศุภกร รัตนวราหะ แนะนำกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ “นำทัพโดย Hilux Revo และ Fortuner หลากหลายรุ่นย่อย ตอบโจทย์ทุกความต้องการเริ่มจาก Hilux Revo กระบะยอดนิยม กับสมรรถนะเหนือชั้นที่ผ่านบทพิสูจน์บนเส้นทางสุดทรหดในประเทศออสเตรเลียและขึ้นโพเดียม 2 ปีซ้อน ในการแข่งขันรายการ Asia Cross Country 2025 ทีผ่านมา รุ่นต่อมาคือ Hilux Revo Pre runner ที่โดดเด่นด้วยช่วงล่างซับแรงกระแทกดีเยี่ยม มอบความสบายให้ทุกการเดินทางและยังมี Hilux Revo Z-edition ที่แต่งสนุก ถูกใจสายแต่งรถอย่างแน่นอน สำหรับผู้ประกอบการต่างๆ เราขอนำเสนอ Hilux Champ รถยนต์สร้างธุรกิจเคลื่อนที่ได้ในฝัน พร้อมข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนส่งและกระจายสินค้า ซื้อ Hilux Champ รับส่วนลด 15,000 บาท”

ไฮลักซ์ รีโว่ และฟอร์จูนเนอร์

-HILUX REVO DOUBLE CAB 4×4 ROCCO ราคา 1,326,000 บาท

รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1 : ผ่อนเริ่มต้น 7,374 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

                 ทางเลือกที่ 2 : ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-ILUX REVO DOUBLE CAB PRERUNNER 2×4 2.4 High ราคา 1,072,000 บาท

รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1 : ผ่อนเริ่มต้น 5,366 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

                 ทางเลือกที่ 2 : ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-HILUX REVO DOUBLE CAB Z EDITION ราคา 885,000 บาท

รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1 : ผ่อนเริ่มต้น 7,374 บาท* พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

                 ทางเลือกที่ 2 : ดอกเบี้ยพิเศษ 0.55% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-HILUX REVO SMART CAB Z EDITION ราคาเริ่มต้น 783,000 บาท

รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1 : ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.29% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

               ทางเลือกที่ 2 : ผ่อนเริ่มต้น 6,699 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-HILUX CHAMP ราคาเริ่มต้น 459,000 บาท

รับข้อเสนอ สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและประกอบธุรกิจ รับดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้น 1.55% เมื่อซื้อไฮลักซ์ แชมป์ พร้อมดัดแปลงหรือต่อเติมเพื่อการทำธุรกิจทุกรูปแบบ

-FORTUNER LEADER ราคาเริ่มต้น 1,239,000 บาท

รับข้อเสนอ: ทางเลือกที่ 1 : ผ่อนเริ่มต้น 9,884 บาท

                 ทางเลือกที่ 2 : ดอกเบี้ยพิเศษ 0.89% พร้อมประกันภัยชั้น 1 TOYOTA Care PHYD

นอกจากนี้ เรายังมีรถยนต์ยอดนิยมรุ่นอื่นๆอีกหลายรุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Yaris Hatchback ที่มาพร้อมชุดแต่ง LUSSO เอาใจสายแต่งดีไซน์สปอร์ต Yaris ATIV NIGHTSHADE รุ่น Special Edition

-YARIS ATIVราคาเริ่มต้น 549,000 บาท

รับข้อเสนอ: ต่อที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,297 บาทต่อเดือน

                 ต่อที่ 2 พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-YARIS ATIV NIGHTSHADE (Special Edition) ราคา 699,000 บาท

รับข้อเสนอ: ต่อที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 4,471 บาทต่อเดือน

                 ต่อที่ 2 พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

-YARIS ราคาเริ่มต้น 559,000 บาท

รับข้อเสนอ: ต่อที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,376 บาทต่อเดือน

                 ต่อที่ 2 พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง Toyota Care PHYD

เมื่อทุกท่านมาที่บูธโตโยต้า นอกจากท่านจะได้พบรถยนต์ที่มีคุณภาพและราคาขายต่อที่ดีแล้ว โตโยต้าพร้อมที่จะดูแลทุกท่าน ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ กว่า 450 แห่งทั่วประเทศเพื่อมอบความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานตลอดการเดินทาง

นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวปิดท้ายว่า ในงานนี้ เราเตรียมข้อเสนอพิเศษ กับ “โปรได้ใจ คุ้มไซส์ BIG” พบ ดอกเบี้ย 0% หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นในอัตราพิเศษ พร้อมมอบฟรีประกันชั้น 1 และสิทธิพิเศษที่หลากหลายในรถทุกรุ่น รวมถึงบริการด้านสินเชื่อพิเศษจาก Toyota Leasing ประเทศไทย และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถโตโยต้าได้ง่ายๆ ผ่านคอนเซ็ปต์ “เอกสารครบ ผ่านเงื่อนไข รับรถไว”

และสำหรับลูกค้าที่กำลังจะเปลี่ยนรถคันใหม่ ท่านสามารถเลือกซื้อรถและนำรถคันเดิมเข้ารับการประเมินราคาฟรี โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Toyota Sure ภายในบูธของโตโยต้าอีกด้วย

ที่สำคัญ เราขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ที่มีให้กับรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่น bZ4X ใหม่  โดยหลังจากการเปิดจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ไปเมื่อวานนี้ ตอนนี้ เราได้รับการตอบรับ มากถึง 620 สิทธิ์

TOYOTA ACCESSORIES

ครบเครื่องทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจ

สัมผัสความแตกต่างที่มากกว่าการตกแต่งรถ ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จากโตโยต้า ที่คัดสรรด้วยดีไซน์สวยกลมกลืนกับตัวรถ พร้อมฟังก์ชันใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือ ทริปไกล ให้คุณมั่นใจได้ทั้งความสวยงามและคุณภาพตามมาตรฐานของโตโยต้า พร้อมรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.*

1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV และ YARIS ATIV เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นเหนือระดับ

ราคาขายปลีกแนะนำ 19,990 บาท** ประกอบไปด้วย

สเกิร์ตกันชนหน้า     ราคา 4,600           บาท**

ชุดสเกิร์ตข้าง          ราคา 6,500           บาท**

สเกิร์ตกันชนหลัง     ราคา 4,600           บาท**

สปอยเลอร์หลัง       ราคา 4,290           บาท**

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/accessories/yarisativ 

– พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 4,000 บาท เหลือ 15,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 240 บาท/เดือน*** (ราคาพิเศษช่วงแนะนำตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568)

2. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GR สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV และ YARIS ATIV

ชุดแต่ง SPORT RACING แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง MOTORSPORT ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ

ราคาขายปลีกแนะนำ 28,990 บาท** ประกอบไปด้วย

สเกิร์ตกันชนหน้า GR         ราคา  6,890 บาท**

ชุดสเกิร์ตข้าง GR              ราคา  7,900 บาท**

สเกิร์ตกันชนหลัง GR         ราคา  7,200 บาท**

สปอยเลอร์หลัง GR           ราคา  7,000 บาท**

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.toyota.co.th/accessories/yarisativ  

– พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 6,000 บาท เหลือ 22,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 345 บาท/เดือน*** (ราคาพิเศษช่วงแนะนำตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568)

3. อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้าสำหรับรุ่น HILUX CHAMP แต่งเต็มสไตล์ แกร่งทุกเส้นทาง

ชุดตกแต่งกระจังหน้า / ชุดตกแต่งมุมกันชนหน้า / ชุดตะขออเนกประสงค์ / แร็คหลังคา / ชุดพื้นปูกระบะ / ราวมือจับ / กล้องมองหลัง / สัญญาณเตือนกะระยะท้ายรถ / และชุดเครื่องเล่นวิทยุหน้าจอ 7 นิ้ว

