Home Blog Page 23

ฮอนด้า จัดบิ๊กแคมเปญ ออกซิตี้ รับสิทธิสูงสุด 70,000 บาท

ฮอนด้า จัดหนักส่งท้ายปี รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับ City Series ผ่านแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Dealพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 11 ธ.ค. 2568

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนักส่งท้ายปีผ่าน แคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ซิตี้คาร์ยอดนิยมอย่าง Honda City และ Honda City Hatchback ทั้งขุมพลัง TURBO และขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และรุ่นพิเศษ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition โดยเน้นความคุ้มค่าและมอบทางเลือกที่หลากหลาย “ตรงใจ เลือกได้เอง” สำหรับลูกค้าที่จองฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท

-ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ

-ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

-หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่

-ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 69,000 บาท ประกอบด้วย

-ฟรี ประกันภัย 1 ปี*

-ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ (ค่าแรง ค่าอะไหล่) 5 ปี หรือ 100,000 กม.*

-ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

-โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ

-สำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+)  ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 104,400 บาท*

-ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,281 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*

-พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ใน Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ที่ให้ทั้งความแรง ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ สมูททุกจังหวะขับขี่ และให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

-ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท พร้อมเลือกรับ

-ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

-หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่

-ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท ประกอบด้วย

-ฟรี ประกันภัย 1 ปี*

-ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

-ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*

-ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

-โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ

-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*

-รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition

-ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท พร้อมเลือกรับ

-ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

-หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ได้แก่

-ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 20,000 บาท ประกอบด้วย

-ฟรี ประกันภัย 1 ปี*

-ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

-ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*

-ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

-โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ

-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,108 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*

-รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda City ทั้งขุมพลัง TURBO และ e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition

-ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

-ใหม่ นักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี เพียงโชว์บัตรนักเรียน/บัตรนักศึกษา หรือบัตรประชาชน อายุไม่เกิน 27 ปี ให้กับที่ปรึกษาการขายในวันจองรถยนต์ รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*

-สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*

-สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*

-เพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า

(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)

-สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)

-ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+

โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions

•ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/city

•ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City Hatchback ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/cityhatchback

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

•เว็บไซต์:  www.honda.co.th

•Facebook Official Account: Honda Thailand

•LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ :-

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติม

•ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย

-ฟรีประกันภัย 1 ปี

-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา

-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น

-สำหรับแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus

ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน* มั่นใจด้วยทีมช่างซ่อมบำรุงที่มีความเชี่ยวชาญ และคุ้มค่ายิ่งขึ้นกับส่วนลดค่าอะไหล่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 68

รับชม MV ‘Let’s be family’ มาเป็นครอบครัวฮอนด้า อยู่ตรงนี้ มีรอยยิ้มเพิ่ม…ทุกนาที

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ เสิร์ฟความคุ้มค่ามอบการดูแลรถแบบครบวงจร ตั้งแต่ ใจดูแลด้วยโปรผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 10 เดือน* ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท* สำหรับงานบริการทุกประเภท พิเศษสุด!!! ส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวฮอนด้า พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ฟรีดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ** ส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้าทุกคน ทั้งรถใหม่ รถปีเก่า หรือรถยนต์มือสอง รวมถึงโปรโมชันผ่อนยางรถยนต์ 0% สูงสุด 10 เดือน** ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนก็มั่นใจทุกการเดินทาง เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

พิเศษสุด งานบริการทุกประเภทสามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน

-ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน* เฉพาะบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีฯ ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี

-ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 3,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี

มอบส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

-บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี*

-ซื้อคู่คุ้มกว่า! รับส่วนลด 200 บาท สำหรับ Safety First Set (ซื้อยางปัดน้ำฝนคู่กับผ้าเบรก)

มอบของที่ระลึกสำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

-ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้างคุณภาพพรีเมียม

•ซื้อคู่คุ้มกว่า! ซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS* พร้อมผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คุณภาพพรีเมียมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)

•ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)

•ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 1 ปี

-รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากปกติ 15% เป็น 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป

-รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*

-รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*

-รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

โปรโมชันยางรถยนต์ยอดนิยมตามเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

-ยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับบัตรน้ำมัน 500 บาท

-ยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท*

-ยาง Yokohama ซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท*

-ยาง Hankook รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 300 บาท*

-ยาง Bridgestone รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 250 บาท*

โปรโมชันพิเศษ ผ่อนชำระสำหรับการซื้อยางรถยนต์

-ยางรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยต้องมียอดใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป*

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง*** เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของใหม่ที่ศูนย์บริการ พิเศษ!!! รับทันที ส่วนลดสุดคุ้ม ‘Welcome to Honda Family’ ดังนี้

-เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ 100% เริ่มต้นเพียง 899 บาท* รวมค่าแรง

-รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์

-รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ

-รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

ตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568  – 30 พฤศจิกายน 2568 เชิญลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าเข้ารับบริการและรับความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ ที่พร้อมดูแลให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

•เว็บไซต์:  www.honda.co.th

•Facebook Official Account: Honda Thailand

•LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ :-

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

**เฉพาะรุ่นที่กำหนด โปรดตรวจสอบที่ศูนย์บริการ

***เงื่อนไขของแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถฮอนด้ามือสอง

1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะลูกค้าบุคคลธรรมดาเท่านั้น

2. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ฮอนด้า เผยไฮไลต์นวัตกรรมการขับเคลื่อนในงาน Japan Mobility Show 2025

ฮอนด้า เผยไฮไลต์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า ณ งาน Japan Mobility Show 2025

(กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น) – บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และอากาศยาน รวมถึงเทคโนโลยีและรถต้นแบบต่างๆ ที่เตรียมจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ในงาน Japan Mobility Show 2025 (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม 2568 – 9 พฤศจิกายน 2568)

โดยฮอนด้าเตรียมเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดแสดงในช่วงก่อนงานเริ่ม ทั้งรายละเอียดแนวคิดหลักของบูท และข้อมูลผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่จะนำมาจัดแสดง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าร่วมในส่วนของการจัดแสดงหลักซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)

ภาพรวมของบูทฮอนด้า

*หมายเหตุ : ยานพาหนะหรือการจัดแสดงในภาพอาจแตกต่างจากที่นำมาจัดแสดงจริงภายในงาน

เว็บไซต์พิเศษของฮอนด้าสำหรับงาน Japan Mobility Show 2025 : http://global.honda/en/japan-mobility-show/2025/

ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า

นับตั้งแต่ก่อตั้ง ฮอนด้าขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความฝันของพนักงาน ด้วยการใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ฮอนด้าจึงไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและความเป็นไปได้ของผู้คนและสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน รวมถึงบริการต่างๆ ของฮอนด้า

ในงาน Japan Mobility Show 2025 ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งทางบก ได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงทางทะเลและทางอากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการความฝันของฮอนด้าที่พัฒนาให้กลายเป็นจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยล่าสุดของฮอนด้า

ไฮไลต์สำคัญที่จะจัดแสดงในปีนี้ ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series ที่มีแผนเปิดตัวทั่วโลกในปี 2026 รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำแบบจำลองเท่าขนาดจริงภายในห้องโดยสารของ HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก มาจัดแสดงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับความกว้างขวางภายในห้องโดยสารของ Honda Jet ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงาน Japan Mobility Show 2023 ที่ผ่านมา

บูทฮอนด้าได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝัน เทคโนโลยี และแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จะนำมาจัดแสดง จะมีการประกาศเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกันยายน ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์และเว็บไซต์พิเศษของ Honda Japan Mobility Show 2025

รถยนต์ต้นแบบบางส่วนที่จะนำมาจัดแสดง

รถยนต์:

-รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน (Honda 0 Saloon Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน ซึ่งเป็น Flagship Model ของซีรีส์ฯ พัฒนาขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างตัวรถสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สะท้อนแนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) ของ Honda 0 Series ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

-ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Honda 0 SUV Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Series ที่จะเปิดตัวเข้าสู่ตลาด ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง ทัศนวิสัยกว้างขวาง และโดดเด่นด้วยพื้นที่การใช้งานที่ยืดหยุ่น

รถจักรยานยนต์:

-CUV e: – รุ่นการผลิตจริง

Honda CUV e: คือ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ (Swappable Battery) ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

-Rebel 1100 S Edition Dual Clutch Transmission – รุ่นการผลิตจริง

Honda Rebel 1100 รถครุยเซอร์รุ่นใหญ่สุดที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ (Dual Clutch Transmission)

ผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนอื่นๆ ของฮอนด้า:

-HondaJet Elite II – ห้องโดยสารจำลองเท่าขนาดจริง

HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนาดเล็กที่ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของและความสะดวกสบายไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า HondaJet Elite โดยได้รับการพัฒนาด้านการออกแบบและผสานเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ

-Honda BF350 เครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ – รุ่นการผลิตจริง

Honda BF350 เป็นแฟลกชิปเครื่องยนต์เรือของฮอนด้า ผสานพลังขับเคลื่อนสูงเข้ากับความประหยัดน้ำมัน พร้อมดีไซน์ที่เรียบง่ายและสะอาดตา เหมาะกับเรือทุกประเภท

-ฮอนด้าเตรียมเข้าร่วมในส่วนการจัดแสดงหลักที่จัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)

Tokyo Future Tour 2035 – สัมผัสความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต

Tokyo Future Tour 2035 คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตของญี่ปุ่น รวมถึงบทบาทสำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีส่วนในการขับเคลื่อนสังคม โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ และได้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนในอีก 10 ปีข้างหน้าได้อย่างไร

ฮอนด้าพร้อมนำหลากหลายผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง ได้แก่ หุ่นยนต์ตัดหญ้า Miimo Series และ UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่ายๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือบังคับ

Mobility Culture Program – สัมผัสความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อน

Mobility Culture เป็นกิจกรรมพิเศษในงาน Japan Mobility Show มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับชีวิตประจำวันของผู้คนมาอย่างยาวนาน และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง

ในงานนี้ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงรถยนต์ในตำนานอย่าง McLaren Honda MP4/4 ซึ่งสร้างสถิติในการคว้าชัยชนะสูงสุดถึง 15 ครั้ง จากทั้งหมด 16 สนาม ในการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก FIA*2 Formula One (F1) พร้อมคว้าแชมป์ทั้งประเภทผู้ผลิต (Constructors) และประเภทนักแข่ง (Drivers) ในปี 1998 อีกทั้งจัดแสดงร่วมกับรถจักรยานยนต์หลายรุ่น ได้แก่ NSR500 ที่คว้าแชมป์ในรุ่น 500 ซีซี ในการแข่งขัน FIM*3  Road Racing World Championship Grand Prix ในปี 1994

Startup Future Factory – เปิดประสบการณ์ที่เร้าใจกับธุรกิจด้านการขับเคลื่อน

Startup Future Factory จะรวบรวมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์จากบริษัทสตาร์ทอัพที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รวมถึงนำเสนอความร่วมมือในการสร้างสรรค์ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งการขับเคลื่อน

