Home Blog Page 101

มาสด้า ผนึกสวาทแคทรวมพลังอนุรักษ์ผืนป่าสร้างโป่งเทียม

มาสด้า ผนึกสวาทแคทจัดคาราวานพาลูกค้าและแฟนบอล รวมพลังสร้างโป่งเทียม อนุรักษ์ผืนป่า เขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จัดกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น “Mazda Swatcat Caravan เสริมชุมชน สร้างผืนป่า พาเชียร์บอล” รวมพลังลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและแฟนคลับสวาทแคท ร่วมขบวนคาราวานด้วยรถยนต์มาสด้าออกเดินทางไปเรียนรู้และส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนบ้านด่านเกวียน แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นมานานกว่าร้อยปี และร่วมกันสร้างโป่งเทียมเพิ่มแร่ธาตุให้กับสัตว์ป่า เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์และยั่งยืน ณ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าจุดสกัดเขาสูง เขาแผงม้า ในช่วงเย็นยังได้ร่วมส่งแรงใจแรงใจเชียร์ทีมฟุตบอลสวาทแคท ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก2 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งสร้างความประทับใจและยกระดับความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างลูกค้ามาสด้าและแฟนบอลได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 100 คน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าเดินหน้าตามแนวทาง Sustainable Development Goals- SDGs หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สะท้อนถึง 3 แกนหลักของมิติความยั่งยืน ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสรรค์โลกของเราให้ยังคงความสวยงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่ยั่งยืนตลอดไป ภายใต้การบริหารคุณค่าของแบรนด์ Brand Value Management (BVM) ประกอบด้วย Purpose เจตนารมณ์และเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ของมาสด้า เน้นสร้างคุณค่าและเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนได้สัมผัสแบรนด์มาสด้าด้วยความภาคภูมิใจ Promise คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีให้กับลูกค้าทุกคน มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก และ Value การสร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่จะทำให้ทุกครอบครัวมีความสุขตลอดการเดินทาง

คาราวาน “Mazda Swatcat Caravan เสริมชุมชน สร้างผืนป่า พาเชียร์บอล” มีรถยนต์มาสด้าเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 30 คัน มีสมาชิกร่วมเดินทางกว่า 100 คน กิจกรรมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ การเดินทางไปเรียนรู้วิถีแห่งชุมชนเที่บ้านด่านเกวียน ชมหัตถกรรมครื่องปั้นดินเผา อำเภอโชคชัย ช่วยยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา การสร้างโป่งดินเพื่อเป็นแหล่งเสริมแร่ธาตุสำหรับสัตว์ป่า เขาแผงม้า และสุดท้ายนำสมาชิกเข้าชมและเชียร์การแข่งขันฟุตบอล มาสด้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกคนในวันนี้ คือส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และช่วยสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น นี่คือหนึ่งในพันธกิจของมาสด้าที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ สร้างความสุข และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้ามาสด้าทั่วประเทศ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหารสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า “กิจกรรม “Mazda Swatcat Caravan” เกิดจากความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย, สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผู้จำหน่ายมาสด้าในจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งบางจาก และ อินทนิล ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับลูกค้าและแฟนคลับสวาทแคท พร้อมส่งกำลังใจเชียร์การแข่งขันฟุตบอล ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ชมการแข่งขันในเย็นวันนี้ซึ่งเป็นนัดที่แตะในบ้าน ด้วยแรงสนับสนุนจากทุกท่าน ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้จังหวัดนครราชสีมาที่เป็นบ้านเกิดของชาวสวาทแคทก้าวสู่ความยั่งยืนเท่านั้น แต่กำลังใจที่เต็มเปี่ยมในครั้งนี้ ยังจะช่วยส่งเสริมให้ทีมสวาทแคทที่เรารักเอาชนะในเกมส์การแข่งขันในครั้งนี้”