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/accessories/hilux_champ

4. อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้าสำหรับรุ่น HILUX REVO Z-EDITION สไตล์เร้าใจ จัดเต็มทุกมุมมอง

จัดเต็มกับอุปกรณ์ตกแต่ง ชุดตกแต่งกันชนหน้า / ชุดตกแต่งกันชนท้าย / คิ้วกันกระแทกประตู / ชุดไฟตัดหมอก LED / ชุดตกแต่งซุ้มล้อ / แผงบังแดดข้าง / สไตลิสท์บาร์ / ชุดตกแต่งฝาถังน้ำมันโครเมียม / ชุดครอบที่จับประตู (แบบสปอร์ต) / คิ้วไฟท้าย / กระจกมองเสริมด้านข้าง และเบาะรองหลังเพื่อสุขภาพ

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/accessories/hilux_revo_zedition

5. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง LUSSO สำหรับรุ่น YARIS เอาใจสายแต่งดีไซน์สปอร์ต เหมาะสำหรับคนที่ชอบความโดดเด่นและลงตัว

ราคาขายปลีกแนะนำ 19,990 บาท** ในรุ่น PREMIUM / SMART และ SPORT

ราคาขายปลีกแนะนำ 15,590 บาท** ในรุ่น PREMIUM S ประกอบไปด้วย

สเกิร์ตกันชนหน้า     ราคา  4,240 บาท**

สเกิร์ตกันชนหลัง     ราคา  5,150 บาท**

ชุดสเกิร์ตข้าง          ราคา  6,200 บาท**

สปอยเลอร์หลังคา   ราคา  4,400 บาท**

รายละเอียดเพิ่มเติม Yaris : https://www.toyota.co.th/accessories/yaris

หมายเหตุ:

* ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์

** รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง

***ราคาผ่อนเพิ่ม 240 บาท/เดือน  (คำนวณจากราคาพิเศษช่วงแนะนำ 15,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น  HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

****ราคาผ่อนเพิ่ม 345 บาท/เดือน  (คำนวณจากราคาพิเศษช่วงแนะนำ 22,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น  HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

ASSOCIATED ACCESSORIES PRODUCT – AAP (อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร) คัดมาครบ แต่งจบทุกสไตล์

เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่รักการแต่งรถในแบบเฉพาะตัว โตโยต้าร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ คัดสรรอุปกรณ์ตกแต่งจากแบรนด์คุณภาพ ที่ได้รับความนิยมและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณเลือกแต่งได้ในสไตล์ที่ใช่ ตรงใจทุกอารมณ์ ลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกชมและสอบถามรายละเอียดได้ที่บูธโตโยต้าภายในงานฯ หรือโชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

ชุดตกแต่งรอบคันแนวออฟโรดภายใต้แบรนด์ GR PARTS สำหรับ Hilux Revo จาก บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด

“จากสนามแข่งสู่ชุดแต่งที่คุณเป็นเจ้าของได้’’ ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง Asia Cross Country สู่การพัฒนาชุดตกแต่งรอบคัน ประกอบด้วย ชุดกันกระแทกใต้ท้องรถ ด้านหน้า –กลาง –หลัง / แร็คกระบะหลัง / บันไดข้าง / แร็ค หลังคา / ล้ออัลลอย 17 นิ้ว / ชุดน็อตล้อ / ชุดบังโคลนล้อ ที่มีให้เลือกทั้งสีแดงและสีดำ และ ชุดท่อไอเสีย

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/accessories/hilux_revo_prerunner_4x4_rocco

-ผลิตภัณฑ์จีอาร์ พาร์ท (GR PARTS) ผลิตและรับประกันโดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

-โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th/accessories/warranty/grparts

มั่นใจและอุ่นใจได้ตลอดการใช้รถโตโยต้ากับโซน “TOYOTA TRUSTED SERVICES” บริการครบวงจรครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อความสบายใจสูงสุดในการใช้รถ

“T-Connect” แอปพลิเคชันที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ง่ายในการเป็นเจ้าของ ปลอดภัย คุ้มค่า สะดวกสบาย และมีสิทธิประโยชน์มากมาย เพียงดาวน์โหลดแอปฯ และลงทะเบียนข้อมูลรถ ก็สามารถเชื่อมต่อบริการระหว่างโตโยต้ากับลูกค้าได้ทันที ด้วยเทคโนโลยี Connected ที่จะเชื่อมต่อประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถโตโยต้า เติมเต็มชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.t-connect.in.th/T-connect.aspx

 “TCFR Plus+ เข้าศูนย์ตามนัด พลัสระดับความคุ้ม” บริการหลังการขายใหม่ ที่จะสร้างความมั่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถโตโยต้า รับสิทธิ์ขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี* พร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายตามการเช็กระยะต่อเนื่อง

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/tcfrplus/

พิเศษ! เมื่อจองรถและลงทะเบียนแอป T-Connect ภายในงาน รับบัตรสตาร์บัคส์มูลค่า 100 บาท

“KINTO” คินโตะ มีรถใช้ไม่ต้องซื้อ ทางเลือกการบริการเพื่อความสบายใจในการใช้รถ จ่ายรายเดือนราคาเดียว ครอบคลุมทุกการบริการแบบครบวงจร ทั้งค่าใช้ค่าเรื่องการบำรุงรักษา อะไหล่ ยาง และแบตเตอรี่ ประกันภัยชั้น 1 พรบ. ภาษี ต่อให้แบบอัตโนมัติทุกปี หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง ตอบโจทย์ทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล พร้อมรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานระยะสั้น หรือระยะยาว ตั้งแต่ 1 – 5 ปี สมัครบริการวันนี้พร้อมสิทธิพิเศษ ผ่านช่องทางออนไลน์ ง่าย อนุมัติไว

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kinto-th.com/KintoONE/Products

สัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด NEW YARIS ATIV HEV 2025 ครั้งแรกได้ในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” กับข้อเสนอสุดพิเศษ “โปรได้ใจ จัดคุ้มไซส์ BIG” ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-102 ไบเทค บางนา และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/                               Facebook: Toyota Motor Thailand

LINE Official: @ToyotaThailand                    TikTok: @ToyotaMotorTH

X: @ToyotaMotorTH                            Instagram: @toyotamotorthailandofficial

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025

ชยพล โยธา คว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และนำทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ประเภททีม ในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชียอีกครั้ง เมื่อทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) คว้าแชมป์รายการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 (AXCR 2025) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 8 – 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้รถกระบะไทรทัน1 (สเปก T1 หรือรถครอสคันทรีดัดแปลง) เข้าแข่งขันบนเส้นทางสุดหฤโหด รวมระยะทางกว่า 2,316.32 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงเส้นทาง Special Stage (SS)2 กว่า 1,002.95 กิโลเมตร

ในประเภทคะแนนรวม (Overall) ชยพล โยธา คว้าอันดับหนึ่งด้วยเวลา 16 ชั่วโมง 15 นาที 12 วินาที ขณะที่ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ จบการแข่งขันที่อันดับ 5 และ คาสุโตะ โคอิเดะ คว้าอันดับที่ 22 นอกจากนี้ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ยังสามารถคว้ารางวัลประเภททีม (Team Award) ได้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นการทวงคืนแชมป์ประเภททีมในรอบ 2 ปี ซึ่งรางวัลนี้จะมอบให้กับทีมที่มีผู้เข้าเส้นชัย 3 คันขึ้นไป โดยพิจารณาจากเวลารวมของ 2 คันแรกที่ทำผลงานได้ดีที่สุด