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมจัดบูทพิเศษสำหรับโปรแกรม Honda IGNITION ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของฮอนด้า ที่มุ่งส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวคิดที่มีเอกลักษณ์มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอีกทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคม

กิจกรรม “Out of KidZania” ในงาน Japan Mobility Show

กิจกรรมพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับ KidZania ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการด้านสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้มาสวมบทบาทเพื่อทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ในอุตสาหกรรมการขับเคลื่อนฮอนด้ายังเตรียมกิจกรรม interactive ที่น่าสนใจไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกและเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและกลไกการทำงานของ Honda UNI-ONE รวมถึงได้ลองคิดแผนธุรกิจใหม่ๆ สำหรับการนำ UNI-ONE ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

โดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA) จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรมและการจัดแสดง ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป

หมายเหตุ :-

*1 ประเภท Class-2: ยานพาหนะที่กฎหมายว่าด้วยยานยนต์บนท้องถนนของประเทศญี่ปุ่นกำหนดไว้ว่าเป็น “ยานพาหนะสองล้อขึ้นไปที่ติดตั้งเครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบรวมมากกว่า 50 ซีซี และน้อยกว่า 125 ซีซี หรือมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังขับเคลื่อนตั้งแต่ 0.6 กิโลวัตต์ ถึงน้อยกว่า 1.0 กิโลวัตต์”

*2 Federation Internationale de l’Automobil = The International Motorcycling Federation or (FIM)

*3 Federation Internationale de Motocyclisme = The International Motorcycling Federation or (FIM)

เกี่ยวกับงาน Japan Mobility Show 2025

ผู้จัดงาน : Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.

กำหนดการ : รอบสื่อมวลชน: วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568

รอบบุคคลทั่วไป : วันที่ 31 ตุลาคม 2658 (ตั้งแต่เวลา 13:30 น.) – 9 พฤศจิกายน 2568

สถานที่ : Tokyo Big Sight (ที่ตั้ง: Ariake, Koto-ku, Tokyo, Japan)

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://www.japan-mobility-show.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

https://www.japan-mobility-show.com/en/ (ภาษาอังกฤษ) 

“ดร.ปิยสวัสดิ์” ให้เกียรติบรรยายพิเศษในวาระครบ 30 ปี “ลามิน่า”

“ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ THAI Transformation Journey ถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กร และการปรับตัวในโลกธุรกิจยุคใหม่ ในงานประชุมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสง “ลามิน่า” ปีที่ 24 ภายใต้แนวคิด “Timeless Number 1”

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ผลิตโดย อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินกิจการครบ 30 ปีในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ บรรยายพิเศษในงานจัดประชุมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเรเนอซองส์ กรุงเทพ ราชประสงค์

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี จากการดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นการบินไทย จากการเป็นสายการบินแห่งชาติที่ขาดทุนต่อเนื่อง ให้กลับมามีเสถียรภาพในเชิงธุรกิจ จนได้ความชื่นชมเป็นอย่างมากในระดับนานาชาติ ถึงการแก้ไขปัญหาที่ยอดเยี่ยมในระยะเวลาอันสั้น

ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และเป็นอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ ภายใต้การบริหารของ ดร.ปิยสวัสดิ์ การบินไทยสามารถพลิกฟื้นมาเป็นสายการบินที่มีกำไรสูงสุดติดต่อกันถึง 2 ปี และทำให้สายการบินแห่งชาติของประเทศไทย สามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จในปี พ.ศ.2568 พร้อมทั้งกลับเข้ามาซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ ดร.ปิยสวัสดิ์ยังเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญหลายตำแหน่งในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กรรมการอิสระ และประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมถึงกรรมการอิสระ และประธานกรรมการกำกับความเสี่ยง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของท่านเป็นอย่างดี

โดยการจัดงานประชุมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่าย ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Timeless Number 1 ดร.ปิยสวัสดิ์ ให้เกียรติบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงการปรับตัวในโลกธุรกิจยุคใหม่อย่างยั่งยืน ให้กับผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสงลามิน่าทั่วประเทศ ในหัวข้อ “THAI Transformation Journey”

นอกจากนี้ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสงลามิน่าทั่วประเทศยังได้รับฟังการบรรยายจาก นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด หัวข้อ Lead with Decision Stay No.1 Forever “ตัดสินใจอย่างผู้นำ เพื่อความเป็น 1 อย่างยั่งยืน” สืบเนื่องจากโลกธุรกิจปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารต้องกล้าปรับตัว ต้องตัดสินใจภายใต้ข้อมูล ประสบการณ์และกรอบความคิดที่เฉียบคม

ภายในงานยังมีการมอบรางวัล Lamina Excellence Awards ให้แก่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ โดยพิจารณาจากยอดจำหน่าย ผลการเติบโตที่ดีเยี่ยม ปัจจัยการให้บริการที่โดดเด่น มีความรู้ด้านสินค้าฟิล์มกรองแสง รวมถึงความรู้ด้านการตลาดอย่างรอบด้าน ตอกย้ำความเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านฟิล์มกรองแสงตัวจริง ที่พร้อมดูแลลูกค้าผู้ใช้รถทุกท่านอย่างครบวงจร

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์ไฮเอนด์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มกันสะเก็ดหินและฟิล์มกลุ่มพิเศษลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย www.laminafilms.com

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ยอดขาย 47,622 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% โตโยต้าแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่ง

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ยอดขาย 47,622 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% โตโยต้ายังครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งตลาดแปดเดือนแรกที่ 37.3%

