Home Blog Page 11

GWM ประกาศความสำเร็จปี 2568 ทำยอดขายทั่วโลก 1.32 ล้านคัน

GWM ประกาศความสำเร็จปี 2568 กับยอดขายทั่วโลกทะลุ 1.32 ล้านคัน พร้อมกวาด 4 รางวัลระดับนานาชาติ การันตีความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

กรุงเทพฯ 14 มกราคม 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา GWM ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วย ยอดจำหน่ายรวมทั่วโลก 1,323,672 คัน เติบโต 7.33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อยู่ที่ 403,653 คัน เพิ่มขึ้น 25.44% ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน และยอดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศรวม 506,066 คัน เติบโต 11.68% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล สะท้อนถึงการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพบนเวทีโลก

นอกจากความสำเร็จด้านยอดขาย GWM ยังคว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติ จากเวที “2025 Gaogong Intelligent Vehicle Industry Summit” ณ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้แก่ รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award), รางวัล 2025 Mass Production Leadership, รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark และรางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer)  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง WEY G9 ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ทั้งในด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะและระบบหน้าจอที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV สะท้อนถึงมาตรฐานใหม่ของรถหรูอัจฉริยะระดับโลก โดยรางวัลทั้ง 4 นี้สะท้อนถึงความสำเร็จแห่งปี 2568 ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าและคุณภาพที่เหนือกว่าของรถยนต์ของ GWM ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมี WEY G9 เป็นรุ่นเรือธงในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับพรีเมียมและสร้างนิยามใหม่ ให้กับยานยนต์อัจฉริยะของโลก

WEY G9* ไฮไลต์แห่งความสำเร็จ

ภายใน 4 รางวัลที่ได้รับ หนึ่งในจุดเด่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ WEY G9 รถยนต์ MPV รุ่นเรือธงจาก GWM ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่

•รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award): จากระบบเสียงพาโนรามา Coffee AI Sound ที่ผสานอัลกอริทึม AI เฉพาะของ GWM เข้ากับฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงและลำโพงประสิทธิภาพสูงกว่า 20 ตำแหน่ง รองรับมาตรฐาน Dolby Atmos เต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีแปลงเสียงสเตอริโอเป็นรอบทิศทางแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การฟังดื่มด่ำเสมือนเป็นโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่

•รางวัล 2025 Mass Production Leadership: จากระบบหน้าจอภายใน WEY G9 ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยถือเป็นโซลูชันหน้าจอในรถยนต์ชุดแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland  (องค์กรอิสระที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการตรวจสอบความปลอดภัย คุณภาพ และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม) ทั้งด้านการทำงานแบบไร้การกะพริบ (Flicker-Free) และการปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำ (Low Blue Light) พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดระดับเรตินา 2.5K และ 3K (PPI 188 และ 191 ตามลำดับ) เคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อนพิเศษ และรองรับมาตรฐานสี P3 Cinema-Grade Wide Color Gamut เพื่อภาพที่คมชัด สีสันสดใส และสบายตาในทุกการใช้งาน มอบประสบการณ์การรับความบันเทิงชมระดับโรงภาพยนตร์ภายในห้องโดยสาร

2 รางวัลนี้นับป็นการตอกย้ำว่า WEY G9 พร้อมแล้วที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถหรูอัจฉริยะระดับโลก และเป็นโมเดลที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอระดับไฮเอนด์ของ GWM ในอนาคตอันใกล้

มุ่งสู่อนาคตยานยนต์อัจฉริยะและการขยายตลาดทั่วโลก

นอกจาก WEY G9 แล้ว GWM ยังคว้าอีก 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่

•รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark: จากเทคโนโลยี AI Chassis ที่ยกระดับการควบคุมรถยนต์แบบองค์รวม ผสานระบบขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสาร และการควบคุมยานพาหนะให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบสามารถประมวลผลแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งการขับเคลื่อน 4 ล้อ เบรก การบังคับเลี้ยว และระบบกันสะเทือน มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นสูง ความสบายเหนือระดับ การทำงานอัจฉริยะ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการพลิกโฉมยานยนต์จากเพียง “พาหนะเพื่อการเดินทาง” สู่ “ยานยนต์อัจฉริยะในองค์รวม”

•รางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer): จากความสำเร็จของ GWM ในการขยายธุรกิจสู่เวทีสากล ด้วยกลยุทธ์รอบด้านที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ การวิจัยและพัฒนาทั่วโลก และการดำเนินงานเชิงท้องถิ่น ทำให้ GWM สามารถตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตครบวงจรในหลายประเทศ พร้อมยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 2 ล้านคัน ปัจจุบัน GWM ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ และมียอดขายต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง เช่น GWM TANK 300 Hi4-T ที่เปิดตัวในบราซิล GWM POER Hi4-T ที่คว้ารางวัลในออสเตรเลีย GWM P-Series ที่ครองตลาดชิลี และ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศภายใต้กลยุทธ์ ONE GWM ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพของจีนบนเวทีโลก

การคว้ารางวัลระดับนานาชาติทั้ง 4 รายการในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความแข็งแกร่งบนเวทีโลกของ GWM แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น โดย GWM ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ที่ปลอดภัย ฉลาดล้ำ และใส่ใจผู้ใช้ เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

*เทคโนโลยีและคุณสมบัติของรถยนต์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละตลาด

เชอรี – กรังด์ปรีซ์ฯ – TSAE เปิดเวทีประชันไอเดียแต่งรถ

เชอรี ประเทศไทย ผนึกกำลังสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และบมจ.กรังด์ปรีซ์ฯ เปิดเวทีคนรุ่นใหม่โชว์ไอเดียแต่งรถภายใต้ชื่อ “Chery V23 Style Up Challenge” ชิงรางวัลกว่า 4 แสนบาท พร้อมบินลัดฟ้าเข้าร่วม WORKSHOP และเข้าร่วมชมงาน Auto China 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

เชอรี ประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการประกวดออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์สุดสร้างสรรค์ ภายใต้ชื่อ “Chery V23 Style Up Challenge” เวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีใจรักด้านการออกแบบและการตกแต่งรถ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ผ่านการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ Chery V23 รถยนต์ทรงกล่อง (Boxy Style) ดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน

การประกวดแบ่งแนวคิดการออกแบบออกเป็น 3 สไตล์ ได้แก่ The Best Boxy Style, The Classic Style และ Utilities โดยมุ่งเน้นความสวยงาม ความลงตัวของรถทรงกล่อง และใช้งานได้จริง ซึ่งผู้ชนะในแต่ละรุ่น จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท อันดับที่ 2 ในแต่ละรุ่นจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท อันดับที่ 3 ในแต่ละรุ่นจะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัล Popular Vote จะได้รับเงินรางวัลอีก 30,000 บาท  รวมรางวัลมูลค่ากว่า 400,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรางวัลพิเศษสุด คือโอกาสเดินทางไปร่วม WORKSHOP และเข้าร่วมชมงาน Auto China 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดประสบการณ์นวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก และนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดสู่วงการออกแบบและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังสามารถร่วมโหวต Popular Vote ให้กับผลงานที่ชื่นชอบได้ที่บูธ Chery ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้ร่วมโหวตมีสิทธิ์ลุ้นรับ iPad มูลค่า 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล อีกด้วย

นายเซดริก ชุย  ประธาน เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเชอรี ประเทศไทย ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้แสดงความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และนวัตกรรม ผ่านการแข่งขันออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ Chery V23 ที่เน้นเอกลักษณ์งานออกแบบที่ไม่เหมือนใครในสไตล์รถทรงกล่อง (Boxy Style) ใช้งานได้จริง (Utility) และมีสไตล์ที่ผสมผสานความคลาสสิกกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัวด้วยแนวคิด “The Classic never fades” เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ควรเป็นโอกาสที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ กิจกรรมนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีการแข่งขัน แต่เป็นการมอบ ‘ประสบการณ์จริง’ ที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา ที่ผนึกกำลังร่วมกับเชอรี ประเทศไทย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ทาง Grand Prix Group ได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและผลักดันโปรเจกต์ “Chery V23 Style Up Challenge” ผ่าน การประชาสัมพันธ์และกระจายข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อ Social Media ในเครือ Grand Prix Group เช่น Grand Prix Online, XO Autosport, Thailand Diecast Expo และ Bangkok International Motor Show นอกจากนี้ยังร่วมกับพันธมิตรอย่างสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของโครงการ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ทั่วถึงในวงกว้าง

นอกจากนี้ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จะถูกนำไปจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งบูธของ Chery จะถูกยกระดับให้เป็นเสมือนหอศิลป์แห่งยนตรกรรม โดยเราจะจัดแสดงผลงานรถโมเดลที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 6 คัน เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมงานกว่า 1.6 ล้านคนได้ชม ถือได้ว่าเป็นเวทีของนักออกแบบไทย ได้โชว์ศักยภาพการออกแบบที่สอดรับกับเอกลักษณ์ “Boxy Style” ของ Chery V23 สู่สายตาผู้ชมจากทั่วโลก”