การแข่งขัน AXCR ในปีนี้ เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพิธีเปิดที่ถนนคนเดินพัทยา แหล่งท่องเที่ยวริมทะเลชื่อดังของเมืองไทย ก่อนเริ่มการแข่งขันในวันถัดมาด้วยเส้นทาง Leg 1 ซึ่งมีระยะทางกว่า 360 กิโลเมตร จากเมืองพัทยามุ่งหน้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีทางภาคตะวันออก ซึ่งรวมถึงเส้นทาง SS ที่ยาวที่สุดในการแข่งขันถึง 199.13 กิโลเมตร

ส่วนการแข่งขัน Leg 2 พาทุกทีมมุ่งขึ้นเหนือไปอีก 500 กิโลเมตร จากจังหวัดปราจีนบุรี สู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเส้นทาง SS ครั้งนี้ มีทั้งทางหินที่สมบุกสมบัน สลับกับทางเรียบที่ต้องใช้ความเร็วสูงผ่านพื้นที่การเกษตร สะท้อนถึงความหลากหลายของภูมิประเทศ อันเป็นเอกลักษณ์ของการแข่งขัน AXCR ได้อย่างน่าเร้าใจ ส่วนใน Leg 3 เส้นทางยังคงอยู่ในเขตเขาใหญ่ แต่ต้องเจอกับพายุฝนในช่วงบ่าย ทำให้เส้นทางกลายเป็นดินโคลนสุดอันตราย จนทำให้รถแข่งหลายคันต้องเจอปัญหาใหญ่และฝ่าผ่านไปได้อย่างยากลำบาก

สำหรับการแข่งขัน Leg 4 และ Leg 6 ซึ่งเดิมกำหนดเส้นทางที่มีระยะห่างจากชายแดนกัมพูชาประมาณ 50 กิโลเมตร ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ส่วน Leg 5 ยังเดินหน้าจัดแข่งขันตามปกติ โดยมีเส้นทางวกกลับไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งแม้จะเป็นเส้นทางเดียวกับ SS1 แต่สภาพถนนเลวร้ายลงอย่างหนักจากร่องลึกและหลุมบ่อที่ทีมต่างๆ ทิ้งไว้ในช่วงการแข่งขัน Leg 1 และยังมีต้นไม้หักโค่นจากพายุฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม้แต่กลุ่มทีมผู้นำยังติดหล่ม ส่งผลให้การแข่งขัน Leg นี้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในวันที่โหดหินที่สุดของการแข่งขันปีนี้

ใน Leg 7 ขบวนรถต่างมุ่งหน้ากลับสู่เมืองพัทยา โดยใช้เส้นทางบางส่วนเดียวกับ SS1 และ SS5 ซึ่งมีทั้งถนนแคบผ่านพื้นที่การเกษตร ถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ และการลุยข้ามลำธาร จนกระทั่งถึง Leg 8 ในวันสุดท้าย ซึ่งปิดฉากการแข่งขันลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ ท่าเรือบาลีฮาย ในเมืองพัทยา

ผลงานของนักแข่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ชยพล โยธา นักขับมือหนึ่งของทีม ออกสตาร์ทอันดับที่ 12 แต่สามารถไต่อันดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่การแข่งขัน Leg แรก และปิดวันด้วยอันดับที่ 2 ก่อนจะขึ้นนำได้สำเร็จใน Leg 3 จากฝีมือการนำทางที่แม่นยำของผู้นำทาง พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ และทักษะการขับที่รวดเร็ว โดยเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับตัวรถให้น้อยที่สุด และถึงแม้จะติดหล่มโคลนลึกใน Leg 5 แต่ชยพลยังคงเดินหน้า ทำเกมรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำเวลาเส้นทาง SS ได้เร็วสุดเป็นอันดับ 2 ใน Leg 7 และสุดท้ายก็สามารถคว้าแชมป์คะแนนรวมได้สำเร็จ โดยเฉือนชนะไปเพียง 7 นาที คว้าชัยชนะให้กับทีมได้อีกครั้งในรอบสามปี และนับเป็นครั้งที่ 2 ในรายการ AXCR

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ออกสตาร์ทในอันดับ 5 และสามารถเกาะกลุ่มหัวตารางได้ตลอดช่วงแรก แต่ใน Leg 3 ต้องเจอเส้นทางสุดโหด จนทำให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าพัง ส่งผลให้ร่วงไปอยู่ที่อันดับ 10 ก่อนจะกลับมาแสดงพลังการขับที่ดุดันใน Leg 5 ในขณะที่ทีมอื่น ๆ กำลังติดหล่ม จนสามารถแซงหน้าคู่แข่งได้ถึง 18 คัน และทำเวลาเร็วที่สุดบนเส้นทาง SS ของวันได้สำเร็จและทำคะแนนรวมอยู่ในอันดับ 6 และแม้ใน Leg 7 จะเจอปัญหาชิ้นส่วนการ์ดและระบบกันสะเทือนช่วงหลังเสียหาย แต่เขายังสามารถทำคะแนนรวมจบได้ที่อันดับ 5 สร้างผลงานที่ดีที่สุดในหมู่นักแข่งคู่ญี่ปุ่นในปีนี้ ซึ่งนับเป็นการแข่งขันรายการ AXCR ครั้งที่สามของเขา

คาสุโตะ โคอิเดะ ลงแข่งเป็นปีที่สอง ในฐานะนักขับของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต้องพบกับอุปสรรคตั้งแต่การแข่งขันวันแรกจากฝุ่นที่บดบังทัศนวิสัย จนชนเข้ากับรถอีกคันที่หยุดอย่างกะทันหัน และต้องออกจากการแข่งขันในวันนั้นทันที ต่อมาใน Leg 5 เกิดปัญหาเบรกหลังขัดข้อง แม้จะเกิดปัญหามากมาย แต่เขาก็ยังพยายามทำหน้าที่เป็นรถสนับสนุน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมทั้งใน Leg 3 และ Leg 8 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังทำผลงานได้ดีขึ้นจากปีก่อน โดยจบการแข่งขันที่อันดับ 22 ประเภทคะแนนรวม

เสียงจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ฮิโรชิ มาซูโอกะ  ผู้อำนวยการทีม

“เป้าหมายสูงสุดในปีนี้ของเราคือการคว้าชัยชนะ และผมดีใจอย่างยิ่งที่ทีมของเราสามารถทำได้ พร้อมกับพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและห้าวหาญในแบบฉบับ Mitsubishi Motors-ness การคว้ารางวัลของทีมยังสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมแรงร่วมใจและความมุ่งมั่นของทุกคน การยกระดับประสิทธิภาพของไทรทันให้โดดเด่นทั้งในด้านเสถียรภาพเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงและความคล่องตัวในเส้นทางคดเคี้ยว ทำให้เราก้าวล้ำเหนือกว่าคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่าได้ และในปีหน้า เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเพื่อยกระดับศักยภาพของรถให้สูงยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความเป็นต่อในการแข่งขันต่อไป”

ชยพล โยธา นักแข่งรถหมายเลข 112

“ผมดีใจมากที่คว้าแชมป์คะแนนรวมกลับมาได้อีกครั้ง ต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ทำงานกันได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ และสร้างรถที่สมบูรณ์แบบให้กับผม การแข่งขันปีนี้โหดสุดๆ เพราะมีทั้งทางหิน ถนนโคลน และพื้นลื่น แต่ด้วยความทนทานและการควบคุมที่ยอดเยี่ยมของไทรทัน ทำให้ผมสามารถนำรถผ่านโค้งต่างๆ ด้วยความเร็วสูงและวิ่งบนทางโคลนแคบๆ ได้อย่างมั่นใจ จนสร้างผลงานได้ในระดับท็อปฟอร์ม ปีหน้าผมจะกลับมาเพื่อป้องกันแชมป์อีกครั้ง”