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2568 ยอดขายตลาดรวม 47,622 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 18,168 คัน ลดลง 0.7% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 29,454 คัน เพิ่มขึ้น 12.3% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายทั้งหมด 14,599 คัน ลดลง 2.5%

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2568 มียอดขาย 47,622 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง ยอดขาย 18,168 คัน ลดลง 0.7% จากปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ปรับตัวดีขึ้น ด้วยยอดขาย 29,454 คัน เพิ่มขึ้น 12.3% และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขาย 14,599 คัน ลดลง 2.5% รถยนต์ในกลุ่ม HEV มียอดขาย 11,230 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 26% และมียอดขายสะสมแปดเดือนแรกถึง 89,598 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 50.6% ของตลาด xEV ทั้งหมด

สำหรับโตโยต้า ยังคงครองอันดับหนึ่งตลาดรถยนต์ ด้วยยอดขายสะสมแปดเดือนแรกถึง 149,328 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 37.3% นำโดย Yaris ATIV 35,017 คัน และ Hilux REVO 25,182 คัน สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่ได้มีการแนะนำ ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดย New Yaris ATIV HEV น้องใหม่ล่าสุดสายไฮบริด ทำยอดจองสะสมหลังจากการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคม จนถึงวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มากกว่า 3,700 คัน ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X ที่เปิดรับจองสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ มีผู้สนใจลงทะเบียนที่ 1,890 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2568)

ตลาดรถยนต์เดือนกันยายน มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภครอความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ อาจส่งผลให้ชะลอการซื้อ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ผันผวน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2568

  1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 47,622 คัน เพิ่มขึ้น 5.4%         
  2. อันดับที่ 1 โตโยต้า      17,279 คัน       ลดลง       3.2%          ส่วนแบ่งตลาด  36.3%
  3. อันดับที่ 2 อีซูซุ          5,581 คัน       ลดลง     9.2%             ส่วนแบ่งตลาด   11.7%
  4. อันดับที่ 3 ฮอนด้า       5,557 คัน       เพิ่มขึ้น      11%           ส่วนแบ่งตลาด    11.7%
  5. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 18,168 คัน ลดลง 0.7%     
  6. อันดับที่ 1 โตโยต้า      5,892 คัน       เพิ่มขึ้น      6.1%          ส่วนแบ่งตลาด  32.4%
  7. อันดับที่ 2 ฮอนด้า       3,056 คัน        ลดลง      7.5%          ส่วนแบ่งตลาด  16.8%
  8. อันดับที่ 3 บีวายดี       1,379 คัน        ลดลง    36.5%          ส่วนแบ่งตลาด  7.6%
  9. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 29,454 คัน เพิ่มขึ้น 12.3%   

อันดับที่ 1 โตโยต้า      11,387 คัน       ลดลง      7.3%           ส่วนแบ่งตลาด  38.7%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           5,485 คัน       ลดลง      9.2%           ส่วนแบ่งตลาด   18.9%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า       2,501 คัน       เพิ่มขึ้น     46.9%         ส่วนแบ่งตลาด   8.5%

  • ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 14,599 คัน ลดลง 2.5%  

อันดับที่ 1 โตโยต้า        6,619 คัน      ลดลง     6.6%           ส่วนแบ่งตลาด  45.3%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           4,736 คัน      ลดลง     10.2%         ส่วนแบ่งตลาด   32.4%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด          1,500 คัน      ลดลง      0.1%           ส่วนแบ่งตลาด   10.3%

                     *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 3,576 คัน

โตโยต้า 1,162 คัน -– เกรท วอลล์ มอเตอร์ 973 คัน -–  อีซูซุ 796 คัน -– ฟอร์ด 540 คัน – มิตซูบิชิ 101 คัน

 – นิสสัน 4 คัน

  • ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 11,023 คัน ลดลง 10.4%        

อันดับที่ 1 โตโยต้า       5,457 คัน      ลดลง   12.9%            ส่วนแบ่งตลาด        49.5%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            3,940 คัน    ลดลง        4.3%          ส่วนแบ่งตลาด         35.7%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด           960 คัน       เพิ่มขึ้น  0.1%            ส่วนแบ่งตลาด          8.7%   

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม –  สิงหาคม 2568

  1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 399,945 คัน เพิ่มขึ้น 0.1%   
  2. อันดับที่ 1 โตโยต้า      149,328 คัน     ลดลง   1.7%              ส่วนแบ่งตลาด     37.3%
  3. อันดับที่ 2 อีซูซุ          48,572 คัน       ลดลง   17.9%            ส่วนแบ่งตลาด   12.1%
  4. อันดับที่ 3 ฮอนด้า       45,917 คัน       ลดลง   14.9%            ส่วนแบ่งตลาด   11.5%
  5. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 154,766 คัน เพิ่มขึ้น 0.4%             
  6. อันดับที่ 1 โตโยต้า      51,931 คัน       เพิ่มขึ้น  17.7%           ส่วนแบ่งตลาด     33.6%
  7. อันดับที่ 2 ฮอนด้า       25,622 คัน       ลดลง    16.1%           ส่วนแบ่งตลาด     16.6%
  8. อันดับที่ 3 บีวายดี       13,837 คัน       ลดลง    7.3%            ส่วนแบ่งตลาด        8.9%
  9. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 245,179 คัน เพิ่มขึ้น 0.2%                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      97,397 คัน       ลดลง     9.6%           ส่วนแบ่งตลาด    39.7%

