- Advertisement -
26.7 C
Bangkok
Home Blog Page 81

มาสด้า ปรับโฉม BT-50 ชูสวยแกร่งดุดัน

มาสด้า ปรับโฉม BT-50 สวยดุดันทั้งภายนอกภายในหัวใจแกร่ง ใส่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบ ลงในรุ่นขับสองยกสูงเอาใจสายแรง

มาสด้า ประกาศบุกตลาดรถปิกอัพเอาใจสายซิ่ง ปรับโฉม New Mazda BT-50 พร้อม…ให้คุณออกนำทุกเส้นทาง จับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ลงในรุ่นขับสองยกสูง Hi-Racer ทั้งรุ่นฟรีสไตล์แค็บและดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู มาพร้อมสีใหม่สีเทา ร็อค เกรย์ กระจังหน้า Signature Wing และชุดกันชนหน้าสีดำเงา ล้ออัลอยด์ 18 นิ้ว ภายในเบาะหนังทูโทนสีน้ำตาล-ดำ ติดตั้ง Sport Paddle Shift พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC แบบ Stop & Go เปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 7 แสนกว่าบาท ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บรัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ตลาดรถปิกอัพมีการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งสงครามราคา แคมเปญ ส่วนลด ซึ่งมาสด้าจะไม่ลงไปเล่นในสมรภูมิเช่นนี้ แต่เราจะสร้างพื้นที่ของเรา สร้างกลุ่มลูกค้าเฉพาะขึ้นมาใหม่ เราเล็งเห็นช่องว่างในการเติมเต็มความต้องการของลูกค้า นั่นคือ ตลาดขับสองยกสูง นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าเรียกร้องมาตลอดและยังไม่เคยได้รับการตอบสนอง ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแฟนพันธุ์แท้มาสด้า การปรับโฉมปิกอัพมาสด้า บีที-50 ใหม่ ในครั้งนี้ จึงให้ความสำคัญทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างาม ดุดัน ภายในสปอร์ตลงตัว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยถูกใส่เข้ามาแบบเต็มคัน โดยเฉพาะพละกำลังของเครื่องยนต์อันทรงพลัง ด้วยการเพิ่มไลน์อัพของเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ซึ่งปกติจะมีเฉพาะในรุ่น 4×4 มาสด้าได้นำเครื่องยนต์นี้ใส่ลงในรุ่น 4×2 แบบยกสูง หรือ Hi-Racer ทั้งรุ่นฟรีสไตล์แคบ FSC และรุ่นดับเบิ้ลแค็บ DBL ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น

จุดเด่นสำคัญสำหรับ New Mazda BT-50 คือการออกแบบอันสง่างามของ “โคโดะ ดีไซน์” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มุ่งเน้นให้เกิดความเรียบง่าย แต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX Series เจนเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า โดยผนวกรวมจุดเด่นทั้งหมดของมาสด้าและความต้องการของลูกค้าที่อยากจะเห็นจากรถปิกอัพในปัจจุบัน คือการออกแบบที่สง่างามสไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย อุปกรณ์ความสะดวกสบายที่เทียบเท่ากับรถเอสยูวีในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์ขับขี่ได้ทุกโอกาส ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

ภายในห้องโดยสารสวยงามลงตัวเน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด คัดสรรเฉพาะวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น ผสมผสานกับโทนสีภายในรวมถึงองค์ประกอบกลมกลืนอย่างลงตัว คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่งที่ออกแบบให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง แผงประตูที่เพิ่มความหรูหราด้วยตกแต่งสไตล์เดียวกับรถเอสยูวี สัมผัสกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักปรัชญา Human Machine Interface ทุกฟังก์ชั่นจึงง่ายต่อการใช้งาน

มาสด้า BT-50 ใหม่ พร้อม…ให้คุณออกนำทุกเส้นทาง ยังคงถูกวางตำแหน่งให้เป็นปิกอัพสไตล์เอสยูวี ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ภายใต้แนวคิด Kodo : Soul of Motion โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม เช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์ SUV ของมาสด้า มาสด้า BT-50 ใหม่ พร้อมกับการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกใหม่ เสริมดีไซน์แกร่งกับกระจังหน้าและ Signature Wing สีดำเงาในทุกรุ่นย่อย เพิ่มความสปอร์ตดุดันกับสีภายนอกใหม่ สีเทา ร็อก เกรย์ (Rock Gray) เสริมความแกร่งให้กับดีไซน์ภายนอกด้วยชุดแต่งพิเศษ Black Thunder สีดำเงา ประกอบด้วยชุดแต่งกันชนหน้า สปอร์ตบาร์ กระจกมองข้าง คิ้วตกแต่งซุ้มล้อ มือจับเปิดประตู และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลักของรถปิกอัพมาสด้าในปัจจุบันที่ต้องการรถปิกอัพสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย และยังสะท้อนบุคคลิกอันโดดเด่นในสไตล์มาสด้าได้อย่างลงตัว

ดีไซน์ภายในแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์การออกแบบของมาสด้า ที่เน้นความเรียบง่าย เพิ่มความสปอร์ตด้วยห้องโดยสารภายดีไซน์ใหม่ เบาะหนังทูโทน สีน้ำตาล-ดำ ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผ่านการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งด้วยความประณีตและสัมผัสได้ถึงคุณภาพขั้นสูงของห้องโดยสาร อุปกรณ์มาตรฐานได้รับการอัพเกรดเพื่อเน้นตอบสนองความต้องการในการใช้งานและไลฟสไตล์ของทั้งคนขับและผู้โดยสาร อาทิเช่น หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ใหม่ ที่ถูกติดตั้งมาในรุ่นเริ่มต้น และหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ทั้ง Apple CarPlay® แบบไร้สายและ Android Auto™ เพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เครื่องยนต์ใน มาสด้า BT-50 ใหม่ ยังคงมีให้เลือกถึง 2 ขนาด สามารถเลือกให้เหมาะสมกับการขับขี่ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ โดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองดีเยี่ยมในทุกรอบความเร็ว นอกจากนี้เครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด ยังสามารถรองรับน้ำมัน B20 และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม ด้วยมาตรฐานไอเสียเครื่องยนต์ใหม่ EURO5 พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้เลือกได้ตามความเหมาะสมของการขับขี่

สำหรับมาสด้า บีที-50 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย รุ่นฟรีสไตล์แคป ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง (FSC Hi-Racer) และรุ่นดับเบิ้ลแคป ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง (DBL Hi-Racer) มีการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ กับอัตราเร่งและการออกตัวที่ดีเยี่ยม ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายมากขึ้น ตอบสนองทุกการขับขี่กับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sport Paddle Shift) และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังมาพร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ติดตั้งมาใหม่ และระบบ Electronic Diff-Lock ที่เฟืองท้าย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในเส้นทางแบบออฟโร้ด

ด้านระบบความปลอดภัย มาสด้า BT-50 ใหม่ ยังมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังรวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง กล้องมองหลังตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และยังมีระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advance Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงอีกด้วย

เพื่อเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจและปลอดภัยไปอีกขั้น มาสด้า BT-50 ใหม่ ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงอย่างเต็มรูปแบบเพิ่มเติมเข้ามา ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจตลอดการเดินทาง อาทิเช่น

•AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ

•ACC แบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go)

•LDW (Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน

•FCW (Forward Collision Warning) ระบบเตือนการชนด้านหน้า

•PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด

•MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็ว

•AHB (Auto High Beam) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทา ร็อก เกรย์ (Rock Gray) ซึ่งเป็นสีใหม่ สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray) สีดำ ทรู แบล็ก (True Black) และสีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White)

ราคาจำหน่าย New Mazda BT-50 ทั้งหมด 6 รุ่น

ลำดับรุ่นราคา (บาท)
1Mazda BT-50 FSC 1.9 C Hi-Racer752,000
2Mazda BT-50 FSC 3.0 S Hi-Racer862,000
3Mazda BT-50 DBL 1.9 S Hi-Racer922,000
4Mazda BT-50 DBL 3.0 S Hi-Racer 6AT992,000
5Mazda BT-50 DBL 3.0 SP Hi-Racer 6AT1,172,000
6Mazda BT-50 DBL 4×4 3.0 SP 6AT1,272,000

•ราคาดังกล่าวเป็นสีโซลิคยังไม่รวมสีเมทาลิค

นายธีร์ กล่าวเสริมว่า “มาสด้า บีที-50 ใหม่ พร้อมเดินทางสู่ทุกความท้าทายกับปิกอัพสไตล์เอสยูวี ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นที่ใส่มาให้อย่างครบครัน ทั้งด้านดีไซน์ภายนอกและภายในที่สดใหม่ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันมีเอกลักษณ์เฉพาะรถปิกอัพสไตล์เอสยูวี ช่วยให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์แห่งความสนุกสนานที่ได้รับจากปิกอัพมาสด้า บีที-50 ใหม่ มาสด้ามอบข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ ด้วยข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99%(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี(2) ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมมาสด้า หรือไปสัมผัสคันจริงได้ที่งานมอเตอร์โชว์ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th”