ขณะที่ นายธิบดี หาญประเสริฐ นายกสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ ก่อตั้งมามากกว่า 28 ปี โดยความร่วมมือของบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชน มีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านวิศวกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดและรับรองมาตรฐานยานยนต์และชิ้นส่วนร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด  สำหรับโครงการ “Chery V23 Style Up Challenge” ในครั้งนี้ ทางสมาคมฯ ก็ได้เข้ามาดูในเรื่องของหลักเกณฑ์การให้คะแนนและการตัดสิน บนพื้นฐานของการพัฒนาไอเดียต่อยอดไปสู่ผลงานที่สามารถใช้งานได้จริง ตามหลักของวิศวกรรมยานยนต์”

สำหรับกิจกรรม Chery V23 Style Up Challenge” แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่

1. รุ่น นักเรียน นักศึกษา (Student) ผู้สมัคร เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ นักเรียน, นักศึกษา (ม.ปลาย, ปวช., ปวส.), นักศึกษาปริญญาตรี จะต้องกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษา และ ยังคงมีสถานะเป็นนักเรียน นักศึกษาในขณะที่เข้าร่วมกิจกรรม

2. รุ่น ประชาชนทั่วไป

หลักเกณฑ์การให้คะแนน

1. ประเภท Best Boxy Stylish จะเน้นไปที่การสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีรูปทรง “เหลี่ยม” (Boxy) แต่ต้องดู “ทันสมัยและมีสไตล์”

2. ประเภท The Classic Style รูปแบบที่ไม่ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมชั่วคราว แต่มีความสวยงามที่ยั่งยืน ดังคำโปรยที่ว่า “The CLASSIC NEVER FADES” หรือ “ความคลาสสิกไม่มีวันจางหาย”

3. ประเภท Utilities หรือ “รูปลักษณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง” เป็นหัวใจสำคัญ

โครงการ “Chery V23 Style Up Challenge” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และอุตสาหกรรมยานยนต์ ในการผลักดันความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล นี่ไม่ใช่เพียงการประกวดตกแต่งรถ แต่คือเวทีแห่งโอกาสที่เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่รักการออกแบบ ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่เวปไซต์ www.grandprix.co.th/chery-v23-design-contest/ หรือสแกน คิวอาร์โค้ด แล้วมาร่วมโชว์ไอเดียที่ไม่ซ้ำใครไปพร้อมๆ กัน

เอ็กซ์เผิง เปิดตัว X9 Executive รุ่นย่อยใหม่ ในงาน XPENG ROADSHOW 2026

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘X9 Executive’ รุ่นย่อยใหม่ ‘Special Color Edition’ ตอกย้ำความสำเร็จ รถตู้ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดครึ่งหลังปี 2568 พร้อมประกาศตรึงราคาทุกรุ่น ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 วันที่ 15-18 มกราคมนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA คึกคักรับปีใหม่ เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะยอดนิยม สีพิเศษ ‘X9 Executive Special Color Edition’ประกาศความสำเร็จของ X9 ที่สามารถคว้ายอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 กลุ่มรถตู้ไฟฟ้าของไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นอกจากนี้ยังยกทัพ เอ็กซ์เผิง มาครบทุกรุ่น พร้อมนโยบายตรึงราคา แม้โครงสร้างภาษีมีการเปลี่ยนแปลง ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 บริเวณชั้น 1 โซน B ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2568 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จของ เอ็กซ์เผิง ในประเทศไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมกว่า 4,000 คัน ตั้งแต่เริ่มทำตลาดในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด ที่มีต่อแบรนด์อย่างชัดเจน ปี 2569 เราพร้อมยกระดับประสบการณ์ AI Mobility ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่น G6 และ X9 อย่างมั่นใจ และขอใช้โอกาสต้อนรับปีใหม่ เปิดตัว ‘X9 Executive Special Color Edition’ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะที่ X9 ครองยอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 ช่วงครึ่งปีหลัง ในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้า

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ ‘The Next Bold Move’ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างรอบด้าน และขยายเครือข่ายการให้บริการสู่ 21 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์เทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์ที่ผสานนวัตกรรม ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ เสริมมิติความเป็น Active, Young และ Dynamic ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์และกีฬา เพื่อขยายการรับรู้ในวงกว้าง”

นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าทุกท่าน 

จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษี ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายในช่วงนี้ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า และการรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมบริหารจัดการต้นทุนและวางแผนเชิงกลยุทธ์

อย่างรอบคอบ เพื่อให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ เอ็กซ์เผิง ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์ต้นทุนและนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ

X9 Executive Special Color Edition โดดเด่นด้วยสี Matte Gray และล้อดีไซน์พิเศษแบบ Starlight Floating ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ

รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเฉดสีภายใน Moon Shadow Coffee และ Meteorite Black นั่งสบายด้วยเบาะแถวที่สองแบบโซฟา พร้อมฟังก์ชั่น Zero-Gravity ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง และช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง รวมถึงที่ชาร์จแบบไร้สาย หนึ่งเดียวในคลาสที่เบาะแถวสามสามารถพับราบด้วยไฟฟ้าเพียงหนึ่งสัมผัส และเทคโนโลยีเลี้ยว 4 ล้อ รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.4 เมตร นับว่าเป็นรถตู้ไฟฟ้าที่คล่องตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งยังผสานการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10%–80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาที รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ NCM ขนาด 101.5 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กิโลเมตร (NEDC)

G6 ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 1.189 ล้านบาท

เอ็กซ์เผิง G6 The NEXT Intelligent SUV ดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วย Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring ล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาดสูงสุด 80.8  กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 451 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 600 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน

สิทธิพิเศษเมื่อจอง เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ภายในงาน และที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขา ถึง 31 มกราคมนี้

•บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท (X9 Executive และ G6 Standard Range)*

•ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี (G6)* และ 2 ปี (X9)*

•Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*

•เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

•รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

•พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน (G6)* และ  9,000 คะแนน (X9)*

New G6 Standard Range ราคา 1,189,000 บาท*

New G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท*

New G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท*

X9 EXECUTIVE ราคา 2,499,000 บาท*

X9 LUXURY ราคา 2,749,000 บาท*

เชิญสัมผัสและทดลองขับ เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ได้ที่งาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทั้ง 15 สาขา ทั่วประเทศ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ฮอนด้า เตรียมใช้โลโก้ “H mark” ใหม่ กับธุรกิจรถยนต์

ฮอนด้า เตรียมปรับใช้โลโก้ “H mark” ใหม่ สำหรับธุรกิจรถยนต์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

(กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 13 มกราคม 2569) : บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเตรียมนำใช้โลโก้ H mark ที่ปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

ตั้งแต่เริ่มนำโลโก้ H mark มาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนรถยนต์ฮอนด้า โดยโลโก้ H mark นี้ได้ถูกนำใช้สำหรับผลิตภัณฑ์รถยนต์และกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หลายครั้งในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

โลโก้ H mark ได้รับการปรับโฉมใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งรวมถึงไลน์อัป Honda 0 Series ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้ความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้า โดยเริ่มต้นจากศูนย์ ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า” นอกจากนี้ การปรับดีไซน์โลโก้ดังกล่าวไม่เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่พร้อมมุ่งหน้าสู่ความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

โลโก้ H mark ใหม่ มีแผนที่จะเริ่มปรับใช้กับทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่และกลุ่มรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โดยจะเริ่มต้นกับรุ่นรถยนต์ที่มีแผนเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

โลโก้ “H mark” ใหม่ สัญลักษณ์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจรถยนต์ฮอนด้า

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมขยายขอบเขตการใช้โลโก้ H mark ใหม่ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในทุกมิติ ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์และทุกจุดที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการ การสื่อสาร และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสำหรับรถยนต์ เป็นต้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โลโก้ H mark ใหม่นี้ คือตัวแทนของ “การเกิดใหม่ครั้งที่สองของแบรนด์ฮอนด้า” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการส่งมอบคุณค่าใหม่ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานแนวคิดอันสร้างสรรค์ และวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ

อีซูซุ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ.