อันดับที่ 2 อีซูซุ         48,572 คัน       ลดลง   17.9%             ส่วนแบ่งตลาด   19.8%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า       20,295 คัน       ลดลง   13.2%           ส่วนแบ่งตลาด    8.3%

  • ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 124,156 คัน ลดลง 11%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      55,822 คัน       ลดลง   13%             ส่วนแบ่งตลาด    45%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          42,055 คัน       ลดลง   18.7%           ส่วนแบ่งตลาด   33.9%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        12,431 คัน       ลดลง   15.6%            ส่วนแบ่งตลาด   10%

                     *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 28,110 คัน

โตโยต้า 9,562 คัน – อีซูซุ 7,883 คัน – ฟอร์ด 4,812 คัน – เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4,446 คัน – มิตซูบิชิ 1,113 คัน

– นิสสัน 294 คัน

  • ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 96,046 คัน ลดลง 16.5%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      46,260 คัน       ลดลง  16.5%             ส่วนแบ่งตลาด     48.2%

อันดับที่ 2 อีซูซุ         34,172 คัน       ลดลง  21.4%             ส่วนแบ่งตลาด   35.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        7,619 คัน       ลดลง  16.9%             ส่วนแบ่งตลาด      7.9% 

Toyota bZ4X พร้อมเปิดราคา หลังจองสิทธิ์ครบ 2,000 คัน

โตโยต้าขอขอบคุณทุกการตอบรับและความไว้วางใจ ยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้า NEW bZ4X ครบจำนวน 2,000 สิทธิ์แล้ว เตรียมเปิดราคาปลายเดือนตุลาคม 2568 นี้

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอขอบคุณสำหรับการตอบรับและความไว้วางใจ ที่มอบให้ NEW TOYOTA bZ4X ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ทางโตโยต้าได้รับยอดผู้ลงทะเบียนสิทธิ์ล่วงหน้าครบตามจำนวน 2,000 ท่าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจจองสิทธิ์ รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความไว้วางใจทางด้านคุณภาพ การให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเชื่อมั่นที่มีให้กับบริการหลังการขาย ซึ่งรวมถึงความพร้อมของระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ครอบคลุมกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนสิทธิ์ล่วงหน้าจะได้รับการติดต่อ เพื่อยืนยันสิทธิ์ส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ในลำดับถัดไป โดยทางบริษัทฯ จะแจ้งราคาจำหน่ายของรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ ในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้”

สำหรับ NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย) ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน นอกจากนี้ พละกำลังสูงสุดยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย กับเสถียรภาพ (Stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (Steering Feel) ความนุ่มนวล (Riding Comfort) และประสิทธิภาพการเบรกที่ยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน” โดยโตโยต้าตั้งเป้าที่จะขายรถรุ่นนี้ ที่ 6,000 คันในช่วงปีแรก ซึ่ง NEW bZ4X จะสามารถเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้เป็นต้นไป

มิลเลนเนียม ออโต้ ชวนสัมผัสตัวจริง The i7 eDrive50 M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู ‘The i7 eDrive50 M Sport’ ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับแฟลกชิป สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้นำยุคใหม่ จองวันนี้รับราคาพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะที่ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ชวนสัมผัส บีเอ็มดับเบิลยู ‘The i7 eDrive50 M Sport’ ยนตรกรรมระดับแฟลกชิป ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สำหรับผู้นำยุคใหม่ ที่มุ่งสร้างความสำเร็จในแบบที่แตกต่าง

นายศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม สำหรับยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู The i7 xDrive60 M Sport วันนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ขอนำเสนออีกหนึ่งความเหนือระดับ ตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่ กับ บีเอ็มดับเบิลยู ‘The i7 eDrive50 M Sport’ ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับแฟลกชิป ที่ผสานความหรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ขอเชิญชวนลูกค้าและผู้สนใจทดลองขับ พร้อมรับข้อเสนอและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงภายในงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ ซึ่งจัดแสดงยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู หลากรุ่น บริเวณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M และโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ชั้น 2 ระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน”

BMW The i7 eDrive50 M Sport หรูหรา เร้าใจ ความสมบูรณ์แบบแห่งยนตรกรรม

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับยนตรกรรมระดับแฟลกชิป ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ความจุแบตเตอรี่ 105.7 kWh ให้กำลัง 455 แรงม้า (HP) แรงบิด 650 นิวตันเมตร ชาร์จไฟเต็ม วิ่งได้ไกลสุด 603 กิโลเมตร (NEDC) ล้ออัลลอย M ขนาด 21 นิ้ว แบบสลับสี โดดเด่นด้วยชุดแต่งแบบ M Sport ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ fine-grain Merino Leather พร้อมฟังก์ชั่น Executive Lounge มาพร้อมทัชสกรีน ‘BMW Theatre Screen’ ขนาด 31.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ 8K รวมถึง Panorama Glass Roof with Sky Lounge และระบบสั่งงานอัจฉริยะ BMW Natural Interaction

รับข้อเสนอและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อจองและรับรถภายในระยะเวลาที่กำหนด

•บัตรโดยสารสายการบินไปกลับ กรุงเทพ–ยุโรป ชั้นธุรกิจ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท* หรือสยามกิฟท์การ์ดหรือช้อปปิ้งการ์ด มูลค่าสูงสุด 170,000 บาท* หรือ iPhone 17 Pro 256 GB รวมมูลค่า 87,800 บาท* (จำนวน 2 เครื่อง) หรือเพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุดถึง 700,000 บาท*

•บัตรล่องเรือยอทช์ อะซิมุท สุดเอ็กซ์คลูซีฟ มูลค่า 50,000 บาท*

•แพ็กเกจที่พักหรูจากโรงแรมพันธมิตร มูลค่า 12,000 บาท*

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี*

•ฟรี BMW Wallbox พร้อมติดตั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า*