กิจกรรมในครั้งนี้ เริ่มปล่อยขบวนคาราวานออกจากจุดสตาร์ท บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะนันท์กุล  พร้อมด้วยผู้บริหารจากสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี นำโดย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหาร, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ประธานสโมสรฯ, นางสาวอัญรินทร์ วงศ์อัครพัฒนา รองประธานฝ่ายรายได้และสิทธิประโยชน์, นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด, นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย นางสาวทัศนียา พัฒนจิตวิไล กรรมการผู้จัดการ มาสด้า ราชาออโต้เซลส์ และทีมบริหารจาก มาสด้า เอกสห กรุ๊ป เข้าร่วมพิธีปล่อยคาราวาน ก่อนมุ่งหน้าออกเดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนอันเลื่องชื่อของจังหวัดฯ พร้อมชมนิทรรศการ “งานมหกรรมเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน” ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ยั่งยืน ณ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าจุดสกัดเขาสูง เขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว

หลังจากลูกค้าและแฟนคลับร่วมกันทำโป่งดินเพื่อสัตว์ป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางต่อไปยังสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อรวมตัวสร้างความฮึกเหิมและรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว และส่งกำลังใจให้ทีมสวาทแคท ในการแข่งขันแมตต์สำคัญระหว่าง สวาทแคท กับ พัทยา ยูไนเต็ด นอกจากลูกค้าและแฟนคลับจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมตลอดการเดินทางแล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแฟนมาสด้า แฟนคลับสวาทแคท และนักกีฬาในการสู้ศึกการแข่งขันเพื่อทีมที่ทุกคนรักและภาคภูมิใจ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ หรือ Joy of Driving จากการขับขี่รถยนต์มาสด้าแล้ว ยังได้รับความสุขจากการได้มีส่วนช่วยสร้างสรรค์ชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

บุคคลในภาพในพิธีเปิดกิจกรรม ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

นางสาวอัญรินทร์ วงศ์อัครพัฒนา (ที่3 จากซ้าย) รองประธานฝ่ายรายได้และสิทธิประโยชน์ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ (ที่4 จากว้าย) ประธานสโมสรฯ, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (ที่6 จากซ้าย) ประธานบริหารสโมสรฯ, นายสมเกียรติ วิริยะนันท์กุล (ที่6 จากขวา) รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายวัชระ เจียรบุญ (ที่5 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด, นายอุทัย เรืองศักดิ์ (ที่5 จากขวา) ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และ นางสาวทัศนียา พัฒนจิตวิไล (ที่3 จากขวา) มาสด้าราชาออโต้เซลส์

CUB House เปิดตัว Pop-up Store ครั้งแรกใจกลางเยาวราช

CUB House เปิดตัว Pop-up Store ครั้งแรกใจกลางเยาวราช บนสถานี MRT วัดมังกร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

CUB House by Honda สร้างเซอร์ไพรส์กลางเยาวราชรับเทศกาลตรุษจีนด้วยการเปิดตัว CUB House Pop-Up Store บนพื้นที่สถานี MRT วัดมังกร (ทางออกที่ 2) จุดศูนย์กลางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น นำเสนอรถระดับไอคอน ผสานรวมกับคัลเจอร์ของคนเมือง มอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์ทุกสายแฟชั่นทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมให้มาสัมผัสได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จนถึง 22 เมษายน 2567

CUB House Pop-up Store นำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจโดยการนำ Iconic Models กับชุดแต่งพิเศษจากค่ายดังมาให้ได้สัมผัสกันถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น ‘New Dax Me out’ กับชุดแต่ง Daxcessories จากค่าย KitacoSE จัดเต็มสุดแนวตลอดทั้งคัน และ ‘Honda Monkey x Gcraft+’ สาวกลิงน้อยมาพร้อมชุดแต่ง Special Touring Set จากสำนักแต่ง GCraft ที่ออกแบบมาสำหรับสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ รวมถึง ‘New Honda CT125 x StreamTrail’ สีเหลือง (Yellow Color) มาพร้อมชุดแต่ง Trailventure Set เหมาะสำหรับสายลุย อีกทั้งยังมี CUB House รุ่นอื่น ๆ ที่เตรียมเอาใจสายไบค์เกอร์ให้ได้เติมแต่งความเป็นตัวตน เสริมเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

พร้อมสัมผัสไลฟ์สไตล์ และสัมผัสรถจริงได้แล้ววันนี้ที่ CUB House Pop-up Store MRT วัดมังกร