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่งรถหมายเลข 105

“แม้ผมจะจบอันดับ 5 เหมือนปีที่แล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าทีมของเรามีพัฒนาการขึ้นมาก เราสามารถทำเวลาแข่งกับรถเครื่องใหญ่กว่าได้อย่างสูสีทุกรอบ และยังทำสถิติเร็วที่สุดใน Leg 5 อีกด้วย เพราะไทรทันมีการยกระดับประสิทธิภาพขึ้นทุกปี โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนและการควบคุมมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ทีมผ่านเส้นทางสุดโหดมาได้ และยังช่วยสนับสนุนชัยชนะของชยพลได้ในที่สุด ซึ่งหลังการแข่งขัน เรายังสามารถหาจุดที่นำไปพัฒนาต่อได้ในหลายด้านที่จะช่วยให้เราทำเวลาได้ดีขึ้น และด้วยการทดสอบอย่างละเอียดเพื่อสร้างจุดแข็งในด้านต่างๆ  ผมมั่นใจว่าปีหน้าเราจะทำผลงานได้ดีกว่านี้แน่นอน”

คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งรถหมายเลข 118

“แม้การแข่งขันจะสร้างความรู้สึกกดดันมาก โดยเฉพาะการที่ต้องออกจากการแข่งขันในวันแรก แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก รถไทรทันที่ผมใช้ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติจากรุ่นผลิตจริง แต่สามารถพิสูจน์ถึงความทนทานได้อย่างยอดเยี่ยมท่ามกลางสภาพโหดของการแข่งขัน AXCR ซึ่งประสบการณ์ในการควบคุมและการบังคับพวงมาลัยที่ผมได้รับมานั้น จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญต่อการพัฒนารถรุ่นต่อไปของมิตซูบิชิ และผมตั้งตารอที่จะได้นำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้กับรถยนต์ของมิตซูบิชิรุ่นต่อไป”

ผลการแข่งขันคะแนนรวม รายการ AXCR 2025

1. ชยพล โยธา (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                                 16 ชั่วโมง 15 นาที 12 วินาที

2. มานะ พรศิริเชิด (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว)                     16 ชั่วโมง 23 นาที 3 วินาที

3. เบลีย์ โคล (ฟอร์ด แร็พเตอร์)                                   17 ชั่วโมง 8 นาที 29 วินาที

4. ดิษพงศ์ มณีอินทร์ (อีซูซุ ดีแมคซ์)                            17 ชั่วโมง 9 นาที 32 วินาที

5. คัตสึฮิโกะ ทากูชิ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                          17 ชั่วโมง 37 นาที 56 วินาที

6. ณัฐพล อังฤทธานนท์ ((โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว)            17 ชั่วโมง 46 นาที 52 วินาที

22. คาสุโตะ โคอิเดะ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                        29 ชั่วโมง 34 นาที 31 วินาที

ติดตามข่าวสารการแข่งขันของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ที่ช่องทาง Facebook

อย่างเป็นทางการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

 www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

ติดตามข่าวสารการแข่งขันของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ที่ช่องทางอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่

1.เนื่องจากการปิดพรมแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ทางผู้จัดงานจึงจัดการแข่งขันภายในประเทศไทยเท่านั้น

2.จัดจำหน่ายด้วยชื่อรุ่น L200 ในตลาดบางประเทศ

TOYOTA GAZOO Racing Thailand ขึ้นโพเดียม 2 ปีซ้อน

TOYOTA GAZOO Racing Thailand ขึ้นโพเดียม 2 ปีซ้อน คว้าอันดับ 2 และ 5 ในรุ่น T1D ด้วย HILUX REVO GR SPORT 4×4 ในการแข่งขันแรลลี่สุดโหด “Asia Cross Country Rally 2025”

ประกาศความสำเร็จอีกครั้งกับ TOYOTA GAZOO Racing Thailand ทีมแข่งรถที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยความร่วมมือกับ ทีมวิศวกรชาวไทยจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และอาร์โต เดินหน้าร่วมกันศึกษาเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนายนตกรรมที่ดียิ่งกว่าให้กับผู้ใช้รถคนไทยในอนาคต ตามแนวคิด “MAKE EVER-BETTER CARS” “FROM CIRCUIT TO THE ROAD” ขึ้นโพเดียมเป็นปีที่ 2 คว้าอันดับ 2 และ 5 ในรุ่น T1D ด้วยรถแข่งสายพันธุ์แกร่ง “HILUX REVO GR SPORT 4×4” ในการแข่งขันแรลลี่สุดโหด “30th Asia Cross Country Rally 2025” (AXCR 2025) บนเส้นทางภาคตะวันออกจากจุดสตาร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2568

การแข่งขัน “30th Asia Cross Country Rally 2025” ปีนี้นับเป็นวาระครบรอบ 30 ปี ของรายการแรลลี่ระดับตำนานในเอเชีย โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 8 ช่วงการแข่งขัน หรือ 8 LEG ถือเป็นสนามที่ท้าทายและขึ้นชื่อว่าโหดครบรส ด้วยระยะทางไกล เส้นทางหฤโหดทั้งโคลน ลูกรัง หลุมลึก ทางทุรกันดาร ฝ่าตะลุยเข้าไปในป่าเขา หรือร่องน้ำ ต้องใช้ทักษะและฝีมือตลอดการแข่งขัน เป็นบททดสอบและพิสูจน์สมรรถนะความแกร่งของรถและนักแข่ง รวมถึงทีมเซอร์วิสซัพพอร์ตที่ต้องพร้อมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเส้นทาง โดยทางทีมได้ส่งรถ HILUX REVO GR SPORT 4×4 กระบะแกร่ง สายพันธุ์สปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ลงแข่งขันในรุ่น T1D จำนวน 2 คัน ซึ่งสามารถขับผ่านได้ทุกอุปสรรค บนเส้นทางสุดทรทดทุกรูปแบบ หลังจบการแข่งขันทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand สร้างผลงานดังนี้

-รถหมายเลข 101 ดีกรีแชมป์เก่า ขับโดย หนึ่ง-มานะ พรศิริเชิด และ โคไดร์ฟเวอร์ ตอน-กิติศักดิ์ กลิ่นจันทร์ จบการแข่งขันอันดับ 2 ในรุ่น T1D และ 2 แบบโอเวอร์ออล ใช้เวลารวม 16:23:03 ชม.

-รถหมายเลข 113 ขับโดย จุ๊บ-ณัฐพล อังฤทธานนท์ และ โคไดร์ฟเวอร์ ตั้ม-ธันยพัต มีนิล จบการแข่งขันอันดับ 5 ของรุ่น T1D และ 6 แบบโอวอร์ออล ใช้เวลารวม 17:46:52 ชม.

ความสำเร็จต่อเนื่องในปีที่ 2 ของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดในการพัฒนายนตกรรมที่แข็งแกร่งเพื่อผู้ใช้จริง จากการเก็บข้อมูลสำคัญทุกช่วงเวลาในสภาวะการแข่งขันที่กดดัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนายนตกรรมที่ดียิ่งกว่าให้กับผู้ใช้รถคนไทยในอนาคต

แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตติดตามภาพบรรยากาศแข่งขันสุดมันส์และข้อมูลเพิ่มเติมของทีมได้ที่ Facebook และ Instagram : TOYOTAGAZOORacingTeamThailand

“Leapmotor Thailand” ประกาศความร่วมมือกับ “ฉลามชล”

“Leapmotor Thailand” ประกาศความร่วมมือกับ “ฉลามชล” ตลอดฤดูกาล 2025-2026 พร้อมส่งมอบรถ Leapmotor C10 Design 3 คัน เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์สู่กลุ่มคนรักกีฬาทั่วประเทศ

22 สิงหาคม 2568 : Leapmotor Thailand ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรครั้งแรกร่วมกับสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟ.ซี. (ฉลามชล) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Leapmotor Thailand ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟ.ซี. ในฤดูกาล 2025-2026 เพิ่งเลื่อนชั้นกลับเข้าสู่ ไทยลีก 1 ได้สำเร็จ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมด้วยพลังบวกผ่านการกีฬา

หลังจากเปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนใหม่อย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟ.ซี. ในงาน “ฉลามชล คนกันเอง” เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด Leapmotor Thailand นำโดย นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA), นายธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป Leapmotor Thailand, นายกิตติพงศ์ โชคดีอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Leapmotor Thailand และ นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธ์ ผู้จำหน่าย Leapmotor สาขาชลบุรี ได้เดินทางมามอบรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 รุ่น Design จำนวน 3 คัน ให้แก่สโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟ.ซี. โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรฯ, นายอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรฯ, นายจีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อ รวมไปถึง นายชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว นักฟุตบอลทีมชาติไทย และกัปตันทีมชลบุรี เอฟ.ซี. ให้การต้อนรับและรับมอบ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม จ.ชลบุรี

ลีปมอเตอร์ จัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2568

ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย จัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2568 (Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025) ประกาศแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครบ 15 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี พร้อมตั้งเป้ายอดขายครึ่งปีหลังมากกว่า 600 คัน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 (กรุงเทพฯ) : บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดการประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 ภายใต้แนวคิด “A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด และ นายธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายจากโชว์รูมทั้ง 12 แห่ง กว่า 20 ท่าน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายได้สัมผัสรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเตรียมเปิดตัวทำตลาดในประเทศไทยเร็วๆ นี้เป็นครั้งแรก ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด

การประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 จัดขึ้นโดย ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศทิศทางและเป้าหมายสำหรับครึ่งปีหลัง ภายใต้ความมุ่งมั่นในการพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส” ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักในการสร้างและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ไปพร้อมๆ กับผู้จำหน่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงผู้จำหน่ายรายใหม่ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลีปมอเตอร์ในอนาคต

นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริการ PNA กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน “การประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 การประชุมในวันนี้นับเป็น หมุดหมายสำคัญ ของการเดินหน้าสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่าง Leapmotor และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เราตั้งใจจัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ในการสื่อสารอย่างใกล้ชิด สร้างความเข้าใจร่วมกันในทิศทางของธุรกิจ แลกเปลี่ยนแนวคิด เสนอข้อคิดเห็น และร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ที่ทุกฝ่ายสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้อย่างมั่นใจ”

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Leapmotor B10 ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ผู้จำหน่ายทุกท่านจะได้สัมผัสรถยนต์รุ่นนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญ เพื่อให้ทุกท่านมีข้อมูลครบถ้วนและมั่นใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาด และในอนาคตอันใกล้ เราจะมี Brand อื่นๆ ที่อยู่ในเครือ Stellantis มาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งจะขายในโชว์รูมเดียวกันกับ Leapmotor ด้วย

สิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริงในวันนี้ คือการที่เราได้มารวมตัวกันในฐานะพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน การสนับสนุน ความร่วมมือ และความคิดเห็นจากผู้จำหน่ายทุกท่าน คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้ Leapmotor ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย

นายธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป Leapmotor Thailand กล่าวว่า “ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันถือเป็นความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงไม่อาจหยุดนิ่ง และต้องมุ่งมั่นคิดค้น พัฒนา และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการแข่งขันในตลาด สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องร่วมกันวางรากฐานแห่งความสำเร็จไปพร้อมกับผู้แทนจำหน่ายของเรา สำหรับกลยุทธ์หลักที่นำเสนอใน Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 ในครั้งนี้ เราให้ความสำคัญกับปัจจัยที่เป็นหัวใจของธุรกิจและการบริการลูกค้าเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การบริหารจัดการอะไหล่และคลังสินค้า การพัฒนาศักยภาพพนักงานขาย การบริการหลังการขาย และมาตรฐานโชว์รูมที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ กลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของผู้แทนจำหน่าย และพร้อมรองรับการขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย”

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกในตระกูล B Series โดยได้วางกลยุทธ์การทำตลาดผ่านแคมเปญ Pre-Booking ก่อนการเปิดตัวจริง เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจจากกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน Leapmotor B10 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัดทันสมัย สีสันสะดุดตา และมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 28–45 ปีได้อย่างลงตัว คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและกลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าของลีปมอเตอร์ในประเทศไทย

สำหรับแผนการเปิดตัวในอนาคต ลีปมอเตอร์ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล B SUV ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยจะมีการเผยโฉมคันจริงครั้งแรกที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทแม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคัดสรรเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด พัฒนาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย “ในส่วนของเป้าหมายครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 600 คัน โดยแบ่งเป็นรุ่น Leapmotor C10 ที่เปิดตัวไปแล้วทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ Design และ Style รวมถึงรุ่นใหม่ Leapmotor B10 ที่เตรียมทำตลาดในประเทศไทย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 400 คัน”

ในด้านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุด Leapmotor Thailand ได้ประกาศความร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี อย่างเป็นทางการ โดยโลโก้ของ Leapmotor จะปรากฏบนชุดแข่งขันของสโมสร ซึ่งเพิ่งมีการแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จับมือกับพันธมิตรในธุรกิจบริการเช่ารถ Sub A Car แอปพลิเคชันให้เช่ารถรายบุคคลที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่า เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับและสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าของ Leapmotor หลากหลายรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อจริง เพื่อสร้างความมั่นใจและประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนแนวคิด ‘A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส’ ในการก้าวไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทุกคน

ภาพรวมของโชว์รูม Leapmotor ในปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วในหลายพื้นที่ ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ รัชโยธิน, ลาดพร้าว, จอมทอง, อ่อนนุช และนนทบุรี ส่วนภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, พิษณุโลก และเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา รวมทั้งหมด 11 โชว์รูมที่พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครบ 21 แห่ง พร้อมยกระดับทุกโชว์รูมและศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

โตโยต้า แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ BEV รุ่น NEW bZ4X ในประเทศไทย

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YAR IS ATIV และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการเปิดตัว “NEW YARIS ATIV HEV” รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นยอดนิยมในประเทศไทยของโตโยต้า กับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ที่จะมาเติมเต็มตลาดรถยนต์ในกลุ่มอีโคเซกเมนต์กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และเร้าใจขึ้นอีกระดับ กับรุ่น HEV GR Sport

พร้อมแนะนำและเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มีความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด ผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ณ Toyota ALIVE บางนา

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV กับทางเลือกรุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport  มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Stickerโดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ในรุ่น HEV Premium) การออกแบบภายนอก กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ กระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ในรุ่น HEV Premium ภายในฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย พร้อมความมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยเหนือระดับตามมาตรฐานโตโยต้า

สำหรับรุ่น HEV GR Sport โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ

โดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดอายุการใช้งานด้วยศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบไฮบริด และมาตรฐานความพร้อมด้านอะไหล่ที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID”

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ด้วยไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า ทำให้เรายังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด และครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 เซกเมนต์ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเติบโตของตลาด xEV และ SUV ซึ่งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็ได้ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ BEV ในกลุ่มตลาด xEV เติบโตขึ้นด้วย หากแต่เมื่อพิจารณาด้านการใช้งานจริงแล้ว เรายังเชื่อมั่นว่ารถยนต์ HEV ยังคงมีบทบาทสำคัญ สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับตลาดโลก สำหรับกลุ่มตลาด SUV มีกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ หรือ D-SUV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เป็นรถ BEV ทำให้ยอดขายรถ SUV ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงสุดในประเทศไทย

ซึ่งในวันนี้ เรายินดีแนะนำรถยนต์ 2 รุ่น ที่จะมาช่วยเสริมทัพไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการเติบโตของตลาดในเซกเมนต์นี้