•ฟรี กล้องติดรถยนต์ BMW Advance Car Eye 3.0*

•รับเพิ่มคะแนนสะสม MGC point 30,000 คะแนน*

•บริการ SIXT Exclusive Limousine รับ-ส่งสนามบิน ด้วย BMW 5 Series หรือ MPV เทียบเท่า ฟรี 4 เที่ยว มูลค่าสูงสุด 26,000 บาท*

•แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 30% จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ*

อุ่นใจบริการหลังการขายครบครัน

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พรั่งพร้อมด้วยบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ สามารถดูแลรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู ได้อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานสากล กับเครือข่ายศูนย์บริการ 7 สาขา รวมกว่า 150 ช่องซ่อม รองรับการให้บริการได้สูงสุดถึง 113,000 คันต่อปี ผสานเครื่องมือพิเศษในการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องชาร์จ DC 160 กิโลวัตต์ และ AC ทั้ง 7 สาขา รวมกว่า 44 เครื่อง พร้อมทีมช่างซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู ที่มีประสบการณ์สูง ผ่านการรับรองจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย อีกทั้งมีสถาบันฝึกอบรมภายในองค์กร อย่าง มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง (MAT) พัฒนาต่อยอด และรักษามาตรฐานของทีมบุคลากรในทุกมิติ

BMW The i7 eDrive50 M Sport ราคาปกติ 7,149,000 บาท*

สอบถามราคาพิเศษและข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา  โทร.1286 Millennium Auto Connect

BMW Millennium Auto Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สรยท. ประกาศรายชื่อรถเข้าเกณฑ์รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568

สรยท. ประกาศรายชื่อรถเข้าเกณฑ์รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่สำหรับทั้ง 3 รางวัลที่จะมอบให้ในปีนี้ออกมาแล้ว หลังจากที่ได้รับการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ซึ่งประกอบไปด้วยสื่อมวลชนอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดอยู่ในสายข่าวยานยนต์ร่วมพิจารณาคุณสมบัติรถยนต์แต่ละรุ่นที่จะผ่านเข้ารอบตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างครบถ้วน ก่อนที่จะได้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รวมทั้งสิ้น 45 รุ่น ซึ่งประกอบด้วยรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car Of The Year 2025), รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand EV Of The Year 2025) และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Motorcycle Of The Year 2025)

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในปีนี้ ทางสมาคมฯ และคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการแก้ไขกฎระเบียบและ/หรือข้อบังคับที่จะใช้พิจารณารถที่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรกใหม่ จากเดิมรถที่จะเข้าผ่านเข้ารอบต้องเป็นรถโฉมใหม่ (Model Change) เท่านั้น ภายใต้ระเบียบฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่นี้ให้รวมไปถึงรถยนต์ที่ปรับโฉม (Minor Change) ด้วย แต่ในปีนี้คณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ได้เพิ่มความเคร่งครัดในการพิจารณาคัดเลือกทั้งในส่วนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน, รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ โดยจะใช้สัดส่วนรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฟฟ้า 65% และรถจักรยานยนต์ 55% ตามลำดับ ดังนั้น จึงมีความมั่นใจได้ว่า รถยนต์และรถจักรยานยนจต์ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในรอบแรกนี้ แม้จะเป็นรถยนต์ปรับโฉมแต่ก็เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายในจำนวนมากพอที่เข้ากฎระเบียบใหม่”

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand Car Of The Year 2025 นั้นจะมีรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 20 รุ่นจาก 15 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1BMW 220 Gran Coupe M Sport Pro3/7/25
2BMW X318/2/25
3BYD Seal 5 DMi8/8/25
4Changan Deepal S05 REEV24/3/25
5Ford Ranger MS-RT22/11/24
6GWM Poer Sahar28/11/24
7GWM Haval H6 PHEV24/3/25
8Hyundai Santa Fe15/7/25
9Hyundai Palisade22/10/24
10Jaecoo 7 SHS PHEV24/3/25
11Isuzu D-Max 2.2 MaxForce 20/11/24
12Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce20/11/24
13Mazda BT-50 2.2 28/11/24
14Mercedes Maybach S580e25/11/24
15Mini Countryman S 28/11/24
16Mitsubishi XForce HEV20/3/25
17Nissan Serena S Hybrid28/11/24
18Suzuki Fronx25/9/25
19Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport21/8/25
20Toyota Camry HEV10/10/24

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 10 คัน**

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand EV Of The Year 2025 นั้นจะมีรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 14 รุ่นจาก 9 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1AION UT24/3/25
2AION V28/11/24
3BMW iX1L eDrive20L M Sport3/7/25
4BYD Sealion 728/11/24
5BYD Denza D91/11/24
6Changan Deepal S05 BEV24/3/25
7Changan Deepal E0728/11/24
8Jaecoo 5EV19/8/25
9Junyeo JY Air19/11/24
10Mercedes G580 EV21/11/24
11Mercedes-Maybach EQS SUV27/11/24
12MG S5 EV25/3/25
13MG IM618/3/25
14Toyota BZ4X21/8/25

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 7 คัน**

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand Motorcycle Of The Year 2025 นั้นจะมีรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 11 รุ่นจาก 7 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1BMW R1300GSA25/3/25
2Cyclone Panda 15018/2/25
3Harley-Davidson Low Rider ST7/6/25
4Harley-Davidson Street BOB7/6/25
5Honda PCX1609/1/25
6Honda Wave 1258/8/25
7Royal Enfield Guerilla 45029/11/24
8Triumph PSpeed Twin 90024/3/25
9Yamaha New Aerox9/9/25
10Yamaha All New N Max Techmax6/2/25
11Yamaha PG-121/7/25