ไทยฮอนด้า ครองอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์

ไทยฮอนด้า ครองอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ปิดยอดจำหน่าย 2023 ดัวยตัวเลข 1.47 ล้านคัน กลุ่มเอ.ที.เติบโตต่อเนื่อง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าปี 2023 ภาพรวมตลาดแตะระดับ 1.88 ล้านคัน ฮอนด้าคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุดที่ 1.47 ล้านคัน ครองอันดับที่ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 35 พร้อมคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก ตอกย้ำความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปี 2023 มีแนวโน้มที่ดี โดยตลาดรวมมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.88 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4% โดยกลุ่มรถเอ.ที. ได้รับความนิยมสูงที่สุดมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 49% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5% ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้งานที่สะดวกสบาย และมีสไตล์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ในขณะที่อันดับรองลงมาเป็นรถครอบครัว โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 47% และกลุ่มรถสปอร์ตมีสัดส่วนอยู่ที่ 3%”

ในปี 2023 รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.47 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 6% และเติบโตมากกว่าตลาดรวม 2% จากการที่ฮอนด้าได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการผลักดันกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการขายไปทั่วประเทศ รวมถึงรถรุ่นใหม่อย่าง New Honda Giorno+ ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน ก็เป็นหนึ่งในรุ่นรถที่สามารถสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยผลักดันให้กลุ่มเอ.ที.มีการเติบโตในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก นำโดย Honda Wave110i ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 511,659 คัน ตามด้วยอันดับที่ 2 คือ Honda Wave125i จำนวน 254,141 คัน อันดับที่ 3 เป็น Honda Scoopy จำนวน 218,113 คัน อันดับที่ 4 คือ Honda PCX160 จำนวน 146,212 คัน และอันดับที่ 5 Honda Click Series ที่มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 114,202 คัน

ตัวเลขดังกล่าวยังทำให้ฮอนด้าคว้าอันดับ 1 ในทุกเซกเมนต์อีกด้วย โดย Honda Wave110i ครองความเป็นที่ 1 ในกลุ่มรถครอบครัว ในขณะที่ Honda Scoopy ครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถเอ.ที. และในส่วนของกลุ่มรถสปอร์ต Honda CRF300L มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มนี้ที่ 7,840 คัน

มร.ชิเกโตะ คิมูระ กล่าวต่อว่า “สำหรับในปี 2024 ด้วยปัจจัยของสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎหมายด้านการเงิน ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อสินค้า และส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลง จึงคาดการณ์ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 1.70 – 1.75 ล้านคัน โดยฮอนด้าวางเป้าจำหน่ายไว้ที่ 1.30 -1.35 ล้านคัน

ในส่วนของตลาดรถบิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาด 400cc ขึ้นไป ตลอดปี 2023 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 15,468 คัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ฮอนด้ามีตัวเลขอยู่ที่ 7,035 คัน เติบโตขึ้น 7% มากกว่าตลาดรวม และในปี 2024 นี้ คาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ระดับ 15,000 คัน ในขณะที่ฮอนด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 7,000 คัน โดยปัจจัยบวกที่ทำให้ฮอนด้าเติบโตประกอบไปด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Honda E-Clutch ในรถตระกูล 650Series และการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ใช้”

“ปี 2024 นี้ ฮอนด้าพร้อมที่จะสร้างความคึกคักให้กับตลาด ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่รู้จบ ทั้งรถจักรยานยนต์ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และการจัดกิจกรรมให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยทุกกิจกรรมถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด”

เอ็มจี เผยภาพ ALL NEW MG3 ก่อนเปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2024

MG MOTOR GLOBAL เผยภาพ ALL NEW MG3 รถยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 ในวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลกของรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นสำคัญของ เอ็มจี โดยจะเริ่มแนะนำให้กับลูกค้าทวีปยุโรปเป็นที่แรกของปีนี้

ในช่วงที่ผ่านมาเทรนด์รถยนต์พลังงานทางเลือกได้เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของลูกค้ามากขึ้น ทำให้รถยนต์พลังงานทางเลือกได้เข้ามาทดแทนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ในหลายประเทศรวมถึงในสหราชอาณาจักร การมาของ ALL NEW MG3 ขุมพลังไฮบริดจึงกลายเป็นจุดสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ เอ็มจี ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีไฮบริดใหม่กับครั้งแรกที่ผสมผสานประสิทธิภาพการขับขี่ ควบคู่ไปกับ “NET ZERO EMISSIONS” หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก

ALL NEW MG3 รถยนต์ไฮบริด 5 ประตูในกลุ่ม B-SEGMENT สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพของการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมถึงความประณีตของงานดีไซน์ ฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงครบครัน อาทิ หน้าจอคู่แบบใหม่ และการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมครบทุกรูปแบบ ซึ่งโมเดลนี้จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าของลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

หากพูดถึงรถยนต์ MG3 ในประเทศไทย รถรุ่นนี้ ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี ประเทศไทย ด้วยขนาดรถที่เล็กปราดเปรียว มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์ การขับขี่ และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งทำให้มียอดขายสะสมในประเทศมากกว่า 33,000 คัน

Millennium Auto อุบลราชธานี ปรับโฉมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ

Millennium Auto อุบลราชธานี ปรับโฉมครั้งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ รองรับลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กับโชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี ภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ เป็นแห่งแรกในภาคอีสานตอนล่าง นำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อาทิ รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร รองรับความต้องการของลูกค้าในภาคอีสาน

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมฉลองในพิธีเปิดโชว์รูมโฉมใหม่ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการมอบบริการอันเป็นเลิศ ให้กับลูกค้าในอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมสัมผัสนวัตกรรมและบริการที่ดีที่สุด จาก บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ ที่ผสมผสานจุดเด่นทางกายภาพและดิจิทัล พร้อมส่งมอบประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ขณะที่ปีนี้ ก็นับเป็นโอกาสในการเปิดรับความท้าทายใหม่ๆ พร้อมไปกับการยกระดับมาตรฐาน และตอกย้ำคำมั่นสัญญา

ที่เราได้ให้ไว้กับลูกค้า ขอขอบคุณทีมงาน มิลเลนเนียม ออโต้ฯ สำหรับความมุ่งมั่นและผลงานอันดีเยี่ยมมาตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการนำเราก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียมถึง 4 ปีซ้อน ผมมั่นใจว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และ มิลเลนเนียม ออโต้ฯ จะร่วมทางกันไปอย่างมั่นคง พร้อมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในอนาคต”

นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MGC-ASIA คือ หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ผ่านระบบนิเวศทางธุรกิจ (business ecosystem) ที่ครบวงจร รวมถึงกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมต่อทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่ง มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี เป็นเสมือนศูนย์กลางของเราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง ครอบคลุมหลากเซกเมนท์กับหลายยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยในโอกาสนี้ เราได้มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อยกระดับการให้บริการที่เหนือมาตรฐาน ภายใต้หลักการ Customer Centric หรือการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และในโอกาสนี้ เราได้มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมอบหมวกนิรภัยและเสื้อสะท้อนแสงให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ขอเชิญชวนลูกค้าในอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง แวะเข้ามาชมและใช้บริการที่ มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี ครับ”

Millennium Auto ปรับโฉมภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ แห่งแรกในภาคอีสานตอนล่าง

มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ปรับโฉมครั้งสำคัญ โดยเป็นโชว์รูมแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมจาก บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว โดยเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย คล้ายอยู่ในแกลเลอรีหรือห้องนั่งเล่นที่บ้าน จัดวางรถยนต์ในองศาที่หลากหลาย รายล้อมด้วยโซฟาและเก้าอี้สำหรับลูกค้า เรียกว่า ‘Customer Stage’ เพิ่มความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับรถยนต์มากยิ่งขึ้น สัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมไฮไลท์ภายในงาน อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 sport,

i4 eDrive35 M Sport, i5 M60 xDrive, i7 xDrive60 M Sport, 530e M Sport Plug-In Hybrid รวมถึง มินิ John Cooper Works Hatch และ CE 04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าล้ำยุค จาก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมสตาร์ทความสนุกต้อนรับปีมังกร กับแคมเปญพิเศษ ‘THE DRAGON OF LUX’ ขับ ฟิน ช้อป ฟรี รวมมูลค่าสูงสุด 70,000 บาท ตลอดเดือนมกราคม