เริ่มจาก bZ4X ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถ SUV ขนาดใหญ่ โดยในปี 2565 โตโยต้าได้แนะนำรถ BEV รุ่นแรกคือ bZ4X สู่ประเทศไทย ภายใต้มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV3.0 ของรัฐบาลไทย แต่เนื่องจากขีดจำกัดด้านการจัดสรรจำนวนรถในเวลานั้น ทำให้เราขายเพียงแค่ 132 คันเท่านั้น

แต่สำหรับ bZ4X ใหม่จะนำเข้าจากญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ด้วยเป้าหมายยอดขายที่ มากกว่าเดิม ถึง 6,000 คันในช่วงปีแรก

หลายท่านอาจคิดว่า NEW bZ4X เป็นเพียงการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อีกขั้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600* กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน พละกำลังสูงสุดได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย   

หมายเหตุ : * ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย

ผมเชื่อมั่นว่าเสถียรภาพ (stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ความนุ่มนวล (riding comfort) และประสิทธิภาพการเบรกนั้นอยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน” โดยเราจะจัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถรุ่นนี้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เพื่อให้ท่านได้สัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ด้วยตนเอง และเราจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ เราขอประกาศการเปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

และโตโยต้ายังมีอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับ bZ4X ใหม่ โดยที่รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,5xx,xxx บาท และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,6xx,xxx บาท


นอกจากการที่ bZ4X มีมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของโตโยต้าแล้ว เรายังมีระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม กับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ เราจึงมั่นใจว่า NEW bZ4X จะมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า จึงอาจกล่าวได้ว่า bZ4X ใหม่จะไม่เพียงแต่มอบความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่ยังมอบความสุขให้กับชีวิตผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ วันอีกด้วย

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวแนะนำ YARIS ATIV ว่า “ในวันนี้ เราขอแนะนำรถอีกรุ่นหนึ่ง คือ NEW YARIS ATIV HEV โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีการแนะนำ YARIS ATIV สู่ตลาดรถอีโคเซกเมนต์ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2560 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ทั้งมีบทบาทสำคัญในตลาดกลุ่มอีโคเซกเมนต์ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 280,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือน ระหว่างสิงหาคม 2560  – กรกฎาคม พ.ศ. 2568)

ที่สำคัญ เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ YARIS ATIV ได้มีส่วนสร้างการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมของวิศวกรชาวไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น ยังใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศถึง 73% ผลิตภายใต้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ โตโยต้า ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 34 ประเทศทั่วโลก

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ ตลอดจนความต้องการของรถยนต์ไฮบริด ที่เพิ่มมากขึ้น และต่อยอดการส่งเสริมเศรษฐกิจและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย เราจึงขอแนะนำ NEW YARIS ATIV HEV ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Be Confident & Beyond Expectation” โดยรถยนต์รุ่นนี้จะครองใจลูกค้าในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดขายให้กับโตโยต้า ด้วยเป้าหมายการขายที่ 20,000 คัน ในปีแรก กับทางเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport

ซึ่งนอกเหนือจากดีไซน์ภายนอกซึ่งได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี และภายในของรถที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันแล้ว ยังมีการปรับขนาดของเครื่องยนต์จาก 1.2 ลิตร เป็น 1.5 ลิตร และดัวยเทคโนโลยีไฮบริดที่เชื่อถือได้ของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV สามารถมอบสมรรถนะอันทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน โดยมีอัตราสิ้นการใช้เชื้อเพลิงไฮบริดที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ 29.4 กม./ลิตร

สำหรับ รุ่น HEV GR Sport ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและระบบช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยมร.คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV จะะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

ยิ่งไปกว่านั้น เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยต่อไป โดย NEW YARIS ATIV HEV จะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเริ่มต้นที่ 65% โดยเรามีแผนที่จะเพิ่มให้มากขึ้น รวมทั้ง มีการส่งออกรถรุ่นนี้ไปยัง 23 ประเทศอีกด้วย

เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ bZ4X ใหม่และ NEW YARIS ATIV HEV จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อโตโยต้าให้มากขึ้น พร้อมก้าวเดินและเติบโตไปพร้อมๆ กัน  นอกจากนี้ เรายังจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมให้กับลูกค้าในประเทศไทยอีก ในปลายปีนี้” มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้าย

มร.คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV กล่าวถึงรถรุ่นนี้ว่า “หลายคนน่าจะมีประสบการณ์ที่ดีกับ YARIS ATIV รุ่นปัจจุบัน ซึ่งคุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น กับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) ซึ่งต่อยอดจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ทันสมัยครบครัน

3.1. รถยนต์ไฮบริดสำหรับทุกคน (HEV for everyone)

โตโยต้ามุ่งหวังให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสระบบไฮบริดของโตโยต้า (THS : Toyota Hybrid System) ผ่านการออกแบบและพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในด้านของสมรรถนะการขับขี่ อัตราการประหยัดน้ำมัน และราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถรวมอยู่ในรถรุ่น NEW YARIS ATIV HEV

3.2. รถยนต์ไฮบริดที่ไว้ใจได้ (Reliable HEV)

ด้วยความเชี่ยวชาญของโตโยต้าในระบบไฮบริดที่มีมาอย่างยาวนาน ที่เราคิดว่าสามารถตอบโจทย์การจราจรที่หนาแน่นในประเทศไทย เพราะเราเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนเลนหรือการขับขี่นานๆอาจทำให้ผู้ขับขี่นั้นเหนื่อยล้า ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นให้จังหวะการออกตัวมีอัตราเร่งที่ดีขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ด้วยการเสริมกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันนั้นง่ายยิ่งขึ้น

ด้วยประสิทธิภาพของระบบไฮบริดของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV จะเหมือนเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้คู่ใจคุณในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล

3.3. การออกแบบพิเศษ รุ่น HEV GR Sport (GR Sport Package)

สำหรับในรุ่น HEV GR Sport ที่ถูกออกแบบและพัฒนา จากสนามแข่งสู่ถนนจริง ด้วยดีไซน์ภายนอกที่แตกต่าง พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ที่ไม่ใช่เพียงเสริมภาพลักษณ์ให้ดูโดดเด่น แต่ยังช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยที่ถูกปรับจูนพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ต ไม่เหมือนใคร ในทุกด้าน

และ HEV GR Sport ยังได้รับการทดสอบขับโดยนักขับมืออาชีพของ GR จากฝ่ายสถาบันทักษะเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามปรัชญาของ GR ที่ว่า “รถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า มอบความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการขับขี่ทุกวัน”

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้าเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฮบริดและได้รับความไว้วางใจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 16 ปี อีกทั้งยังมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลกโดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดการใช้งาน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV” โดยมีจุดเด่น ดังนี้

1. การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+)

2. Toyota Service Technician ช่างผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้าที่มีมากกว่า 8,000 คน รวมถึงอุปกรณ์การซ่อมที่ได้มาตรฐานสำหรับรถไฮบริด ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 450 แห่ง

3. ด้านอะไหล่ เรามีความพร้อมให้บริการ เรามีการจัดเตรียมอะไหล่ไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้เร็วสุดภายใน 48 ชั่วโมง

ด้วยจุดแข็งหลักที่กล่าวมาสามารถพิสูจน์ได้ถึงความไว้วางใจของลูกค้า จากความนิยมและราคาขายต่อรถไฮบริดของโตโยต้านั้น ยังคงมีมูลค่าที่สูง และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง NEW YARIS ATIV HEV เป็นอีกทางเลือกที่เข้าถึงได้ในราคาที่คุ้มค่าสำหรับคนรุ่นใหม่ กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV GR Sport

สำหรับรุ่น HEV Premium มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร  แบตเตอรี่ Lithium-ion ขับเคลื่อนล้อหน้า เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานควบคู่กัน จะได้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอัตราเร่งในช่วงออกตัวและช่วงการเปลี่ยนระบบส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มรถ HEV อยู่ที่ 29.4 km/L และยังคงสิทธิพิเศษ ที่คุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน เช่นเดียวกับรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น อาทิเช่น บริการสินเชื่อ Connected Auto Loan (CAL) , ประกัน PHYD , โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive X , โปรแกรม TCFR Plus+ สิทธิประโยชน์ตามการเช็กระยะต่อเนื่อง มาพร้อมสเปคจุดเด่นและจุดที่เพิ่มเติมใหม่ ดังนี้

อุปกรณ์ภายนอก

-กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ และด้านล่างสีเทาเมทัลลิก

-ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว 

อุปกรณ์ภายใน

-เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ-เทา

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

-หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

-อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

-ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH (Auto Brake Hold)

-ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบกรองฝุ่น PM2.5

-ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 64 เฉดสี

ระบบความปลอดภัย

-ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ LKC : Lane Keeping Control หรือระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ที่จะทำงานคู่กับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed

-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)

-ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

-กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

-สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

-กล้องวิดีโอบันทึกภาพด้านหน้า DVR (Digital Video Recorder)

-Airbag 6 ตำแหน่ง

สำหรับผู้ที่มองหาความโดดเด่น สปอร์ตและขับสนุกยิ่งขึ้น เรามีรุ่น HEV GR Sport ไว้ให้เป็นทางเลือกกับ สเปกหลักที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ GR

-ชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง

-ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

-หลังคาดำ

-ช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS พร้อมโลโก้ GR ปรับจูนพิเศษ

-กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ

-เบาะหนังสังเคราะห์และพวงมาลัยสีดำ พร้อมโลโก้ GR

-ลำโพง pioneer 6 ตำแหน่ง

สำหรับสีภายนอก รุ่น HEV Premium มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี และรุ่น HEV GR Sport มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี มาพร้อมหลังคาดำ

โดยในครั้งนี้เรามั่นใจว่า NEW YARIS ATIV HEV นั้นจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในตลาดรถยนต์อีโคเซกเมนต์ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือกที่หลากหลายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหานวัตกรรม คุณภาพ เน้นความคุ้มค่าในระยะยาวและเป็นเจ้าของง่าย ผ่านการสื่อสาร ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นสู่การพัฒนาตัวเองในทุกจังหวะของชีวิต พร้อมยกระดับชีวิตได้ในทุกมุมมอง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านพรีเซนเตอร์ที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ทั้ง 2 ท่านภายใต้คอนเซปต์การสื่อสาร ‘YOUR DAYS ELEVATED’ ‘จังหวะที่ใช่ ในแบบเรา’

เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้พรีเมียมและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ทางเราได้จัดเตรียมชุดแต่งใหม่ภายใต้ชื่อ CHARISMO DRIFT มาเป็นทางเลือกในรุ่น HEV Premium โดยในชุดจะประกอบไปด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ต แตกต่างไม่เหมือนใคร

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เฝ้ารอการเปิดตัวและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งไฮบริดตัวเริ่มต้น NEW YARIS ATIV HEV เราจึงขอมอบราคาพิเศษแนะนำจนถึงสิ้นปีนี้

เพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ง่ายยิ่งขึ้น เรายังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,443 บาทต่อเดือน หรือ เลือกรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุด 10 ปี (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+) รวมทั้งบริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย”

เลือกเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ 2 รุ่นย่อย

ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

•รุ่น HEV GR Sport                    ราคา 779,000 บาท บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

(มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

•รุ่น HEV Premium                    ราคา 729,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

(มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

ราคาพิเศษช่วงแนะนำ  (ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568)

รุ่น HEV GR Sport              ราคา 769,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

(มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

รุ่น HEV Premium              ราคา 719,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

(มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

พร้อมขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+ มูลค่า 12,000 บาท ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. และขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง TOYOTA ACCESSORIES

-ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT

(สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร) : เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นเหนือระดับ

 – ราคาขายปลีกแนะนำ 19,990 บาท**

 – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 4,000 บาท เหลือ 15,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 240 บาท/เดือน***

-สเกิร์ตกันชนหน้า              ราคา 4,600 บาท

-ชุดสเกิร์ตข้าง                   ราคา 6,500 บาท

-สเกิร์ตกันชนหลัง              ราคา 4,600บาท

-สปอยเลอร์หลัง                ราคา 4,290 บาท

-ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GR

(สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร) : ชุดแต่ง SPORT RACING แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง MOTORSPORT ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ

  – ราคาขายปลีกแนะนำ 28,990 บาท**

  – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 6,000 บาท เหลือ 22,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 345 บาท/เดือน****

-สเกิร์ตกันชนหน้า GR       ราคา 6,890 บาท

-ชุดสเกิร์ตข้าง GR             ราคา 7,900 บาท

-สเกิร์ตกันชนหลัง GR        ราคา 7,200บาท

-สปอยเลอร์หลัง GR           ราคา 7,000 บาท

หมายเหตุ :

-**รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง

-***ราคาผ่อนเพิ่ม 240 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 15,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

-****ราคาผ่อนเพิ่ม 345 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 22,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

-ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT และ GR ที่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้าสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

-โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga

และพบทางเลือกในการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO

มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน ในราคาเริ่มต้นเพียง 12,900 บาท ต่อเดือน ในรุ่น HEV Premium พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พ.ร.บ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา

และเปิดรับจองสิทธิ์ เพื่อเป็นเจ้าของ NEW bZ4Xผ่านช่องทางออนไลน์

ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

•รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)      ราคาเริ่มต้น  1,5xx,xxxx บาท

•รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)          ราคาเริ่มต้น1,6xx,xxxx บาท

(มาพร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black)

พิเศษ รับทันทีส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เฉพาะ 2,000 สิทธิ์แรก สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 21 สิงหาคม -19 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด (อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติจาก โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยคำนวณจากดอกเบี้ยต้นงวดและส่วนลดดอกเบี้ยรถไฟฟ้า)

พบ TOYOTA NEW YARIS ATIV HEV ครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE

ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

หรือกิจกรรม Toyota Easy Drive Easy Deal ที่ Future Park รังสิต

ในวันที่ 21-25 สิงหาคม 2568

ทดลองขับ NEW YARIS ATIV HEV ณ Toyota ALIVE ได้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมนี้

และสัมผัสและทดลองขับ พร้อมพบกิจกรรมพิเศษที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/               Facebook: Toyota Motor Thailand

LINE Official: @ToyotaThailand        TikTok: @ToyotaMotorTH X: @ToyotaMotorTH                            Instagram: @toyotamotorthailandofficial

Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต กับฤดูกาลความสนุก พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการ และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดภูเก็ต เปิดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ต จัดเต็มกิจกรรมสุดมันส์โดนใจวัยรุ่นชาวภูเก็ตตลอดทั้งสองวัน กระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์และความสนุกของผู้ชมรอบสนาม

นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเปิดการแข่งขันว่า “ขอขอบคุณทางจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ห้างร้าน รวมทั้ง พี่น้องชาวภูเก็ตทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับ เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ปีนี้ เป็นปีที่โตโยต้าดำเนินกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นปีที่ 39 ในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย โดยสนามภูเก็ต เป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขันนี้จะทำให้ท่านสนุกสนาน เร้าใจ ภายใต้แนวคิด Make Ever-Better Car From Circuit to the road กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Toyota One Make Race” ทั้ง “ยาริส วันเมคเรซ” “ยาริส เอทีฟ เลดี้ วันเมคเรซ” “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” และ “โคโรลล่า อัลติส จีอาร์สปอร์ต วันเมคเรซ”