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 7 คัน**

สำหรับการลงคะแนนรอบแรกจะลงคะแนนโดยสมาชิกสามัญของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. โดยมีระยะเวลาในการโหวตตั้งแต่วันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้นจะมีการนับคะแนนในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 และจะมีการประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์จักรยานยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นี้ ก่อนที่จะมีการจัดทดสอบเพื่อให้คณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกได้ลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจะมีพิธีจัดงานมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

ยามาฮ่า จับมือสรยท. จัดอบรมหลักสูตรขับขี่รถจักรยานยนต์ How to Ride

ยามาฮ่า จัดอบรมหลักสูตรขับขี่รถจักรยานยนต์ How to Ride ให้สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.)

นางสาวอัญชลี ศรีพิทักษ์ ผู้จัดการกลุ่มงานบริหารตราสินค้า ประชาสัมพันธ์ และลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับพร้อมถ่ายรูปร่วมกับนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม และสมาชิกสื่อมวลชน ในการจัดอบรมหลักสูตรการขับขี่รถจักรยานยนต์เบื้องต้น How to Ride สำหรับการเสริมสร้างทักษะขั้นพื้นฐานสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ และควบคุมได้อย่างปลอดภัย ซึ่งยามาฮ่าได้ให้ความร่วมมือกับสมาคมฯ และจัดการอบรมหลักสูตรขั้นพื้นฐานให้กับสมาชิกสมาคมฯ ให้มีทักษะในการใช้รถจักรยานยนต์ได้อย่างปลอดภัย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และตระหนักถึงการเคารพกฎหมายจราจร โดยมีทีมผู้ชำนาญการจากสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่ามาดูแลในการฝึกอบรมแบบใกล้ชิด

โดยสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (Yamaha Riding Academy) เป็นสถาบันฝึกอบรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ได้มาตรฐานตามหลักสูตรการขับขี่ปลอดภัยจากประเทศญี่ปุ่น และกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้ให้การรองรับ เพื่อเป็นสถานฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ ทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยและถูกวิธีให้แก่บุคคลทั่วไป นักเรียน – นักศึกษา ไปจนถึงหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

สำหรับการเปิดอบรมหลักสูตรการขับขี่เบื้องต้นให้กับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทยในครั้งนี้มีขึ้น ณ สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) ถ.เทพรัตน เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมการขับขี่ หรือสอบใบขับขี่สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Yamaha Riding Academy

เกีย เปิดตัว Kia Carnival HEV เรือธงใหม่จับตลาดครอบครัว

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater MPV เรือธงขุมพลังไฮบริดที่พร้อม “ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิตของครอบครัว” เปิดราคาเริ่มต้นที่ 2,499,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพ 7 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี และข้อเสนอพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์เกียทุกรุ่น

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้คอนเซปต์ “Built for Every Move of Life” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่ที่ผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน และการออกแบบภายในที่ให้ความสปอร์ตแบบพรีเมียม และยกระดับการนั่งโดยสารให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิตประจำวันและเคียงข้างช่วงเวลาสำคัญของทุกคนในครอบครัว สำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชม. 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง การรับประกันแบตเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี และข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์เกียและครอบครัว (Kia Loyalty) รับสิทธิ์ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 ตุลาคม 2568 โดย เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) พร้อมส่งมอบรถ และเปิดให้ทดลองขับ ณ โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “The Kia Carnival ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา แต่เป็นรถ MPV สำหรับครอบครัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และใน The new Kia Carnival HEV 7-seater เราได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับครอบครัวที่ได้เป็นเจ้าของ แคมเปญเปิดตัว “Built for Every Move of Life” จึงสะท้อนถึงสิ่งที่ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater แตกต่างและมีความหมายยิ่งกว่าใคร ด้วยการเป็น MPV สำหรับครอบครัวที่ทำให้เจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อใช้งาน ด้วยดีไซน์อันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SUV สู่การเป็นรถ MPV ที่ทำให้คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ทุกวัน ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่นั่งสบายแบบรถซีดาน ผสานกับขุมพลังไฮบริดที่ทั้งทรงพลัง ประหยัด และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือระดับ ขณะเดียวกัน ยังเติมเต็มทุกช่วงเวลาแห่งครอบครัวด้วยฟีเจอร์ที่มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ ที่นั่งแบบ Relaxation Seat พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงฟังก์ชันที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเช่น ทางเดินที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น และเบาะที่สามารถพับเก็บราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสูงสุดเมื่อต้องการ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ของไทย ทั้งครอบครัวที่มีลูก ครอบครัวขยายที่มีสมาชิก 5-7 คน หรือครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 3 เจเนอเรชันอาศัยอยู่ร่วมกัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวันในเมือง การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด หรือการขนสิ่งของสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว จึงเรียกได้ว่า The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถอเนกประสงค์ที่สร้างมาเพื่อตอบทุกจังหวะของชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง”

ดีไซน์ภายนอกและภายใน – ความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมตอบทุกความต้องการของครอบครัว