•ขับฟรี-รับคูปองเช่ารถจาก Sixt มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท*

•ฟินฟรี-ที่พัก 2 วัน 1 คืน จาก InterContinental มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*

•ช้อปฟรี-รับ Gift Voucher จาก Central มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*

•ลงทะเบียนเพื่อรับของที่ระลึก และรับประทานอาหารมื้อพิเศษ*

พร้อมรับเพิ่มสิทธิพิเศษต่อที่ 2

•ลุ้นรับทองคำ 10 บาท รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท* (สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่

8 มกราคม ถึง 29 กุมภาพันธ์ และออกรถภายใน 29 กุมภาพันธ์ 2567)

พิเศษสำหรับลูกค้า Central Ubon Ratchathani เมื่อออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี รับฟรี! ปากกา Lamy พร้อมสลักชื่อ มูลค่า 5,000 บาท* (เฉพาะ 10 ท่านแรก) และสามารถใช้คะแนนสะสม MGC-Mobilife 21,600 คะแนน แลกปากกา Lamy Special Edition Set มูลค่า 2,700 บาท* (ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

วิริยะประกันภัย ครบรอบ 77 ปี ตอกย้ำองค์กรแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม

นางสุวพร ทองธิว ประธานกรรมการบริหาร และนายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลเจริญรุ่งเรือง ตลอดจนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรของบริษัททุกภาคส่วนที่ได้มุ่งมั่นทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” พร้อมทั้งดำเนินงานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีธรรมาภิบาลและความโปร่งใส และอุดมการณ์แห่งการแบ่งปัน มุ่งมั่น และแน่วแน่ในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยพิธีทำบุญดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ในโอกาสนี้ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศต่างพร้อมใจร่วมกันจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 77 ปี บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องด้วยประสบการณ์ด้านประกันวินาศภัย ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริการประกันภัย ตลอดจนพัฒนาปรับปรุงเครือข่ายศูนย์บริการสินไหมทั่วประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุด เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จเหล่านี้ล้วนมาจากความร่วมมือของผู้เกี่ยวทุกภาคส่วนทั้งลูกค้า ผู้เอาประกันภัย ตัวแทนประกันวินาศภัย คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดไปถึงคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ดั่งพันธกิจที่ว่า “ให้บริการที่สร้างความอบอุ่นและพึงพอใจ จากเครือข่ายที่ครบวงจรทั่วประเทศ ด้วยกระบวนงานที่ทันสมัยสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยทีมงานที่มีจรรยาบรรณเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้”

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี จัดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี เปิดพื้นที่โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี นางจารีรัตน์ บุญประดิษฐ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และนายอนุสรณ์ ตรียะเวชกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดงานแถลงข่าว “งานศิลป์ อาหารถิ่นกาญจน์” (KAN Paper Mill 2024 : The Moment of Arts & Local Flavours) เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเสพงานศิลป์ ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายเรื่องราวอันทรงคุณค่าของโรงงานกระดาษ สะท้อนมุมมองศิลปะของศิลปินที่มีต่ออาคารโรงงานกระดาษ เพื่อบันทึกไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำจากทีมงานช่างภาพมืออาชีพ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารถิ่นขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์ และสินค้าพื้นเมืองที่คัดสรรมาแล้วเกือบ 30 บูท โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 2 – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี

สำหรับ “งานศิลป์ อาหารถิ่นกาญจน์” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นครั้งนี้ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สอดคล้องกับเจตนารมย์ของ บริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญการดำเนินงานภารกิจเพื่อสังคมหลากหลายมิติ ผ่านเครือข่ายวิริยะจิตอาสาซึ่งมีอยู่ทั่วไทย โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้คนในชุมชนสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิริยะประกันภัย มอบทุนสนับสนุนการศึกษาเยาวชนไทย