อีซูซุ สานต่อความร่วมมือ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นปีที่ 18

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนด้านวิศวกรรมยานยนต์ มูลค่ารวม 350,000 บาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นผู้รับมอบ โครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มอีซูซุ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนด้านยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการและทักษะเชิงปฏิบัติของนักศึกษา ให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

LEXUS จับมือ EM DISTRICT แจกรถยนต์ LEXUS NX 350h นักช้อปมือทอง

เลกซัส ประเทศไทย จับมือ EM DISTRICT แจกรถยนต์ LEXUS NX 350h มูลค่า 3.31 ล้านบาท ให้ Top Spender กระตุ้นการใช้จ่ายต้นปี 2569

เลกซัส ประเทศไทย จับมือ เอ็ม ดิสทริค ย่านการค้าสำคัญระดับโลก ประกอบด้วยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ สร้างความคึกคักตลาดต้นปี 2569 จัดแคมเปญใหญ่ “EM DISTRICT Top Spender” แจกรถยนต์ LEXUS NX 350h Luxury มูลค่า 3.31 ล้านบาท ให้กับสุดยอดนักช้อปที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดตลอดแคมเปญ ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์และเอ็มสเฟียร์ หวังดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือ นางสุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค ร่วมจัดแคมเปญใหญ่ “EM DISTRICT Top Spender” ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีหลายเทศกาลสำคัญ ทั้งเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน ที่ลูกค้ามีความตื่นตัวในการจับจ่ายสูง โดยลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้ง 3 ศูนย์การค้าฯ ตลอดทั้งแคมเปญ ขั้นต่ำ 40 ล้านบาทขึ้นไป รับรางวัลพิเศษ รถยนต์ LEXUS NX 350h Luxury สี White Nova มูลค่า 3.31 ล้านบาท เป็นรถครอสโอเวอร์ระบบไฮบริดรุ่นยิดนิยมของเลกซัส ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 240 แรงม้า เน้นความหรูหรา ประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีล้ำสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักการขับขี่ในระดับพรีเมี่ยม

ร่วมสะสมยอดช้อปปิ้งจากร้านค้าชั้นนำ เพื่อเป็นสุดยอดนักช้อปที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด

ในแคมเปญ “EM DISTRICT Top Spender” ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เอ็ม ดิสทริค

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเลกซัสได้ผ่านช่องทางออนไลน์

Official Account : Lexus Thailand และบนเว็บไซต์ www.lexus.co.th

รวมถึงช่องทางใหม่ LINE Official Account : @lexusthailand

เพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อมูลข่าวสารจากเลกซัสได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

Skill Driving Experience Junior ร่วมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ณ บริเวณโดยรอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

เอ็มจี อัพเดทราคารถยนต์ไฟฟ้าปี 2569

เอ็มจี อัพเดทราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับปี 2569 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย อัพเดทราคาและข้อเสนอพิเศษรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น พร้อมเน้นย้ำจุดยืนในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบ EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

รายละเอียดข้อเสนอพิเศษพร้อมราคา ปี 2569

NEW MG IM6 รถ e-Intelligent SUV  

•ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,399,900 บาท ในรุ่น Premium 1,599,900 บาท ในรุ่น Premium Long Range และ 1,799,900 บาท ในรุ่น Performance

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี

•ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี

•ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น

•สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE

•สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG MAXUS 9 PLUS

•ราคาเริ่มต้นเพียง 1,849,000 บาท ในรุ่น Plus

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี 

•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG MAXUS 7

•ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,399,000 บาท

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมกับข้อเสนอพิเศษ

ราคาพิเศษเริ่มต้น 549,900 บาท ในรุ่น D และราคาพิเศษ 649,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน 

•ราคาพิเศษเริ่มต้น 679,900 บาท ในรุ่น D+ 779,900 บาท ในรุ่น X+ และ 899,900 บาท ในรุ่น V+

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี

•รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

NEW MG CYBERSTER

•ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท

•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

•ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด

•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

GWM ออกแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน”

GWM ออกแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในระยะยาว เร่งเครื่องสู่เป้าหมายแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในไทย

กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์จีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์หลังการขาย” ไม่แพ้คุณภาพของรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่ล้ำหน้า ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ากับข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จีน ทั้งความกังวลเรื่องอะไหล่ล่าช้าและการซ่อมนาน ซึ่งเป็นภาพจำที่อยู่ในใจคนไทยในขณะนี้และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มาจากประเทศจีน โดย GWM ได้มุ่งเน้นและเอาจริงเอาจังด้านการยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปี นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ด้วย GWM SMART Service ที่จะมอบบริการที่สะดวก (Simple) ทันสมัย (Modern) ใส่ใจ (Attention) มั่นใจ (Reliable) และฉับไว (Timeliness) รวมถึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายอย่างแท้จริง