รวมทั้ง ในช่วง HOT LAP เราได้ขนขบวนรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ตระกูล GR ครบทุกรุ่น มาให้ทุกท่านได้สัมผัส นำโดย GR SUPRA TRACK EDITION รุ่นใหม่ มาโชว์สุดยอดสมรรถนะในตำนาน เป็นครั้งแรก และยังมีรุ่นอื่นๆ ทั้ง GR 86, GR COROLLA, GR YARIS รวมถึงรถยนต์ในรุ่น GR SPORT ร่วมท้าทายขีดจำกัด ซึ่งท่านจะได้นั่งไปกับนักแข่งจากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand”

ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 1 (แข่งขัน 20 รอบ)

เปิดรายการแรกด้วยสมรรถนะ และความปราดเปรียวของรถยนต์ YARIS Hatchback เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ นักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ป๊ายปาย โอริโอ้” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ลงสนามด้วย YARIS One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน ตลอด 20 รอบการแข่งขัน ผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์สนามสองได้แก่ หมายเลข 68 ศิริภากรณ์ แยบยนต์ จากทีม TMC-Drive 68 Lenso by Woot Bangbon3

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
168ศิริภากรณ์ แยบยนต์TMC-Drive 68 Lenso by Woot Bangbon3
223Abdul Migail23 Motors Racing Team
322Komura ToshikiRUK Team Nexzter PMC 52
427เอกชัย อิทรจินดาB-Quik Racing Team
542กวินท์ ปฏิภาณประเสริฐModern Bug Racing Runstop Ozawa AFV GJ

ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 2 (แข่งขัน 20 รอบ)

เร้าใจต่อเนื่อง มันส์ไม่แพ้ Division 1 สำหรับแชมป์สนามสองตกเป็นของ หมายเลข 8        Warauyo Hinjiranan จากทีม Men’s Health Masterpiece x Nexkart Racing   

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
18Warauyo HinjirananMen’s Health Masterpiece x Nexkart Racing
215Boonchoke ThiratarakornLiqui Moly Thailand By Prakin Racing xHGRxVG
399Tinnasit IsarapongpornLenso Motorsport by WootBangbon3
439Clement Leung
55Jongchai Wongsaithong

ผลการแข่งขัน YARIS ATIV Lady One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

เพลิดเพลินไปกับนักแข่งสาวสวยในรายการ โดยนักแข่งดาวรุ่งจาก Toyota Racing Star Team “มิย่า พิชชา ทองเจือ” ลงสนามด้วย YARIS ATIV One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก และสามารถชิงอันดับที่ 4 ขึ้นยืนโพรเดียมได้ในสนามนี้ จบการแข่งขันผลปรากฏว่า อันดับที่ 1 ตกเป็นของ หมายเลข 135 Piyawadee Phuettisan จากทีม  A Motorsport Racing Team

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
1135Piyawadee PhuettisanA Motorsport Racing Team
2107Sitanun PikulkajornBfin Racing Compact Wise the Hub
3195Khemisara KhonpdusaBurgundi Motorsport
4198Pitcha Miya ThongchuaTOYOTA Racing Star Team
5114Lunlana GreeutATECH & PSD DRIVING SCHOOL

ผลการแข่งขัน HILUX REVO One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

กระหึ่มสนามไปกับรายการแข่งขันชิงเจ้ากระบะ โชว์สมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Super Power 2,400 ซีซี ผลการแข่งขัน ตำแหน่งแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ หมายเลข 4 Naruchit Kiatmaneesri จากทีม TD Racing by SP Auto

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
14Naruchit KiatmaneesriTD Racing by SP Auto
23Kittisak SeangsalakBKC x Voltronic By House Of Cars x Vangarg Garage
349Pongsatorn OwnonKM Racing
4 55Perk Lertwangpong
519Nirut Sutcharit

ผลการแข่งขัน COROLLA ALTIS GR Sport One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

เข้มข้น เร้าใจสุดๆ ปีนี้ ยังคงมีนักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” ดารานักแข่งสุดหล่อ เข้าร่วมแข่งขัน และสามารถชิงอันดับที่ 2  ขึ้นยืนโพรเดียมได้ในสนามนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนคลับ จบการแข่งขันปรากฎว่า  หมายเลข 17 Rotor Thongchua จากทีม Superclub Racing Team คว้าแชมป์อันดับ 1 ไปครอง

อันดับหมายเลขนักแข่งทีม
117Rotor ThongchuaSuperclub Racing Team
210Akalavut MankalasutTOYOTA Racing Star Team
39Sittichai KungnimirSpeedRev Racing By NCL Service
466Srithana MitareeLenso Motorsport Sinthorn B88 Wrap X Treme by VG
53Kentaro ChibaORC Racing Motul

นอกจากการแข่งขันรถยนต์สุดมัน ยังมีกิจกรรมสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ร่วมสนุก

•กิจกรรมพิเศษ GR EXPERIENCE สำหรับลูกค้าจาก GR Garage ทั้ง 6 แห่ง ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ กับรถสปอร์ต ตระกูล GR Series ในช่วง HOTLAP และได้ร่วมพูดคุยกับ CAR GURU อย่าง คุณเบียร์ ใบหยก

•การจัดแสดงรถยนต์ GR SUPRA TRACK EDITION รุ่นใหม่

•กิจกรรม WALK ABOUT ON TRACK / PIT WALK ที่มีทั้งนักแข่ง รถแข่ง ที่ทุกคนได้ไปสัมผัส

•สนุกกับคอนเสิร์ต จากพิธีกรสายฮา ซานิ นิภาภรณ์ และร็อคสุดมันส์ จากวงไททศมิตร

•GR FAST FUN SHOW ขับโดยนักแข่งจาก จากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand และ GR TRIPLE DRIFT SHOW โดยนักขับมืออาชีพ ระดับแชมป์ อย่าง เป้, ปอนด์ และ พีท ทองเจือ ที่เรียกเสียงความมันส์ได้อย่างสะใจ

•โซนจัดแสดงนิทรรศการ Make Ever-Better Cars From Circuit to the Road จัดแสดงรถ GR Model อาทิ GR Supra และ GR Corolla รวมไปถึงยนตกรรม เชื้อเพลิงทางเลือก Carbon Neutral Fuel เพื่อเสริมสร้าง ความเป็นกลางทางคาร์บอน

•กิจกรรมการประกวดถ่ายภาพ และ TIKTOK Contest

•กิจกรรม Pit Service Challenge ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้ร่วมแข่งขันและใช้ทักษะในการเปลี่ยนยางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

•การเปิดพื้นที่แสดงดนตรีสด โดยวงดนตรีจากสถานบันศึกษาในจังหวัดภูเก็ต

•กิจกรรม Balance Bike Kids (จักรยานขาไถ) สำหรับน้องๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความสนใจและเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

•บูธของที่ระลึกจาก GR Collection ที่จับมือกับแบรนด์ CARNIVAL จัดแสดงสินค้าเป็นครั้งแรกในงาน

•สินค้าอุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ จากบูธสปอนเซอร์ต่างๆ

•เหล่า Car Club และแฟนมอเตอร์สปอร์ต พร้อมรถแต่งจัดเต็ม ร่วมพูดคุย Meet & Greet กับศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง เบียร์ ใบหยก

•พบข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในบูธผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดภูเก็ต และพันธมิตร

มันกันต่อกับ Toyota Gazoo Racing Thailand สนามที่ 3 และ 4

วันที่ 13-14 กันยายน 2568 นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

แฟนพันธุ์แท้กีฬามอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด!

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook / Youtube: ToyotaGazooRacingThailand

Instagram: tgrthailand   

TikTok: tgr.Thailand

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save