หมายเหตุ:

1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์  (4) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย (5) บมจ. แอกซ่าประกันภัย

โตโยต้า เผยโฉม HILUX REVO GR Sport

โตโยต้า เปิดตัว ”Hilux Generation” ตอกย้ำความเป็นรถเคียงข้างคนไทยมายาวนาน ครอบคลุมทุกการใช้งาน พร้อมแนะนำรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2567 มาพร้อมกับเครื่องยนต์มาตรฐาน EURO 5

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยนางสาวอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว “Hilux Generation” ตอกย้ำการเป็นรถกระบะมหาชนครองใจคนไทย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งในเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ที่ TOYOTA ALIVE บางนา กม.3

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดกล่าวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) รุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้มีการส่งมอบรถ IMV ให้กับลูกค้าชาวไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.7 ล้านคัน ซึ่งนอกจากประสบความสำเร็จด้วยการขายภายในประเทศแล้ว เราได้ส่งออกรถในโครงการ IMV กว่า 4 ล้านคัน ไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ กว่า 120 ประเทศ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนการผลิตภายในประเทศ เป็นการตอกย้ำว่าโครงการ IMV มีส่วนช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างงานให้แก่คนไทย “ผมเชื่อว่า ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยในโครงการ IMV และแบรนด์โตโยต้า พร้อมด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย จนโครงการ IMV ถูกขนานนามว่า “รถกระบะมหาชน”

ในปีที่ผ่านมา แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประสบความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทำให้ภาพรวมตลาดลดลง 9% โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะที่มียอดขายลดลงถึง 32% อย่างไรก็ตาม  รถกระบะ HILUX REVO กลับมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 40% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ทำให้ภาพรวมของส่วนแบ่งการตลาดของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจากที่ HILUX CHAMP ได้เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ส่งผลให้ปีนี้ โตโยต้ายังได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มรถกระบะและสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 47% ในช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมั่นใจของคนไทยในรถกระบะ HILUX และแบรนด์โตโยต้า แต่ในขณะเดียวกัน เราจะไม่หยุดลงทุนเพื่อพัฒนา และมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานรถกระบะที่สามารถตอบโจทย์ ตั้งแต่กลุ่มขนส่งหนักขนส่งเบา และกลุ่มที่ใช้เป็นรถส่วนบุคคล”

HILUX REVO รุ่นปรับปรุงใหม่ ตอกย้ำความเป็นรถกระบะขวัญใจมหาชน

1.Hilux Revo Z Edition ทั้งรุ่น Double cab และ Smart cab ด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่ ไฟตัดหมอก ไฟหน้ารมดำ และวัสดุภายนอกสีดำเมทัลลิกในรุ่น MID ภายนอกโฉบเฉี่ยว ดุดัน ตามคำเรียกร้องจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ ให้มีสไตล์ เท่ เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยเพื่อคนไทย ทั้ง VSC และ HAC ในทั้งสองรุ่นย่อย

2.Hilux Revo Smart Cab Pre-runner & 4×4 ปรับโฉมตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า ที่ชอบการออกแบบกระจังหน้าแบบ REVO-D ช่วยเสริมภาพลักษณ์รถกระบะใช้งานส่วนบุคคล และระบบช่วงล่าง Superflex suspension ที่นุ่มสบาย เหมาะกับการใช้งานในเมือง

3.Hilux Revo GR-Sport 4×4 นิยามความแกร่ง สปอร์ตพรีเมี่ยม กระบะสายพันธ์แกร่งรุ่นเรือธงที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถแข่งออฟโรดแรลลี่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่เป็นเลิศกับเครื่องยนต์ 2.8 GD Super Power ปรับจูนใหม่ 224 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร ปรับจูนช่วงล่าง เพิ่มความกว้างฐานล้อ (wide tread) ด้านหน้าขึ้นอีก 140 มม ด้านหลัง 155 มม และเปลี่ยนเบรกหลังเป็นดิสก์เบรก ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ยึดเกาะถนนได้ดีมากขึ้น

นอกจากปรับการออกแบบภายนอกแล้ว ยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายสูงสุด อาทิ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ หน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

มร.ยามาชิตะ กล่าวย้ำว่า “HILUX REVO ทุกรุ่น ได้ปรับปรุงให้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ระดับยูโร 5) ที่ช่วยลดการปล่อยละออง PM2.5 อีกด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า HILUX REVO ใหม่ และ HILUX CHAMP จะเป็นรถที่ครองใจคนไทย และได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นที่ผ่านมา ทั้งสามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่สูงยิ่งขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น เรามุ่งหวังว่า HILUX จะยังคงเป็นรถที่สร้างรอยยิ้มไปพร้อมๆกับช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สมกับที่ได้การขนานนามว่า “รถกระบะมหาชน”

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “Hilux Generation เกิดขึ้นจากการที่รถกระบะ HILUX ของเราอยู่เคียงข้างและครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน และครอบคลุมทุกการใช้งานของคนไทย ด้วยยอดจำหน่ายรถกระบะของโตโยต้ากว่า 14,233 คัน คิดเป็น 46.8% ในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถกระบะ สะท้อนให้เห็นว่าโตโยต้านั้นยังเป็นคำตอบสำหรับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มการเน้นการใช้งานบรรทุกหนักจากรุ่น HILUX CHAMP ที่ได้เปิดตัวล่าสุดไปเมื่อปลายปี 2566 เพื่อเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างรุ่น HILUX REVO Pre-runner รวมทั้งรุ่น HILUX REVO Z Edition กระบะตัวเตี้ยใช้งานได้หลากหลาย หรือตกแต่งตามกระแสนิยมไปจนถึงการใช้งานระดับ high performance กับรุ่น HILUX REVO GR-Sport

กระบะ HILUX ได้รับความไว้วางใจและการขนานนามจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างสม่ำเสมอว่าเป็น King of off-road ด้วยชื่อเสียงจากสมรรถนะอันเป็นเลิศของระบบการขับเคลื่อน 4×4 ประกอบกับเครื่องยนต์ที่มีพลกำลังและเทคโนโลยีในการขับขี่รอบด้าน ทำให้กระบะ HILUX มีความทนทานพร้อมรับทุกความท้าทายจากทุกวิถีแห่งการใช้งาน และในครั้งนี้ โตโยต้าได้แนะนำ รถกระบะ Hilux Revo GR-Sport 4×4 ใหม่เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่ชื่อชอบการใช้งานกระบะสมรรถนะสูง และ ตอกย้ำว่าโตโยต้าเป็นเจ้าตลาดด้านการพัฒนารถกระบะมาอย่างต่อเนื่อง”

นายศุภกร เล่าถึงเรื่องราวของการปรับปรุงรุ่น Prerunner ว่า “เราได้ตอกย้ำจุดขายกระบะไลฟ์สไลต์คนเมือง สำหรับออกไปทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมสื่อสารเรื่องช่วงล่าง Superflex suspension ที่นุ่มสบายเพราะถูกปรับมาให้เหมาะกับการใช้งานในเมือง เพื่อเป็นการตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานของรถกระบะยกสูงซึ่งส่วนใหญ่ใช้งานเป็นรถในชีวิตประจำวัน ขับอยู่ในเมือง และมองหารถใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ขับขี่สะดวกสบาย มีฟังก์ชั่นแบบพรีเมียม และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตเชิงไลฟ์สไตล์ได้ เช่น การท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ “ให้คุณใช้ชีวิตได้มากกว่า” ซึ่งเราเน้นการสื่อสารแบบใช้งานจริงผ่านทุกช่องทาง เช่น อินฟลูเอนเซอร์ และออนไลน์คอนเทนต์ต่างๆ ที่ทำให้เห็นว่ารถกระบะนั้นก็สามารถใช้งานเป็นรถยนต์นั่งส่วนตัวได้อย่างสะดวกสบายและช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่หรูหราได้เช่นกัน”

นางสาวอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงการปรับปรุงรุ่น Smart Cab และรุ่น Z Edition ว่า “เราเห็นถึงความสำเร็จในดีไซน์ของรุ่น Hilux REVO-D ยกสูงที่มีรูปลักษณ์พรีเมี่ยม เป็นที่ถูกใจลูกค้าชาวไทยกลุ่มใช้งานส่วนบุคคล และจากการที่โตโยต้าลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ใช้จริงทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องนั้น เราได้รับเสียงเรียกร้องจากลูกค้าในรุ่นสมาร์ทแค็บยกสูง ว่าอยากได้รูปลักษณ์แบบ REVO-D ยกสูง เราจึงขยายดีไซน์ลงมาในสมาร์ทแค็บยกสูงทุกเกรด เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์มีความเป็นใช้งานส่วนบุคคุลมากขึ้น และสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของมากขึ้น

 ส่วนในตระกูล Z Edition เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าคนไทยที่มีเอกลักษณ์การใช้งานกระบะขับเคลื่อนสองล้อที่ไม่เหมือนใครในตลาดโซนเอเชียซึ่งเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก โดยลูกค้าคนไทยนั้นนิยมใช้งานเพื่อการขับขี่เป็นรถส่วนตัว ความต้องการเรื่องเอกลักษณ์ของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเป็นลูกค้าวัยรุ่น ยังมีความชื่นชอบในการตกแต่ง ปรับจูนรถ เพื่อทำให้รถตอบสนองการความต้องการ และ แสดงตัวตนผ่านการตกแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่มีในท้องตลาด ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางทีมออกแบบและพัฒนาจึงได้ทำให้รถกระบะเพื่อการใช้งานกลายเป็นรถกระบะสปอร์ตที่ผสมผสานระหว่างความโฉบเฉี่ยว แต่ดูเรียบหรู ด้วยราคาที่จับต้องได้ และพร้อมที่จะต่อยอดตกแต่งเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และ แสดงความเป็นตัวตนของลูกค้าแต่ละท่าน ยิ่งไปกว่านั้น เราได้เพิ่มสเปคเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นไฟตัดหมอกในรุ่นMID และ ระบบ VSC ที่มาพร้อมกับ HAC ในทุกรุ่นของ Z Edition อีกด้วย”

พร้อมแนะนำ Hilux REVO GR Sport 4×4

สุดยอดแห่งรถกระบะสมรรถนะสูง

นางสาวอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดการปรับปรุงใหม่ของ HILUX REVO GR Sport Wide Tread ว่า “HILUX REVO GR Sport 4×4 เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ “Making Ever-better Motorsports-bred Cars” ด้วยความมุ่งหวังให้เป็นมากกว่าแค่รถกระบะเพื่อการใช้งาน แต่เป็นรถที่จะร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่และการผจญภัย Hilux REVO GR Sport 4×4 จะเพิ่มความสนุกในการขับขี ทีมพัฒนาได้เพิ่มขีดจำกัดในการขับขี่ ทั้งบนถนนทางเรียบ (ออนโรด) และ ทางขรุขระที่มีอุปสรรคธรรมชาติ (ออฟโรด)

Hilux REVO GR Sport 4×4 ถูกพัฒนา มีการปรับความสูงและความกว้างของรถ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการข้ามผ่านอุปสรรคบนถนนออฟโรด และยังเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนถนนทางเรียบ อีกทั้งเครื่องยนต์ได้ถูกพัฒนาเพิ่มกำลังเพื่อเพิ่มความสนุกและการตอบสนองในการขับขี่ ในส่วนของดีไซน์ Hilux REVO GR Sport 4×4 มาพร้อมกับการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง rally และ รูปลักษณ์ที่สปอร์ตทั้งภายนอก และ ภายในตามคอนเซปต์ของ Gazoo Racing ที่มาคู่กับความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์”

Highlight ของ Hilux REVO GR Sport 4×4

1.ดีไซน์ภายนอก Hilux REVO GR Sport 4×4 ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นรถกระบะออฟโรด DAKAR Rally ออกแบบให้มีทั้งการป้องกันในการก้าวข้ามอุปสรรค ในขณะเดียวกันก็จัดการเรื่องอากาศพลศาสตร์ได้อย่างดี จุดเด่นคือดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมตัวถังขนาดกว้างขึ้นและสูงขึ้น มิติองศาด้านหน้าเชิดขึ้น 20 มิลลิเมตร ก้าวข้ามขีดจำกัดในเส้นทางออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น

2.สมรรถนะเครื่องยนต์ Hilux REVO GR Sport 4×4 ใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2.8 ปรับจูนใหม่ แรงขึ้น 10% กำลังสูงสุด 224 แรงม้า (165 กิโลวัตต์) แรงบิด 550 นิวตัน/เมตร พร้อมเกียร์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น สอดรับกับกำลังเครื่องยนต์เป็นอย่างดี พร้อมโหมดสปอร์ตที่ปรับจูนมาเฉพาะรุ่น Hilux REVO GR Sport 4×4 รีดกำลังเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น ขับสนุกได้ทุกเส้นทาง

3.ระบบช่วงล่าง มีการปรับปรุงให้มีระยะฐานล้อหน้ากว้างขึ้น 140 มิลลิเมตร ด้านหลัง 155 มิลลิเมตร ช่วยให้เกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้น 37 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบโช้คอัพหน้ากระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมปรับจูนคอยน์สปริง ระบบโช้คอัพหลังพร้อมแหนบแบบนุ่ม เบรกหลังพัฒนาจากดรัมเบรคเป็นดิสเบรก ตกแต่งด้วยคาลิปเปอร์สีแดง เพิ่มความสปอร์ตให้กับรถ ล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว มาพร้อมกับยาง BF Goodrich All terrain 265/65R17

4.ดีไซน์ภายใน อัพเกรดให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น ในห้องโดยสารที่มีธีมสีดำทั้งคัน เบาะวัสดุหนังกลับ (Suede) กระชับตัวผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น ดีไซน์สอดรับกับสมรรถนะความเป็นรถแข่ง โทนสีดำภายในตัดด้วย เซนเซอร์มาร์กและเข็มขัดนิรภัยสีแดง อัดแน่นด้วยอุปกรณ์เสริมความสะดวกสบาย อาทิ จอกลางคอนโซลขนาด 10.25 นิ้ว พร้อม Wireless Apple Carplay & Android Auto แท่นชาร์ตโทรศัพท์แบบไร้สาย

พร้อมแนะนำชุดแต่ง ตอบรับกลุ่มแฟนคลับในการแต่งรถ

นายศุภกรฯ กล่าวแนะนำแนวคิดการพัฒนา HILUX ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ ว่า “ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นลูกค้าใช้งานโดยมีความสร้างสรรค์เป็นเอกลักษณ์ และมีความชื่นชอบในการปรับแต่งรถยนต์ ทั้งภายนอก ภายใน และ เครื่องยนต์ เพื่อรองรับแนวโน้มที่จะมีการแต่งรถเพิ่มมากขึ้น  โตโยต้าเตรียมชุดแต่งไว้รองรับ หรือ นำเสนอไอเดียการแต่งเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าเห็นไม่ว่าจะเป็น Hilux Revo-D Z Edition พร้อมชุดแต่ง Z-runner ซึ่งเป็นรถคอนเซ็ปต์ที่คิดขึ้นมาโดยทีมงานโตโยต้าของเราเอง เป็นสไตล์แข็งแกร่ง ใช้งานง่ายขึ้น ที่นำรถตัวเตี้ยมาเสริมด้านข้างและยกให้สูงขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีการร่วมงานกับ 2 อู่ดัง ได้แก่ เม้ง-การยาง และน้าแจ่ม AZC ในประเทศเพื่อสร้างต้นแบบการแต่งรถ Z Edition คันแรกๆ ในประเทศ”

เปิดประสบการณ์แห่งความประทับใจ

กับกิจกรรมจาก รถกระบะมหาชน มากมายตลอดทั้งปี

นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า“ในปีนี้โตโยต้ามีกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าได้มาทดลองการขับขี่จริงอย่างเต็มระบบ อาทิ กิจกรรม Off-road experience day ซึ่งเราต้องการให้ลูกค้าได้รู้จักและใช้งานรถได้อย่างเต็มศักยภาพที่มี นอกจากนี้ยังมีการร่วมจัดรายการแข่งขันรถยนต์ออฟโรด โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ 10 เซียนประจัญบาน ที่สนาม Grand Prix Motor Park จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในงานผู้เข้าร่วมสามารถทดลองขับไฮลักซ์ รีโว่ แบบออฟโรดในสนามจริง พร้อมชมการแข่งกันออฟโรดมืออาชีพ แต่หากลูกค้าท่านใดที่สนใจทดสอบรถกับสนามที่ได้มาตรฐานในกรุงเทพฯ ก็สามารถมาได้ที่ Toyota Alive บางนา โดยมีสถานีออฟโรดให้ลูกค้าได้ทดลองรถแบบครบวงจร และที่สำคัญทดลองฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย”

“นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราเล็งเห็นว่ามีอู่ตกแต่งรถที่มีชื่อเสียงมากมายเกิดขึ้น เราจึงมีความตั้งใจและพยายามจะเชื่อมกระชับสังคมลูกค้าและอู่ต่างๆ ผ่านกิจกรรม Racing Mania ที่เราจัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ รวม 5 สนามในหลายจังหวัด และการแข่งขันมีตั้งแต่รุ่นสมัครเล่นไปจนถึงรุ่นโปรที่ใช้ชื่อว่า Super Revo ที่มีอู่ดังมากมายมาเข้าร่วมการแข่งขัน จึงขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบมาร่วมชม และเข้าร่วมการแข่งขันแดรกแบบมาตรฐานและถูกต้องในสนามปิด อีกทั้งเรายังมีอู่ชั้นนำ พาร์ทเนอร์ รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย มาเข้าร่วมออกบูธ ลด แลก แจก แถม ภายในงาน ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐระดับภูมิภาคอีกด้วย โดยผู้ที่สนใจ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการจัดงานได้ที่ Facebook Racing Mania

อีกหนึ่งกิจกรรมคือ กิจกรรมอาชีวะ ท้า แต่ง แซด ที่เกิดขึ้นเพราะโตโยต้าตั้งใจส่งเสริมทักษะและ ศักยภาพของน้องๆอาชีวะ เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพ เพื่อให้สามารถต่อยอดได้ในอนาคต โดยเราได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมอาชีวะศึกษา เชิญชวนน้องๆ ชาวอาชีวะมาสร้างไอเดียการตกแต่งกระบะ REVO Z Edition ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา เราได้ทดลองจัดการแข่งขันในเขตจ.ชลบุรี ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และในปีนี้การแข่งขัน อาชีวะ ท้า แต่ง แซด ปี2 เราจะขยายการแข่งขันให้เป็นระดับประเทศ ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงกลางปี 2567 นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัคร ได้ที่ Facebook Hilux Revo Thailand”

โดยในงานนี้ โตโยต้ายังได้เปิดตัวหนังโฆษณาตัวใหม่สำหรับ Revo Z Edition ภายใต้ธีม “อารยธรรมแสบ แซดให้โลกเห็น” เพื่อเจาะกลุ่มชาวกระบะตัวเตี้ยที่มักจะรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น รวมถึงการแนะนำ พรีเซ็นเตอร์-แบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่สามารถเป็นตัวแทนกลุ่มของลูกค้า ทางบริษัทฯ ได้เลือกคุณเก้า-จิรายุ ละอองมณี ร็อกเกอร์ และ นักแสดงตัวแทนชาวแซด เจนแสบ พร้อมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ อีกสองท่าน ประกอบไปด้วย ดี เจอร์ราร์ด ศิลปินสุดเท่ มาดแสบ ที่มีเพลงดังเช่น Galaxy 249 ล้านวิว หรือเพลงใหม่ที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้เช่น รถไฟฟ้า (Galaxy Express)  ที่มีผู้ชมรวมกว่า 51 ล้านวิว และ คุณแอน อรดี ซุปตาร์หมอลำลีลาแสบแซด ที่มีเพลงฮิตติดหูอย่างเช่น ป๋าเมียมาเลย และ ลืมฮูดซิบ ซึ่งศิลปินทั้งสามท่านถือเป็นตัวแทนความนิยมในแต่ละด้านเพื่อสื่อสารกับลูกค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งศิลปินทั้งสามท่านจะร่วมแสดงในหนังโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุด”

นายศุภกร กล่าวเสริมถึงกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการพาณิชย์และการตลาดของ “HILUX CHAMP” ว่า “การใช้งานของรถกระบะเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขนส่งหนัก กลุ่มขนส่งเบา และกลุ่มที่นำรถไปดัดแปลงเพื่อตอบโจทย์ Mobility Business ต่างๆ (Foodtruck รถ Kiosk หรือรถร้านค้า) ซึ่งเป็นที่ทราบโดยส่วนใหญ่ว่า โตโยต้ามีกระบะแสตนดาร์ดแค็บ ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ 2.4 และ 2.8 ซึ่งได้ผ่านการพิสูจน์เรื่องความทนทาน และสมรรถนะจากผู้ใช้จริงมาหลายปี ทำให้เราสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดมาโดยตลอด ในปีนี้เราได้เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย VSC และ HAC ในตลาด 4×4 เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ขนส่งระยะไกล โดยในปีนี้ เราจะเน้นการทำตลาดในเครื่องใหญ่อย่าง 2.8 ที่โดดเด่นเรื่องการออกตัว มีสมรรถนะที่ไม่เป็นรองใคร เหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่มกระบะต่อคอกที่ขนหนัก

และด้วยความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดีกับ HILUX CHAMP ทำให้เราได้รับยอดจองมากกว่า 5,000 คัน ตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งจากการสำรวจตลาดช่วงแรกนี้ เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้ว กลุ่มลูกค้าที่สนใจ HILUX CHAMP กว่า 80% เป็นเจ้าของธุรกิจ เน้นขนส่งเบา และบางส่วนก็นิยมดัดแปลงรถ เพื่อเป็น Mobility Business และลูกค้ากลุ่มที่นำไปดัดแปลงแต่งเพื่อความสวยงาม และดัดแปลงตามไลฟ์สไตล์ต่างๆ ซึ่งพบเป็นจำนวนมากหลังจากที่รถได้เปิดตัวออกไปการมาของ Hilux Champ ในครั้งนี้ จึงถือว่าเราได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ และสามารถสร้างสีสันในธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่ง ตลาดดัดแปลง และสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ หรืออู่แต่งรถท้องถิ่นได้อย่างดี”

ราคาอย่างเป็นทางการในแต่ละรุ่น (รวม VAT และเครื่องปรับอากาศ)

โดยHilux Revo รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2567

•B-cab                   ราคาเริ่มต้น 584,000 – 801,000 บาท

•Z Edition              ราคาเริ่มต้น 669,000 – 862,000 บาท

•Pre-runner           ราคาเริ่มต้น 775,000 – 1,072,000 บาท

•4×4                       ราคาเริ่มต้น 944,000 – 1,252,000 บาท

•Rocco                  ราคาเริ่มต้น 1,006,000 – 1,326,000 บาท

•GR-Sport             ราคาเริ่มต้น 934,000 – 1,499,000 บาท

หมายเหตุ:

1.ราคาขายข้างต้น อ้างอิงจากราคาสีรถแบบเมทัลลิค

2.ราคาขายสำหรับรุ่น Rocco และ GR Sport ข้างต้น เป็นราคารวมอุปกรณ์ตกแต่งที่ติดตั้งโดยบริษัท ไทย ออโต้ คอนเวอร์ชั่น จำกัด

โดยมี 8 สี ให้เลือกดังนี้

-Super White (ลด 7,000 บาท)

-Platinum White Pearl (เพิ่ม 10,000 บาท)

-Silver Metallic

-Dark Grey Metallic

-Attitude Black Mica

-Dark Blue Mica

-Oxide Bronze Metallic

-Emotional Red (เพิ่ม 10,000 บาท)

พิเศษสุด!! สำหรับลูกค้า ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 2×4 รุ่นปรับปรุง ปี 2567 

ทางเลือกที่ 1 : ดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์25% ผ่อน 48 งวด) + ประกันภัยชั้น1 Toyota Care PHYD

ทางเลือกที่ 2 : ผ่อนเริ่มต้น 8,585 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.09%) พร้อมประกันภัยชั้น1 Toyota Care PHYD

พร้อมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพจาก 3 ปีเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมทั้งฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม.

พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโตโยต้า “HILUX GENERATION”

“ให้คุณใช้ชีวิตได้มากกว่า” กับรุ่นปรับปรุงใหม่ HILUX REVO และ Z Edition อัปเกรดเครื่องแรง มาตรฐาน EURO 5 ช่วงล่างแกร่ง และดีไซน์ใหม่ ทั้งภายนอกโฉบเฉี่ยว ดุดัน ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งในสนาม และภายในเข้ม สปอร์ต พร้อมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อย่างปลอดภัย

สัมผัสรถกระบะมหาชนครองใจคนไทย HILUX REVO ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/

Facebook : Toyota Motor Thailand

LINE ID : @ToyotaThailand 

TikTok : @ToyotaMotorTH

X(Twitter) : @ToyotaMotorTH

Instagram : @toyotamotorthailandofficial    

H.O.G.™ Rally 2024 : เหล่าไบค์เกอร์ในร่างคาวบอยทั่วไทย พร้อมใจ ควบ Harley-Davidson® ตะลุยดินแดน Wild Wild West เขาใหญ่!!!