แก้ Pain Point หลักของคนไทย: ปัญหาการรออะไหล่นาน

แม้รถยนต์จากประเทศจีนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังลังเลที่จะเป็นเจ้าของเพราะประสบการณ์ที่ได้ยิน ได้เห็นทั้งจากคนใกล้ตัวและเสียงจากชาวเน็ต หรือกระทั่งเคยพบเจอด้วยตนเองเกี่ยวกับการรออะไหล่นาน ระยะเวลาซ่อมที่ไม่แน่นอน และระบบการบริการหลังการขายที่ยังไม่น่าไว้วางใจ GWM จึงตอบโจทย์แบบ “จบให้ตรงจุด” ด้วยแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” หลังการยืนยันคำสั่งซ่อมของลูกค้า* เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจด้านการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพของ GWM และการบริการที่ฉับไว หมดปัญหาและความกังวลใจในการรออะไหล่เป็นระยะเวลายาวนาน โดยหากลูกค้าได้รับอะไหล่ช้ากว่า 7 วันที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชย โดยสามารถใช้แลกสินค้าและบริการผ่าน GWM Application แคมเปญนี้ครอบคลุมรถ GWM ทุกรุ่น และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

หัวใจสำคัญ: User-Centric สู่ความไว้วางใจและเชื่อมั่นใน GWM  

เบื้องหลังความสำเร็จของ GWM ในไทย คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยการรับฟังเสียงผู้บริโภค หรือ User-Centric ที่นำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดย GWM ได้พัฒนาทักษะและมาตรฐานช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้รวดเร็วและแม่นยำ การขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใช้แล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบการรับฟังและแก้ไขปัญหาตัวรถที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศในการรักษามาตรฐานการให้บริการระดับคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างประสบการณ์บริการหลังการขายที่ไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทั้งก่อนและหลังการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

มร.เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ย้ำชัดถึงการสร้างและรักษามาตรฐานใหม่ด้านการบริการหลังการขายและเป้าหมายของแบรนด์ ว่า “การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ GWM ในด้านบริการหลังการขาย ตั้งแต่การรับประกันเครื่องยนต์ระยะยาว จนถึงแคมเปญการรับประกันด้านอะไหล่ สะท้อนวิสัยทัศน์และพันธกิจในระยะยาวของ GWM ในประเทศไทยอย่างชัดเจน เรามุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานบริการหลังการขายไปอีกขั้น ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจในการมาเป็นครอบครัว GWM รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทยที่ยังมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์จากประเทศจีน ด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน มอบความอุ่นใจในการใช้รถ หมดห่วงด้านการรออะไหล่นาน GWM มุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น รักษาความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในไทยและที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด พร้อมเติบโตอยู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน”

*หลักเกณฑ์การนับระยะเวลา 7 วัน จะนับจากวันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อม จนถึงวันที่สถานะของอะไหล่พร้อมที่ศูนย์บริการ GWM (นับเฉพาะวันทำการและไม่รวมระยะเวลาการซ่อม)

โดยมีรายละเอียดตามประเภทงานซ่อมดังนี้ :

•งานซ่อมทั่วไป: วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่มีการสรุปรายการซ่อมและรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนครบถ้วน

•งานซ่อมสีและตัวถัง: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากการประเมินรายการซ่อมและค่าใช้จ่ายแล้ว

•กรณีบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากที่บริษัทประกันภัยอนุมัติการซ่อมตามการประเมิน กรณีมีรายการซ่อมเพิ่มเติม การนับระยะเวลาจะเริ่มใหม่จากวันที่บริษัทประกันภัยอนุมัติรายการซ่อมเพิ่มเติมนั้น

ทั้งนี้ “อะไหล่” หมายถึง รายการอะไหล่ทั้งหมดที่ใช้ในการซ่อมแซม ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) และอะไหล่ที่จัดหาจากร้านค้าภายนอกซึ่งไม่ได้มาจาก GWM

 “ระยะเวลา” หมายถึง ระยะเวลาการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ ไม่รวมระยะเวลาดำเนินการซ่อม

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กชาย ปากเกร็ด นนทบุรี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ และสถานสงเคราะห์บ้านเด็กชายปากเกร็ด นนทบุรี โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน วาดภาพระบายสี การแสดงดนตรี รับของรางวัลจากมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ฟรี…! เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมอบเงินสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน และมอบของสนับสนุนกิจกรรม สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ให้แก่ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม เพื่อจัดงาน สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ X มหิดลเกษตรแฟร์ 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 มกราคม 2569

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจกิจกรรมของมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/LomhaijaiFoundation และ lomhaijai.org