วิริยะประกันภัย มอบทุนสนับสนุนการศึกษา “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” ปีที่ 4 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นายสุรพงษ์ กิจชิต ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 6 (ภาคกรุงเทพฯ) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทนประกันวินาศภัย และศูนย์ซ่อมมาตรฐาน ในสังกัด มอบทุนสนับสนุนการศึกษา ภายใต้โครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” ปีที่ 4 รวมจำนวน 184 ทุน เป็นเงิน 210,000 บาท ให้แก่ โรงเรียน 4 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ โรงเรียนวัดตาล อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 50 ทุน เป็นเงิน 50,000 บาท โรงเรียนบ้านบึง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 ทุน จำนวน 50,000 บาท โรงเรียนวัดศรีคงคาราม อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 26 ทุน เป็นเงิน 52,000 บาท และโรงเรียนเทศบาล 1 (บางครุอุปการราษฏร์) อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 58 ทุน เป็นเงิน 58,000 บาท พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้นำกลุ่มวิริยะจิตอาสามอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการและจัดอาหารกลางวันให้กับน้องๆ นักเรียนอีกด้วย

สำหรับโครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” บริษัทฯ จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ด้วยตระหนักในความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดำเนินภารกิจเพื่อสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเด็กและเยาวชนไทย ให้เติบโตไปเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพของสังคมและเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป โดยในปี 2566 บริษัทฯ ร่วมกับ ตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัย ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน และพันธมิตรทางธุรกิจ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 1,564 คน รวมเป็นเงินจำนวน 2,520,654 บาท ในโรงเรียน 75 แห่งทั่วประเทศ

วิริยะประกันภัย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567

ชมรมศูนย์ซ่อมฯ วิริยะประกันภัย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เพื่อรายงานการบริหารงานของชมรมศูนย์ซ่อมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา อีกทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกชมรมศูนย์ซ่อมฯ และผู้บริหารจากวิริยะประกันภัย ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งรับฟังนโยบายจากส่วนงานต่างๆ

นายสมพจน์ เจียมพานทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “ความเป็นธรรมคือนโยบาย รวมใจให้เป็นหนึ่ง” จัดโดยชมรมศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยภาค 6 (ภาคกรุงเทพฯ) เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของชมรมศูนย์ซ่อมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา อีกทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกชมรมศูนย์ซ่อมฯ และผู้บริหารจากวิริยะประกันภัย ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งรับฟังนโยบายจากส่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป้าหมายการดำเนินงานด้านการให้บริการจัดซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ของศูนย์ซ่อมฯ สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดไปถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อันก่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ พร้อมกันนี้ นายณรงค์ อินถึก ประธานชมรมศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยภาค 6 (ภาคกรุงเทพฯ) ได้นำสมาชิกชมรมฯ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัย ในสังกัด ฝ่ายปฏิบัติการภาค 6 (ภาคกรุงเทพฯ) รวมกว่า 150 ศูนย์ เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุม เดอะแบงเควทฮอลล์ (นาทอง) ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 3 ปี พร้อมตั้งเป้าสู่ Top 3

กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2567 – เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จของการดำเนินงาน รวมถึงแถลงกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ เพื่อก้าวขึ้นสู่ 3 อันดับแรก ของแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือภายในปี 2569 ภายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หรือ GWM 3rd Brand Anniversary ณ โรงภาพยนตร์ ICONSIAM Cineconic ศูนย์การค้า ICONSIAM พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอย่างยั่งยืน

ภายในงาน ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย มร. ไคล์ด เฉิง ประธาน นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน และ นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหาร พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน พร้อมรับฟังการแถลงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2567 และสรุปภาพรวมความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2567 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ คาดว่าตลาดรถยนต์ไทยจะมียอดขายโดยประมาณทั้งสิ้น 820,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 6% โดยกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือกลุ่ม xEV จะเติบโตขึ้นประมาณ 40% หรือคิดเป็น 33 % ของตลาดทั้งหมด และมียอดขายประมาณ 270,000 คัน นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% จะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ EV 3.5 และการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ  โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 130,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 16% ของตลาดรวมทั้งหมด เพิ่มขึ้นเกือบ 70% จากปี 2566 ที่ผ่านมา