บ้านเขย่า ภูเขาสะเทือน เหมือนฟ้าถล่ม! เมื่อคาวบอยกว่าพันชีวิตมารวมตัวที่ H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West หนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เพื่อผู้คลั่งไคล้ Harley-Davidson® โดยเฉพาะ ณ โบนันซ่า เขาใหญ่


H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West อัดแน่นไปด้วยความมันส์ บันเทิง ชวนให้ผู้มาเที่ยวงานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ได้รื่นเริงกันแบบเกินเบอร์ (แต่ไม่เกินไป) จากกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เกมส์ยิงปืนคาวบอย โยนเกือกม้า ยิงธนู ที่สำคัญยังมีม้ามาให้ขี่กันจริงๆ อีกด้วย!! เรื่องอาหารการกินก็ครบครันมีให้อิ่มหนำกันตลอดคืน ด้านช๊อปปิ้งก็ไม่น้อยหน้า เพราะผู้จัดสรรหาร้านค้าทั้ง เสื้อผ้าแฟชั่น Gadget ของเล่น สุดคูล รวมถึงงานศิลปะสุดเก๋มายั่วเงินในกระเป๋าให้ออกมาปลิวว่อนกันแบบจุใจ และพิเศษสุด ๆ กับนิทรรศการ THE LEGEND OF AMERICAN DREAMIN’ ที่ขนทัพรถ Harley-Davidson®  ต่างๆ มาให้ได้จรรโลงตาจรรโลงใจ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นหายากและรถคัสตอมที่ผ่านการชนะการประกวดในเวทีระดับโลกมาแล้ว พร้อมเผยโฉมรถรุ่นใหม่ 2024 ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และข้อเสนอสุด Exclusive สำหรับรถปี 2023 เฉพาะในงานเท่านั้นอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง Joey Boy, Trix ‘O’ Treat และ Sixty Ninth ที่ขนเพลงฮิตมาร้องให้ฟังแบบเต็มอิ่ม สร้างบรรยากาศคึกคักสุดๆ โดย งาน H.O.G.™ Rally 2024 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เหล่าผู้เข้าร่วมงาน กว่า 1,000 คน ต่างประทับใจกับกิจกรรมต่างๆ บรรยากาศภายในงาน และความยิ่งใหญ่ของ Harley-Davidson® ที่ต้องบอกว่า เป็นงานที่ครบเครื่อง และยอดเยี่ยมที่สุดงานหนึ่งของปี

โดยงานนี้มีเหล่า ดารา Celebrity เข้าร่วมงานคับคั่ง เช่น กาย รัชชานนท์ , ภูริ หิรัญพฤกษ์

คุณกาย รัชชานนท์ – ผู้ขี่  Harley-Davidson® Road Glide™

“เป็นครั้งแรกที่มาร่วมงาน H.O.G.™ Rally ต้องบอกว่ามันส์มากครับ เหมือนมางาน Festival เพราะมีครบทั้งคอนเสิร์ต อาหารอร่อยๆ วิวสวย บรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังคาวบอยเลย จัดงานได้ยิ่งใหญ่จริงๆ โดยเฉพาะโซนที่มีการจัดแสดงรถ Harley-Davidson®  รุ่นใหม่ ปี 2024 เห็นแล้ว อยากได้คันที่ 2 มาก แถมมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่วมเยอะ ที่สำคัญได้เจอเพื่อนๆ ที่รักใน Harley-Davidson® เหมือนกัน อีกด้วย”

คุณภูริ หิรัญพฤกษ์ – ผู้ขี่  Harley-Davidson® Sportster™ S

“เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เข้าร่วมงาน H.O.G.™ Rally ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ เปิดโลก ของผมมากๆ โดยส่วนตัว สไตล์ผมชอบท่องเที่ยว และ ชอบกิจกรรม Adventure งานนี้จึงรู้สึกประทับใจมากได้เจอเพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ คิดว่าสนใจอยากมีรถ Harley-Davidson® สักคันแล้วครับ และคงจะออกกับ AAS แน่นอน เพราะว่า แอบถามโปรโมชั่นแล้ว เร้าใจมาก”

โดยงานนี้ยังได้รับเกียรติเข้าร่วมงานจากคุณซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการ Harley-Davidson® สำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดีย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมงาน H.O.G™ Rally จัดโดย AAS Harley-Davidson® และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความหลงใหลและความกระตือรือร้นของชุมชนนักขี่และตัวแทนจำหน่ายของเราในประเทศไทย   

ที่ Harley-Davidson® เรามีจุดยืนในเรื่องของอิสรภาพ ไม่มีวิธีใดที่จะดีไปกว่าการแสดงออกและเฉลิมฉลองจุดยืนของเราร่วมกับสมาชิก Harley Owners Group™ (H.O.G™) ซึ่งเป็นตัวแทนของนักขี่ที่รักในแบรนด์ของเรา ปีนี้เรายังมีแผนและกิจกรรมที่รออยู่อีกมากมายในประเทศไทย และอยากจะขอเชิญนักขับขี่ทุกคนมาร่วมกิจกรรมกับเรา”

AAS Harley-Davidson®  Group เจ้าภาพหลักของการจัดงานครั้งนี้ ในฐานะศูนย์บริการ สุดปลื้ม คนร่วมงานคับคั่ง

คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์  Managing Director ของ AAS Harley-Davidson® Group

กล่าวว่า เรารู้สึกดีใจมากที่งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ผู้เข้าร่วมงานต่างประทับใจกับกิจกรรมต่างๆ บรรยากาศภายในงาน และความยิ่งใหญ่ของ Harley-Davidson® โดยครั้งนี้ พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นการจัดแบบ Co-Host ที่มากที่สุด เพราะรวม  Dealer ของ AAS ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ AAS Harley-Davidson®  of Bangkok, AAS Harley-Davidson® of Pattaya และ AAS Metro Harley-Davidson® กับอีก 3 Chapter ของ H.O.G.™ AAS ได้แก่ H.O.G.™ AAS Bangkok, Pattaya และ Metro Bangkok  และเป็นงานแรกที่ทำเป็น Festival มี ความร่วมมือจาก Sponsor  Partner ต่างๆ ของ AAS ทั้งในและนอกเครือบริษัท  มีการจัดนิทรรศการพิเศษ เกี่ยวกับ Harley-Davidson® พร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2024 ตัวจริง เสียงจริง  

 
และอีกหนึ่งความพิเศษของการจัดงาน  H.O.G.™ Rally 2024 ครั้งนี้ คือ รายได้ส่วนหนึ่ง เราจะนำไปใช้ในการบูรณะห้องน้ำ ให้ถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และรองรับการใช้งานได้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้วย

งาน H.O.G.™ Rally 2024 แสดงให้เห็นถึงพลังชาว Harley-Davidson® ที่รวมตัวกันด้วยความรักใน     แบรนด์ ความหลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ และความเป็นอิสระ โดยเราตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน และหวังว่าจะได้ต้อนรับพวกเขากลับมาอีกครั้งในงานอื่นๆ ต่อไปในอนาคต


นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า  AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับแก่ลูกค้า ไม่เพียงแค่ความแรงเร้าใจบนท้องถนน แต่เรายังขยายประสบการณ์นั้นผ่าน ไลฟ์สไตล์แบบฉบับ AAS ด้วยสินค้า บริการ และกิจกรรมต่างๆ แบบองค์รวม ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจ รวมถึงได้สัมผัสความล้ำสมัย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความคลาสสิกของ Harley-Davidson® รุ่นใหม่ และได้สัมผัส รสชาติสุดพิเศษ ผ่านกาแฟ SHADE Commune ของ AAS ด้วย

คุณกรภัค มิกานนท์ Dealer Principal  ของ AAS Harley-Davidson® Group

กล่าวว่า งาน H.O.G.™ Rally 2024 :  Wild Wild West  เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของปี เราตั้งใจให้งานนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของคนที่รักและชื่นชอบใน Harley-Davidson® รวมไปถึงเหล่าดารา Celebrity ต่างๆ

เราดีใจที่งานนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงาน แสดงให้เห็นว่า Harley-Davidson® ไม่ได้เป็นแค่รถมอเตอร์ไซค์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ เป็น Community ที่รวมคนที่มีความชอบคล้ายๆ กัน เราหวังว่างาน H.O.G.™ Rally 2024 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้คนรู้จัก AAS Harley-Davidson® มากขึ้น และเราหวังว่าจะได้เห็นพวกเขาบนท้องถนนในเร็วๆ นี้ เพราะภายในงานได้มีการนำเสนอรถรุ่นใหม่ โปรโมชั่นสุดพิเศษ และบริการต่างๆ แก่ผู้เข้าร่วมงานนี้ด้วย รู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานทุกเจนเนอเรชัน แสดงให้เห็นว่า AAS ไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson® แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ที่มอบประสบการณ์พิเศษ แก่ลูกค้าของเรา

AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West สะท้อนความสำเร็จ และวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่

นอกจากบรรยากาศภายในงาน H.O.G.™ Rally 2024 เต็มไปด้วยความคึกคักแล้ว เหล่าผู้บริหาร AAS Harley-Davidson® Group ได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย

คุณอนุวัชร กล่าวว่า งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Harley-Davidson® และความมุ่งมั่นของ AASHarley-Davidson® Group ในการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง และดีที่สุดแก่ลูกค้า โดย AAS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์  Harley-Davidson® ประเทศไทย เราจะบรรลุเป้าหมายนี้ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ประการ ดังนี้

1. การขยายฐานลูกค้า:

    นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ มุ่งเน้นทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ซื้อรถคันที่ 2 และแม้แต่ผู้ที่จะซื้อ Big Bike เป็นคันแรก และอยากส่งต่อประสบการณ์ โดยการบอกต่อ
    AAS จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดที่ตรงใจ อย่างสม่ำเสมอ

    2. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์:

    มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์พิเศษที่แตกต่างแก่ลูกค้า Harley-Davidson® ทุกคน พัฒนาบริการหลังการขาย ให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด สนับสนุน Community Harley-Davidson® สร้างความผูกพันแน่นแฟ้น  

    • การขยายเครือข่ายการจำหน่าย:

    พัฒนาระบบออนไลน์ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า

    AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

    คุณกรภัค เสริมว่า  AAS มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เรามั่นใจว่า AAS จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson®  ประเทศไทย และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา ด้วยกลยุทธ์ 5 ประการ ที่ทำให้ AAS โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ดังนี้

    1. ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย: AAS นำเสนอ Harley-Davidson® รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นยอดนิยม และรุ่นพิเศษ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า

    2. บริการที่ยอดเยี่ยม: AAS มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่เหนือระดับ ด้วยทีมช่างผู้ชำนาญ อะไหล่แท้ และเครื่องมือที่ทันสมัย 

    3. ประสบการณ์พิเศษ: AAS มอบประสบการณ์พิเศษแก่ลูกค้า ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น H.O.G.™ Rally ทริป ท่องเที่ยว และการอบรม

    4. ชุมชนที่แข็งแกร่ง: AAS สนับสนุนชุมชน Harley-Davidson® ทั้ง H.O.G.™ และ MC Club ต่างๆ สร้างความผูกพัน และแบ่งปันประสบการณ์

    5. นวัตกรรมและเทคโนโลยี: AAS มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

    กลยุทธ์เหล่านี้ ทำให้ AAS โดดเด่นเหนือคู่แข่ง และสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า AAS มุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

    นอกจาก 5 กลยุทธ์หลักข้างต้น AAS ยังมีจุดเด่นอื่นๆ ดังนี้

    ทีมงานมืออาชีพ: AAS มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    แบรนด์ที่แข็งแกร่ง: Harley-Davidson® เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ทั่วโลก

    ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน จุดเด่นที่หลากหลาย และความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า AAS Harley-Davidson® Group จึงเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย ที่ลูกค้าไว้วางใจ

    การันตีจาก รางวัล Dealer ยอดเยี่ยมระดับเอเชียถึง 2 ปีซ้อน คือ Asia Emerging Markets Dealer of the Year 2018 และ 2019 จากสาขา AAS Harley-Davidson® of Bangkok และในปี 2022 AAS Harley-Davidson® of Pattaya และ Metro ซึ่งยังคงเป็นเพียง 2 ตัวแทนจากประเทศไทยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 5 ดีลเลอร์ยอดเยี่ยมระดับเอเชีย  ซึ่งเป็นรางวัลใหม่แทนของเดิมในชื่อ 5-Star Achiever Award โดย AAS Harley-Davidson® Group เราเป็นรายแรกและรายเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้  


    เชิญชวนเปิดประสบการณ์รถ Harley-Davidson® รุ่นใหม่
    และ จองคิวเพื่อทดลองขับรถ Test Ride และเข้ารับบริการโดยช่างผู้ชำนาญการ ได้ที่ โชว์รูม AAS ทั้ง 4 สาขาของเรา ได้แก่  

    1. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF BANGKOK

    ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พื้นที่กว้างขวาง รองรับการบริการครบวงจร

    เบอร์โทร: 02-521-4545

    2. AAS METRO HARLEY-DAVIDSON®
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 26  โครงการ เอ สแควร์  ดีไซน์เรียบหรู เน้นความสะดวกสบาย ใจกลางเมือง

    เบอร์โทร. : 02-258-0988, 097-484-8844

    3. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF SIAM PARAGON
    ตั้งอยู่ ชั้น2 สยามพารากอน  เน้นงานแฟชั่นสาย Biker แบบฉบับลิขสิทธิ์แท้  ของ Harley-Davidson®

    เบอร์โทร: 02-610-9777

    4. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF PATTAYA
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท พัทยา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกเจนเนอเรชัน

    เบอร์โทร: 038-255-255

    สำหรับภาพบรรยากาศภายในงาน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่:Facebook: https://www.facebook.com/AASHarleyDavidson/

    โตโยต้า คว้ารางวัลแบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย

    โตโยต้า คว้ารางวัล “แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย” สาขา กลุ่มธุรกิจรถยนต์ 4 ปีซ้อน ในงาน 12th THAILAND SOCIAL AWARDS

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คว้ารางวัล “BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA” หรือ “แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโลกโซเชียลมีเดีย” สาขากลุ่มธุรกิจรถยนต์ 4 ปีซ้อน (2021-2024) จากการประกาศรางวัล THAILAND SOCIAL AWARDS ครั้งที่ 12 โดยมี นายอภิสิทธิ์ กาบบัวลอย ผู้จัดการโครงการ ฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม ชั้น 7

    THAILAND SOCIAL AWARDS เป็นงานประกาศรางวัลโซเชี่ยลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาซอฟแวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดชั้นนำของไทย จุดประสงค์ในการจัดงานเพื่อให้ความสำคัญกับวงการโซเชียลมีเดีย ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทย ผ่านการมอบรางวัลเพื่อส่งเสริม เชิดชูแบรนด์ที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์และยกระดับวงการโซเชียลในสาขาต่างๆ

    วิริยะประกันภัย ประกาศแผนงานปี 2567 “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

    วิริยะประกันภัย ประกาศแผนธุรกิจปี 2567 “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

    นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูงจัดงานแถลงข่าวประจำปี 2567 แถลงถึงผลการดำเนินงานและภาพรวมผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม : มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” อันเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของวิริยะประกันภัย ด้วยประสบการณ์ด้านประกันวินาศภัยกว่า 77 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความ “มั่นคง” ด้วยสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง 68,335 ล้านบาท “เป็นธรรม” ทุกขั้นตอนการบริการและมอบประสบการณ์ความ “คุ้มค่า” ให้แก่ ลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่อย่าง “V-Inspection” บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนรับทำประกันภัยผ่านโทรศัพท์มือถือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการอนุมัติทำประกันภัยรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายพื้นที่ให้บริการเคลมนัดหมายผ่านวิดีโอคอล “VClaim on VCall” ขยายครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนการนำฐานข้อมูล “Big Data” มาใช้พัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตาม Personalization and Customer Insights ให้ตรงกับความต้องการของผู้เอาประกันภัย ทั้งด้านความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม (Salon B) โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพ รัชดา

    สำหรับผลประกอบการในปี 2566 บริษัทฯ มีเบี้ยรับรวมกว่า 40,077 ล้านบาท แยกเป็นประกันภัยรถยนต์ (Motor) 35,633 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 4,444 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ 38,000 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ วิริยะประกันภัย ยังได้เปิดตัวแคมเปญบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” พร้อมสื่อสารไปยังสาธารณชนผ่านหนังโฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของวิริยะประกันภัยอีกด้วย

    มาสด้า e-Skyactiv R-EV เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า

    มาสด้า e-Skyactiv R-EV เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเพื่อผู้คน สังคม และโลกของเรา หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้า ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด พัฒนาต่อยอดจากรถไฟฟ้า 100%

    มาสด้า ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะทุกก้าวย่างเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นี่คือบทพิสูจน์ที่ท้าทายเพื่อแก้ปัญหาด้านส่งแวดล้อมในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น หนึ่งในวิธีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด คือการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) รถไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ไปจนถึงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) วิวัตนาการเหล่านี้คือหนึ่งในวิถีทางไปสู่ Well-to-wheel ที่มาสด้าให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นกำเนิด กระบวนการขุดเจาะ การสกัดวัสดุที่จำเป็นในการผลิต ไปจนถึงสิ้นสุดอายุการใช้งานของยานพาหนะผ่านกระบวนการรีไซเคิล เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะถูกปรับให้มีความเหมาะสมและแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากไม่มีวิธีใดวิธีเดียวที่เหมาะสมกับทุกภูมิภาค มาสด้าจึงได้คิดค้นทุกวิถีทางในการแก้ปัญหา ตามแนวทาง Multi-Solution นั่นคือการแสวงหานวัตกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย จนบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าที่เดินหน้าตามแนวทาง Multi-Solution คือการพัฒนาเครื่องยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ด้วยการนำข้อดีของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาผสานกับพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ได้ระยะทางขับขี่ที่ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จึงเกิดเป็นเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด โดยพัฒนาต่อยอดจากรถไฟฟ้า 100% ซึ่งมาสด้านำเอาเครื่องยนต์โรตารี่อันเลื่องชื่อมาใช้เป็นตัวปั่นกระแสไฟ เปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยให้การขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าได้ระยะทางไกลมากขึ้น ตอบโจทย์ยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเชื้อจากฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้า เพิ่มทางเลือกให้เกิดความหลากหลายมากขึ้นในการเลือกรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตน และความเหมาะสมตามความพร้อมของแต่ละภูมิประเทศ

    หัวใจหลักสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV คือ เครื่องยนต์โรตารี่ เป็นตัวปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เครื่องยนต์มีขนาดเพียง 830 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ลูกสูบหมุน 1 โรเตอร์ ทำจากอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเพียง 15 กิโลกรัม เล็กกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน และแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด17.8 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อได้รับการปั่นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้ามาจากเครื่องยนต์โรตารี่ จะทำให้เพิ่มระยะทางในการวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร จากการทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน มาผสานกับการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขยายระยะทางในการขับขี่ กลายเป็นเทคโนโลยี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ได้จากเครื่องยนต์โรตารี่ อันเกิดจาก “จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” หรือ “Challenger Spirit” อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

    เทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่เป็นตัวปั่นไฟนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดจากความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้คนในแต่ละสังคม อีกหนึ่งโมเดลของมาสด้าที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ในการปั่นกระแสไฟ คือรถต้นแบบที่มาสด้านำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023 Mazda Iconic SP สปอร์ตคอมแพ็คคาร์คอนเซ็ปต์ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าที่ “รักในรถยนต์” และ “ปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สามารถถ่ายทอดความสุขในการขับขี่” โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องการจัดวางพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้รถต้นแบบคันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น โดยแบตเตอร์รี่จะถูกชาร์จด้วยพลังงานแบบย้อนกลับและจากเครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์

    อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์คาร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวมาสด้าอย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมประจำปีจากประเทศอิตาลี คือ RX-VISION SKYACTIV-R คือเครื่องยนต์โรตารีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของมาสด้า เครื่องยนต์สามเหลี่ยมลูกสูบหมุน แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) โดยเครื่องยนต์โรตารี่จะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟและส่งพลังงานกลับคืนสู่แบตเตอรี่เช่นเดียวกับ e-Skyactiv R-EV ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษของคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเครื่องยนต์โรตารี่ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท รวมถึงพลังงานไฮโดรเจน พลังงานสะอาดทางเลือกแห่งอนาคต

    การนำเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV มาใช้ในเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการปลุกฟื้นคืนชีพตำนานเครื่องยนต์โรตารี่ ต้นกำเนิดรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่นในอดีต ที่ถูกถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอของมาสด้าที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ Challenger Spirit ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ มาสด้าจะยังคงเฟ้นหาวิธีการต่างๆ ต่อไป ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป เพื่อโลกของเราให้ยังคงความสวยงาม เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน และเพื่อสร้างสรรสังคมของเราให้น่าอยู่ตราบนานเท่านานสู่ลูกหลานของเราตลอดไป

    มาสด้า พิชิต 6 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567

    มาสด้า พิชิต 6 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและโคโดะ ดีไซน์ ตอบโจทย์ลูกค้าดีที่สุด

    คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รอประธานบริหารอาวุโส เข้ารับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 (Thailand Car of the Year 2024) ที่จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยผ่านการคัดเลือรถยนต์ที่มีความเป็นที่สุดในแต่ละด้าน ลงคะแนนโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ เพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ประชาชนในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามความต้องการและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ดร. ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีฯ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2024 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    รถยนต์มาสด้าที่ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 (Thailand Car of the Year 2024) ประกอบด้วย

    1.Mazda2 XDL SKYACTIV-D              คว้ารางวัล Best Diesel Sedan under 1,500 c.c.

    2.Mazda3 CARBON EDITION  คว้ารางวัล Best Hatchback under 2,000 c.c   

    3.Mazda CX-3 SKYACTIV-G               คว้ารางวัล The Most Valuable Subcompact SUV

    4.Mazda CX-30 SKYACTIV-G  คว้ารางวัล Best Performance Compact SUV

    5.Mazda CX-8 SKYACTIV-D AWD      คว้ารางวัล Best Diesel SUV under 2,500 c.c.   

    6.Mazda BT-50                          คว้ารางวัล Best Performance Pickup                

    การที่ยนตรกรรมมาสด้าภายใต้เทคโนโลยสกายแอคทีฟที่ให้พลังแรงและประหยัดน้ำมัน และการออกแบบอันสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจาก โคโดะ ดีไซน์ ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้มาได้ถึง 6 รุ่น ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งาน   โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวทางการพัฒนาที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกด้าน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการสร้างคุณค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่ง (Brand Value Management) ประกอบด้วย Purpose คือ เจตนารมณ์และเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ของมาสด้า เน้นสร้างคุณค่าและเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนได้สัมผัสแบรนด์มาสด้าด้วยความภาคภูมิใจ Promise คือ คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีให้กับลูกค้าทุกคน มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก และ Value คือ การสร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่จะทำให้ทุกครอบครัวมีความสุขตลอดการเดินทาง

    สำหรับลูกค้าที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นและเจ้าของรางวัลต่างๆ เหล่านี้ สามารถเยี่ยมชมและสัมผัสได้ที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์โชว์ 2024 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2566 – 7 เมษายน 2567 นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.mazda.co.th 

    บุคคลในภาพ : (จากซ้ายสุดไปขวาสุด) คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานประชาสัมพันธ์, นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานพัฒนาเครือข่ายและธุรกิจผู้จำหน่าย, นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส, มร. คาซึทากะ โมริ รองประธานกรรมการบริหาร และ มร. ทาเคชิ มิคามิ รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์และปฏิบัติการ

    มิตซูบิชิ คว้า 4 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 “Car of the Year 2024” จัดโดยกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล

    บรรยายภาพจากขวาไปซ้าย : นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45, นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45, ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีมอบรางวัล, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45, นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายพัฒนาธุรกิจ และ ประธานเจ้าหน้าที่ สายการเงิน บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45, นางสาวปิยนุช แจ่มศิริพรหม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า และ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45, มร.อะกิฮิโตะ ฟุจิวาระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล “รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม” (Best 2WD Pickup under 2,500 cc) สำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ และ “รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม” (Best 4WD Pickup under 2,500 cc) สำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท 4WD พร้อมด้วย มร.อะกิฮิโตะ ฟุจิวาระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย รับมอบ “รางวัลรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดเยี่ยม” (Best Mini MPV) สำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส และ “รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุด” (The Most Valuable MPV) สำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ณ พิธีมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 หรือ Car of the Year 2024 โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จคว้า 4 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 หรือ Car of the Year 2024 จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมและสมรรถนะที่เหนือกว่า โดยรถมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย

    •มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส : รางวัลรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Mini MPV)

    •ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ : รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม (Best 2WD Pickup under 2,500 cc)

    •ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท 4WD : รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม (Best 4WD Pickup under 2,500 cc)

    •มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ : รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุด (The Most Valuable MPV)

    มร.เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีในแต่ละสาขา ขอขอบคุณกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราประสบความสำเร็จในการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา และจะช่วยผลักดันให้เราเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ และการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยปรัชญา Mitsubishi Motors-ness ของเรา ซึ่งมุ่งสู่การสร้างที่สุดแห่งดีเอ็นเอทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความทนทานเพื่อผู้ขับขี่ทุกคน”

    มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ได้รับ รางวัลรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Mini MPV) ด้วยการออกแบบที่มีความพรีเมียมผสานความสปอร์ตเพื่อคนที่ชื่นชอบการผจญภัยและรักการทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมกับความเอนกประสงค์ของรถยนต์ 7 ที่นั่งไว้อย่างลงตัวพร้อมลุยไปทุกที่อย่างมั่นใจด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ช่วยให้รถรุ่นนี้เหนือกว่าในด้านความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสะดวกสบายในทุกสภาพอากาศและบนสภาพถนนทุกรูปแบบ เหนือระดับด้วยห้องโดยสารที่มีความพรีเมียมหรูหรา กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเลิศอย่างมีสไตล์

    รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุด (The Most Valuable MPV) เป็นของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งดีไซน์ทันสมัยสำหรับลูกค้าครอบครัวทันสมัยที่มองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอันหลากหลาย กว้างขวาง พรีเมียมหรูหรา รับรองการใช้งาน 7 ที่นั่งอย่างสะดวกสบาย ที่สามารถปรับพับเบาะได้อย่างอิสระให้พื้นที่ใช้สอยเป็นไปได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งเหนือชั้นด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงช่วงล่างที่กระชับและ นุ่มนวล ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับทุกการขับขี่อย่างมั่นใจ และมาพร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบปัดนํ้าฝนแบบอัตโนมัติ กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบกรองอากาศ PM 2.5

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ ได้รับ รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม (Best 2WD Pickup under 2,500 cc) ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดทั้งภายในห้องโดยสาร รูปลักษณ์ภายนอก โครงสร้างแชสซีส์ และเครื่องยนต์ ตัวถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล 4N16 ความจุ 2.4 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทรงพลังยิ่งขึ้นและปล่อยมลพิษลดลง มีการปรับปรุงพัฒนาแชสซีส์ ช่วงล่าง และชิ้นส่วนอื่นๆ ใหม่ทั้งหมดเพื่อศักยภาพการบรรทุกที่ไว้วางใจได้เสมอและการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท 4WD ซึ่งเป็นตัวท็อป ได้รับ รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม (Best 4WD Pickup under 2,500 cc) เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย ได้แก่ เครื่องยนต์ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) พร้อมระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถปรับเข้าสู่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบฟูลไทม์ (4H Full-time) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) พร้อมด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) และโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive mode) อุ่นใจได้ด้วยระบบความปลอดภัยไดมอนด์ เซนส์ ที่มาพร้อมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Diamond Sense with Adaptive Cruise Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของตัวรถได้ตลอดเวลาผ่านระบบ Mitsubishi Connect ภายในห้องโดยสารมอบความสะดวกสบายผสานความหรูหราขั้นสูงสุดด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เทียบเคียงกับรถเอสยูวีระดับพรีเมียม

    พบกับรถมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัล และรถรุ่นอื่นๆ ได้ที่บูธ A9 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายในงาน 2024 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

    อีซูซุ รับ 9 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที “CAR OF THE YEAR 2024”

    อีซูซุรับ 9 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที “CAR OF THE YEAR 2024”

    กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับมอบ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2024” (CAR OF THE YEAR 2024) ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ดังนี้

    -รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี :

    New! Isuzu D-Max

    -รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม :

    New! Isuzu D-Max

    -รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี :         

    New! Isuzu D-Max

    -รางวัลรถปิกอัพที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

    New! Isuzu D-Max

    -รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,200 ซีซี :

    New! Isuzu V-Cross 4×4

    -รางวัลรถปิกอัพตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ บรรทุกหนักยอดเยี่ยม :

    New! Isuzu D-Max Spark 4×4”

    -รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีเซลยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า

    3,200 ซีซี :

    The New MU-X      

    -รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

    The New MU-X      

    -รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี :

    โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”                                                                                                                                                                                                                               

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ อัดโปรโมชันฉลองครบรอบ 3 ปี

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 3 ปีอย่างยิ่งใหญ่ อัดโปรโมชันสุดคุ้มให้กับรถยนต์ทุกรุ่นแบบจัดเต็มจำนวนจำกัดพิเศษเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น รับดีลพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 เมษายน 2567 นี้

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทย เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบ 9 รุ่นหลังจากที่เข้ามาบุกตลาดไทยได้เพียงแค่ 3 ปี (Mission 9 in 3) เดินหน้าส่งมอบความสุขชุดใหญ่ให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเดิมด้วย All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวม 510,000 บาท New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 340,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA และ 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO ในส่วนของ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport มอบส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และรุ่น ULTRA มอบส่วนลดสูงสุด 190,000 บาท ต่อกันที่ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA กับข้อเสนอมูลค่ารวม 150,000 บาท 180,000 บาทตามลำดับ GWM New ORA Good Cat รุ่น GT กับข้อเสนอมูลค่ารวม 200,000 บาท GWM ORA 07 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 170,000 บาท และรุ่นสุดท้ายอย่าง ALL NEW GWM TANK 300 มาพร้อมข้อเสนอมูลค่ารวม 220,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ ALL NEW GWM TANK 500 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 180,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA โปรโมชันสุดพิเศษนี้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567  ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 นี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์จำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น เปิดประสบการณ์ใหม่กับรถยนต์ไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำหน้า เปี่ยมล้นไปด้วยดีไซน์ทันสมัยเหนือระดับ กับโปรโมชันที่พิเศษยิ่งกว่าที่ไหน ๆ

    เริ่มต้นนำขบวนความคุ้มกับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสุด 510,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกโปรได้ตามใจกับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 300,000 บาทเมื่อชำระด้วยเงินสด หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 140,000 บาท ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 220,000 บาท พร้อมรับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตรรวมมูลค่า 37,000 บาท

    ตามมาติด ๆ กับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่สามารถกวาดยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกันถึง 12 เดือนในปี 2565 มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 340,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO พร้อมดีลที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ด้วยส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 70,000 บาท โดยส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ 50,000 บาท สำหรับรับรุ่น PRO  เมื่อชำระด้วยเงินสด ในส่วนของดอกเบี้ยพิเศษ รุ่น ULTRA  รับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 180,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 7,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 70,000 บาท และรุ่น PRO  รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 98,000 บาท

    หากใครเป็นสาย New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport ซึ่งมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 120,000 บาท พร้อมดีลเลือกได้ตามใจลูกค้ากับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 57,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 2.15%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท** พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** 

    สำหรับแฟน ๆ ของเจ้าสิงโตอารมณ์ดี New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA รับข้อเสนอสุดพิเศษ มูลค่าสูงสุดกว่า 190,000 บาท สามารถเลือกข้อเสนอทั้งส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 75,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 89,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 5 เดือน เดือนละ 4,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท**

    สำหรับ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยเลี้ยวมามอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับรุ่น PRO สูงสุดกว่า 150,000 บาท และ สำหรับรุ่น ULTRA มูลค่าสูงสุดกว่า 180,000 บาท พร้อมโปรแรงที่ลูกค้าเลือกได้อย่าง  ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุด 57,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 64,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 24,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 28,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท เฉพาะ GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

    และถ้าใครเป็นแฟน GWM New ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตรับข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 200,000 บาท พร้อมให้คุณเลือกโปรที่ใช่ อาทิ  ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 34,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

    ปิดท้ายเจ้าเหมียวด้วยรุ่นล่าสุด GWM ORA 07 รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 170,000 บาท ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 49,000 บาท พร้อมรับฟรี ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท และ GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

    สำหรับนักผจญภัยกับ All New GWM TANK 300 รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสำหรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นมอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 220,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมให้ลูกค้าเลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%**  ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 140,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 160,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA รวมถึงฟรีน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

    และ All New GWM TANK 500 ขบวนรถยนต์เอสยูวีพรีเมียมออฟโรด มอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%* นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 68,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 75,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมรับฟรี บัตรของขวัญเซ็นทรัล มูลค่า 30,000 บาท พร้อมน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

    รถยนต์ทุกรุ่นและทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และฟรีบริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 5 ปี สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ระยะเวลา 3 ปี สำหรับ New HAVAL JOLION รุ่น ULTRA, New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT, ORA 07, TANK300 และ TANK500 ด้านการรับประกันคุณภาพ รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** (สำหรับ New HAVAL H6 Hybrid SUV, New HAVAL JOLION, TANK300 และ TANK500) และการรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และ ORA 07

    โปรโมชันสุดพิเศษขนาดนี้ อย่ารีรอ เพียงแค่ลงทะเบียน และวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 7 เมษายน 2567 ผ่านช่องทาง GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th เท่านั้น และต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567

    * เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

    ** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ บรรลุภารกิจในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยตาม Mission 9 in 3 หรือ การเปิดตัวรถยนต์ทั้งหมด 9 รุ่นภายใน 3 ปี พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพลังงานสะอาดผนวกกับการส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save