The new Kia Carnival HEV 7-seater จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สะท้อนทั้งความหรูหราและความแข็งแกร่งในสไตล์ SUV มาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กระจังหน้าแบบ ‘Tiger nose’ โคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Star Map Lighting ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกีย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแร็คหลังคาที่ไม่เพียงช่วยเสริมลุคความแข็งแกร่งแบบ SUV แต่ยังเป็นการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการใช้งานจริง (แร็คหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100  กิโลกรัม) ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดให้การเดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันของครอบครัวให้สะดวกสบายกว่าที่เคย The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key อยู่ด้วย สำหรับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร สำหรับตัวเลือกสีภายนอกของ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl สีเทา Meteor Grey สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue

ห้องโดยสารของ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและร่วมสมัยด้วยดีไซน์ใหม่ ประกอบด้วยจอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มีระบบเชื่อมต่อ Android Auto™ และ Apple CarPlay® แบบไร้สายและฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง มีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีสวิตช์สำหรับสลับการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศที่ผสานการควบคุมทั้งระบบไว้บนอินเตอร์เฟซเดียวกัน เพียงแค่สัมผัสหนึ่งครั้งก็สามารถสลับการควบคุมไปมาระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์กับระบบปรับอากาศ ช่วยลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน และภายในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งพอร์ต USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ตกระจายทั้งสามแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์ของตนได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดของตัวรถ

ในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการติดตั้งลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ไฟเรืองแสง Ambient Light สามารถแต่งสีไฟให้เข้ากับทุกบรรยากาศพร้อมสีให้เลือกถึง 64 เฉดสีครอบคลุมบริเวณคอนโซลและประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในรถให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว ฉายข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญขึ้นบนหน้าจอกระจกหน้าในระดับสายของผู้ขับ และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ช่วยให้มองเห็นถนนด้านหลังได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารถจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารหรือสัมภาระขนาดใหญ่

สำหรับเบาะที่นั่งของคนขับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งและระบบ Welcome Seat สำหรับผู้ขับ เบาะนั่งคู่หน้าและเบาะนั่งแถวที่สองมาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวสองเป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสด้วยฟังก์ชันปรับเอนนอนที่สามารถปรับระดับได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า มีโหมด One-touch Relaxation ที่สั่งงานด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย สำหรับรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium เบาะนั่งแถวสองเป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดทริป พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough access) ที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ด้วยจุดยึดสําหรับติดตั้งเบาะนั่งสําหรับเด็ก (ISOFIX) ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถวสอง และอีก 2 จุดบนเบาะแถวสาม) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กในตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เสริมความปลอดภัยและความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ดีที่สุด

The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังคงโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางสำหรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงที่นั่งผู้โดยสารที่มีความยืดหยุ่น โดยถือเป็นรถ MPV ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยสัมภาระของทุกคนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถคันเดียว เบาะนั่งแถวสามมาพร้อมฟังก์ชันพับราบ ที่เป็นการสร้างพื้นที่บรรทุกแบบเรียบที่รวดเร็วและไม่ต้องใช้แรง ปรับเปลี่ยนได้ทันทีระหว่างความต้องการในการขนย้ายคนและขนส่งสินค้า

สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ – เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

The new Kia Carnival HEV 7-seater ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดีและประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมความสามารถของโหมด EV Drive และสามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเฉพาะรุ่นที่มุ่งยกระดับสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น ในโหมด Eco/Smart ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift เพื่อปรับระดับการชะลอความเร็วของระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคืนพลังงาน และการประหยัดเชื้อเพลิงในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะของ The new Kia Carnival HEV 7-seater อาทิ

•E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้าและออกจากโค้ง

•E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ

•E-Evasive Handling Assist ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน

และเมื่อผู้ขับต้องการการตอบสนองที่เฉียบคมและการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม โหมด Sport มอบอิสระในการควบคุมผ่าน Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความสูงจากพื้น 172 มิลลิเมตร ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมศักยภาพการขับขี่ในแบบรถ SUV ในการรับมือกับถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบ

ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีความคล่องตัวและง่ายต่อการควบคุมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมที่ผสานความนุ่มสบายเข้ากับความมั่นใจในสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว

การจอดรถกับ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล ด้วยเทคโนโลยี Parking Aid Assist ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยกล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) ที่ให้มุมมองเสมือนมองจากมุมสูง ทำให้ผู้ขับเห็นทุกมุมอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าจอดในพื้นที่แคบ ขณะที่เซนเซอร์รอบคันด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ประเมินระยะห่างได้อย่างแม่นยำและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด (Rear Parking Collision-Avoidance Assist) ที่จะส่งสัญญาณเตือนและสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอยหลัง คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การจอดรถไร้ความกังวล และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นที่จอดที่ลงตัว นอกจากนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อาทิ:

•Smart Cruise Control with Stop & Go 

•High Beam Assist

•Forward Collision Avoidance Assist

•Blind Spot Collision Avoidance Assist (BCA)

•Blind-Spot View Monitor (BVM)

•Rear Cross Traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)

•Lane Following Assist and Lane Keeping Assist

•Safe Exit Assist

พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมม่านด้านข้าง ถุงลมนิรภัยปกป้องเข่าผู้ขับ และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า (Front Center Airbag) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มความสบายใจให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจกับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง

สำหรับผู้ที่สนใจ The new Kia Carnival HEV 7-seater สามารถทดลองขับ และสอบถามข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมเกียใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชม https://www.kia.com

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568

•อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]

•ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]

•พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]

•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]

•การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]

•การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน สามารถให้สิทธิ์แคมเปญกับบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้ (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิ์เพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่ไม่ตรงกัน) ประกอบการใช้สิทธิ์ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ

สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568

โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย

ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th