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเราที่ได้เข้ามาจุดกระแสและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์และเรื่องราวน่าประทับใจมากมาย เราได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของคนไทย พร้อมนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ หรือ New Retail Business ด้วยนโยบายราคาเดียว หรือ One Price Policy มาปฏิวัติแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย และเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบการขายของผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังด้านรถยนต์พลังงานใหม่ และเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์แรก ๆ ที่ได้ลงนามกับกรมสรรพสามิตเพื่อเข้าร่วมนโยบายการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง EV 3.0 และ EV 3.5 จน ORA Good Cat ได้ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในประเทศไทยในปี 2565  นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีที่ 3 ด้วยการบรรลุ Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์ครบ 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี อย่างงดงาม ในการก้าวเข้าสู่การดำเนินงานปีที่ 4 เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับลูกค้าชาวไทย รวมถึงผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคและในระดับโลกต่อไป”

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเผยถึงเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำ 3 อันดับแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใน 3 ปี โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2567 อยู่ที่ 25,000 คัน และวาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่

• ด้านผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงงานใหม่ที่ครอบคลุม ทั้งไฮบริด

ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในหลายเซ็กเมนต์ โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ด้วยการเพิ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ xEV ในประเทศไทยให้ครบทั้งสิ้น 15 รุ่น ภายในปี 2568 และในปี 2567 บริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดตัวยานยนต์พลังงานใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นในไทย รวมถึงวางแผนที่จะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นเอสยูวี และศึกษาการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง เช่น Hi-4 และ Coffee Intelligence System มาพัฒนาร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะแนะนำสู่ตลาดไทยในอนาคตอีกด้วย

• ด้านการขาย มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) และนโยบายราคาเดียว (One Price Policy) โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเดินหน้าต่อยอดธุรกิจฟลีทในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่สนับสนุนการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น รวมถึงการต่อยอดธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว (GWM Certified Pre-Owned) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการขายรถ หรือต้องการประเมินราคาขายรถใช้แล้ว และลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ GWM คุณภาพดี ด้านการจัดจำหน่าย ในปี 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีแผนที่จะขยายเครือข่าย GWM Partner Store ให้ครบ 101 แห่งทั่วประเทศ และการขยาย Partner Store ขนาด S ในจังหวัดขนาดเล็ก และ XS รูปแบบใหม่ในอำเภอรองของจังหวัดใหญ่ เพื่อสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการขยายสถานีชาร์จ (DC Fast Charge) ให้ครบ 55 แห่ง ภายในปี 2567

• ด้านการบริการหลังการขาย เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภครอบด้าน ด้วย GWM Smart Service ระบบการบริการอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยในการยกระดับการบริการแก่ลูกค้า การบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่และเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งอะไหล่ให้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิค โดยบริษัทฯ มีแผนเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับการฝึกอบรมให้กับช่าง GWM ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ในความรู้และทักษะในการซ่อมบำรุงรักษารถ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล รวมถึงการสร้างความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM โดยรถยนต์ของ GWM ทุกคันมาพร้อมแพ็คเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง ฟรี ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ 5 ปี 75,000 กิโลเมตร ควบคู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้ง EV Battery Rapid Team หรือหน่วยงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คำแนะนำและตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่หลังเกิดอุบัติเหตุ และ GWM BATTERY HOTLINE สายด่วนเพื่อรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และการเคลมโดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (xEV Leader) เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ การบริการ ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค โดยการพัฒนาขีดความสามารถให้ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการจำหน่าย สู่มาตรฐานในระดับสากล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) ควบคู่กับการขยายเครือข่ายการลงทุนในภูมิภาคต่าง ๆ รอบโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปเอเชีย โดยปัจจุบันเรามีโรงงานผลิตรวมแล้วกว่า 13 แห่ง สาขาอีกกว่า 700 สาขา ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในปี 2566 มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกทั้งหมด 1.23 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นปีที่ 8 ที่เรามียอดขายทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี บริษัทฯ ยังได้ขยายการดำเนินธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย ลาว สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม และกัมพูชา ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่มีการขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดหลักในภูมิภาคอาเซียนได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2567 และปีถัด ๆ ไป เราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อขอบคุณการสนับสนุนจากแฟน ๆ อันดีเสมอมา”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในปี 2567 รวมถึงปีถัด ๆ ไป ให้ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ควบคู่กับการเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล