Home Blog Page 131

มิตซูบิชิ เปิดตัวรถรุ่นใหม่ “ออล-นิว ไทรทัน” ปฏิวัติวงการรถกระบะ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัวรถรุ่นใหม่ “ออล-นิว ไทรทัน” ปฏิวัติวงการรถกระบะจำหน่ายในไทยเป็นที่แรกในโลกวันนี้! เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น ต้นปี 2567

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 26 กรกฎาคม 2566 : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน” หรือ แอล 200 (L200) รถกระบะขนาด 1 ตัน ที่ได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ทั้งคันครั้งแรกในรอบ 9 ปี ณ งานเวิลด์พรีเมียร์ ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย พร้อมประกาศราคาและเริ่มจำหน่ายในไทยเป็นที่แรกในโลก ก่อนเตรียมเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียน และโอเชียเนีย โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ในช่วงต้นปี 2567

จากภาพ : มร. ทาคาโอะ คาโตะ (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และมร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่ “ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน” ณ งานเวิลด์พรีเมียร์ ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัวรถกระบะเป็นครั้งแรกในปี 2521 โดยในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ได้ผลิตรถกระบะมาแล้วกว่า 5.6 ล้านคัน ครอบคลุมทั้งหมด 5 เจนเนอเรชั่น วางจำหน่ายใน 150 ประเทศทั่วโลก จึงทำให้รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน นับเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัทฯ โดย ออล-นิว ไทรทัน จะเป็นรถกระบะเจนเนอเรชั่นที่ 6 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ปฏิวัติทุกอณู! พลิกโฉมทุกมิติ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ทั้งการพัฒนาเฟรมหรือโครงรถใหม่ แชสซีส์ใหม่ ช่วงล่างใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “พลังแกร่งคู่ใจสายลุย” (Power for Adventure)

ฟีเจอร์เด่น ใน “ออล-นิว ไทรทัน”

•ตัวถังดีไซน์ใหม่! ใหญ่ขึ้น และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม พร้อมเฟรมหรือโครงรถที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้ความแข็งแกร่งทนทานและอุ่นใจได้ในทุกเส้นทาง และเครื่องยนต์ใหม่! ให้ขุมพลังแรงเร็วเต็มสมรรถนะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

•ช่วงล่างใหม่ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล เกาะถนนเป็นเลิศ ปลอดภัยยิ่งกว่าด้วยเสถียรภาพการทรงตัวและการควบคุมรถที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบควบคุมการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาให้เหนือชั้นมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์การขับขี่บนสภาพถนนทุกรูปแบบ

•รูปลักษณ์ด้านหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์แข็งแกร่งโฉบเฉี่ยว พร้อมห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างมีสไตล์ รองรับการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการแบบอเนกประสงค์ 

•ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายสุดพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้งานแบบรถส่วนตัว และการใช้งานเชิงพาณิชย์

มร.ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “เราพัฒนาออล-นิว ไทรทัน ที่หลอมรวมความเป็น “ที่สุด” แห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) เพื่อให้ตอบโจทย์ความเป็นรถระบะสำหรับคนยุคใหม่ โดยในทุกฟีเจอร์หลักของออล-นิว ไทรทัน ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีสุดล้ำเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกอบด้วย เฟรม ตัวถัง และแชสซีส์ที่แข็งแกร่งทนทาน เครื่องยนต์ที่ทรงพลังและตอบสนองได้ดังใจ รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

ด้วยเป้าหมายการผลิตสูงสุด 200,000 คัน เพื่อจำหน่ายในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทำให้ ออล-นิว ไทรทัน นับเป็นยานยนต์รุ่นสำคัญ เป็นขุมพลังขับเคลื่อน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะรถยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกรุ่นแรก ซึ่งเปิดตัวในยุคแห่งการเติบโต ขอให้ทุกท่านติดตามทุกย่างก้าวของเราที่มุ่งสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ นับจากวันนี้” มร.คาโตะ กล่าวเสริม

ทางด้าน มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งคันโดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งโครงสร้างเมกาเฟรม  ช่วงล่างที่มอบการควบคุมอย่างเหนือชั้น ห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายสุดพรีเมียม พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ Hyper Power อันทรงพลัง เพื่อช่วยยกระดับชีวิตและธุรกิจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น”

“ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการผลิต และจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรกในโลก เราหวังว่า ออล-นิว ไทรทัน จะมาปฏิวัติเพื่อเอาชนะความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในตลาดเวลานี้ พร้อมกับช่วยยกระดับชีวิตและธุรกิจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดย ออล-นิว ไทรทัน จะประกอบไปด้วยรุ่นย่อยต่างๆ ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มในตลาดรถกระบะ เนื่องจากได้รับการออกแบบและพัฒนาจากการศึกษาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าชาวไทย ทั้งการใช้งานแบบรถส่วนตัว และการใช้งานเชิงพาณิชย์” มร.โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำเสนอแคมเปญพิเศษ “ออล-นิว ไทรทัน ขับมันส์ ก่อนใคร..” (ALL-NEW TRITON REV UP & WIN) เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ต้องการเป็นเจ้าของออล-นิว ไทรทัน ก่อนเปิดตัว “แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในประเทศไทยด้วยยอดจองมากกว่า 10,000 คัน ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และชื่อเสียงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส” มร.โคอิโตะ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับตลาดประเทศไทย ออล-นิว ไทรทัน เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ณ โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วประเทศ ในราคาที่สัมผัสได้แบบสุดคุ้ม ดังนี้ :

รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 699,000 บาท

รุ่นดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 820,000 บาท

รุ่นดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,016,000 บาท

ไฮไลท์ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ออล-นิว ไทรทัน มีตัวถังให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รองรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันของทั้ง 7 กลุ่มตลาดรถในประเทศไทย : ตัวถังดับเบิ้ล แค็บ มาพร้อมเบาะ 2 แถว มอบทั้งความสะดวกสบายแบบรถเอสยูวีและความอเนกประสงค์แบบรถกระบะ ขณะที่ตัวถังซิงเกิ้ล แค็บ (ตอนเดียว) มีเบาะคู่หน้า และตัวถังเมกะ แค็บ (ตอนครึ่ง) มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ช่วยให้ ปรับเอนเบาะคู่หน้าได้สะดวกขึ้น ด้วยตัวถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล เทอร์โบ 2.4 ลิตร Hyper Power ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อมอบที่สุดของพละกำลังและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงสร้างรถ เมกาเฟรม ใหม่! รวมถึงช่วงล่าง และชิ้นส่วนอื่นๆ ล้วนได้รับสร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากเทคโนโลยีล้ำสมัยเอกสิทธิ์เฉพาะมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยฟีเจอร์พิเศษต่างๆ อาทิ โหมดการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

(1) เมกาเฟรม (Mega Frame) ใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่! ไฮเปอร์เพาเวอร์ (Hyper Power Engine) ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า

โครงสร้างรถยนต์แบบขั้นบันไดที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีคานขวางที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึงร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เพิ่มความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งการต้านทานแรงดัด (Bending Rigidity) และเสริมความแข็งแกร่งเชิงบิด (Torsional Rigidity) โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-tensile Steel) ในอัตราส่วนที่สูงขึ้น ไม่เพียงมอบสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายมากกว่าเดิม ออล-นิว ไทรทัน ยังมีความแข็งแรงสมบุกสมบันที่เหนือชั้น พร้อมรองรับการบรรทุกหนัก ทั้งยังช่วยรับและกระจายแรงในกรณีที่เกิดการปะทะ ช่วยปกป้องให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์คลีนดีเซลไฮเปอร์เพาเวอร์ (Hyper Power Engine) ใหม่! ได้รับการพัฒนาให้มีพละกำลังที่ทรงพลังและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร พร้อมติดตั้งระบบเทอร์โบแปรผัน VG Turbo ที่ช่วยในการควบคุมแรงดันอากาศให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ มอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ให้เต็มสมมรรถนะ

ออล-นิว ไทรทัน มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Sport และระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์) ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ เพิ่มความสะดวกสบาย

(2) ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยช่วงล่างที่พัฒนาใหม่ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อันเป็นเอกลักษณ์

ออล-นิว ไทรทัน มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งระบบ Super Select 4WD-II สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ และระบบ Easy Select 4WD สำหรับรุ่น ซิงเกิ้ล แค็บ  ที่มีการตรวจจับแรงบิดด้วยระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย (Limited Slip Differential: LSD) ช่วยกระจายกำลังด้วยอัตราส่วนร้อยละ 40 ที่ล้อหน้าและร้อยละ 60 ที่ล้อหลัง สร้างความมั่นใจในสมรรถนะการยึดเกาะถนนและประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง

ระบบ Super Select 4WD-II ในออล-นิว ไทรทัน มีระบบการขับเคลื่อนให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่

2H (ขับเคลื่อนล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา) 4HLc (ระบบล็อกเฟืองท้ายกลาง) และ 4LLc (ระบบล็อกเฟืองท้ายกลางอัตราทดความเร็วต่ำ) พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ ใหม่! 7 โหมด ครอบคลุมการขับขี่ทั้งแบบออนโรด และแบบออฟโรด โหมดการขับขี่ Normal (ทั่วไป) และแบบ Eco (ประหยัด) Gravel (ทางลูกรัง)  Snow (ถนนลื่น พื้นปกคลุมด้วยหิมะ หรือขณะฝนตกหนัก) Mud (ลุยโคลน) Sand (พื้นทราย) Rock (พื้นหินตะปุ่มตะป่ำ)

ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะกับสถานการณ์และสภาพถนนทุกรูปแบบ

สำหรับระบบ Easy Select 4WD สามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน 2H (ขับเคลื่อนล้อหลัง) 4H (ระบบล็อกเฟืองท้ายกลาง) และ 4L (สำหรับการขับขี่ด้วยอัตราทดความเร็วต่ำ) ตอบโจทย์การใช้งานในเส้นทางที่หลากหลาย

ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ได้รับการติดตั้งพร้อมกับระบบ Super Select 4WD-II เพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งด้วยการควบคุมการขับเคลื่อนและแรงดันเบรกที่ล้อด้านในและนอกโค้งให้มีความสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ จะมาพร้อมกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี แอคทีฟลิมิเต็ดสลิป (Brake Control Type) ซึ่งช่วยควบคุมแรงดันเบรกของล้อที่หมุนฟรี พร้อมส่งและกระจายกำลังไปยังอีกล้อหนึ่ง จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่น พร้อมกับมอบประสบการณ์ขับขี่ก้าวข้ามทุกอุปสรรค

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control Sytem: TCL) ที่ยกระดับความปลอดภัยการขับขี่อย่างเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ช่วยควบคุมการทรงตัวในการขับขี่บนทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) ป้องกันรถถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน

ช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ด้วยโครงสร้างปีกนกสองชั้นที่ด้านหน้าซึ่งมีความทนทานแข็งแกร่งและยืดหยุ่น แท่นยึดคานบนของรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) และขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง (2WD High Rider) ได้รับการปรับตำแหน่งยึดเกาะให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มช่วงชักอีก 20 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและความนุ่มนวลในการขับขี่ ช่วงล่างด้านหลังมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมความแข็งแกร่งโดยใช้แหนบแผ่นซ้อนที่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิม พร้อมด้วยโช้คอัพที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ถึงแม้ตัวถังของ ออล-นิว ไทรทัน จะมีขนาดใหญ่บึกบึนยิ่งขึ้น แต่ยังคงรัศมีวงเลี้ยวที่แคบและคม เพื่อให้ควบคุมได้อย่างคล่องตัว และเสริมทัศนะวิสัยในการขับขี่ให้สะดวกและปลอดภัยขึ้นด้วยการออกแบบฝากระโปรงที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นสายขอบฝากระโปรง ความปลอดภัยและความสะดวกสบายนับเป็นส่วนสำคัญที่ได้รับการพัฒนา

(3) แนวคิดการออกแบบ “บีสท์ โหมด” [Beast Mode]

ออล-นิว ไทรทัน ผสมผสานความปราดเปรียวเข้ากับการออกแบบที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อสร้างสรรค์รูปลักษณ์อันโดดเด่นสะดุดตาพร้อมกับสะท้อนความบึกบึนและทรงพลังแบบฉบับรถกระบะที่แท้จริง

การออกแบบด้านหน้าตัวรถอันเป็นเอกลักษณ์ ไดนามิค ชิลด์ (Dynamic Shield) สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลัง เสริมความอุ่นใจในการปกป้องผู้โดยสารและตัวรถ ให้ความมั่นใจสูงสุด ยกระดับให้ ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งที่ทรงพลัง จากการออกแบบกระจังหน้าและซุ้มล้อแบบสามมิติที่ดุดัน พร้อมกันชนหน้าที่ออกแบบเพื่อเน้นย้ำรูปทรงสะท้อนถึงพลังที่อัดแน่น เสริมด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวดุจสายตาเหยี่ยว ผสานกับไฟส่องสว่างหน้า แบบสามมิติ ด้วยการออกแบบทั้งหมดนี้ทำให้ออล-นิว ไทรทัน เป็นกระบะที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวพร้อมสะกดทุกสายตา ขณะที่กระบะท้ายได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ตอบรับทุกการใช้งาน มั่นใจทุกการบรรทุกได้อย่างเต็มพิกัด ทุกอณูของการออกแบบได้สะท้อนความแข็งแกร่ง จากด้านหน้าจรดท้าย เสริมด้วยไฟท้ายรูปตัว T (T-shaped LED) ทั้งสองฝั่ง แสดงถึงความกว้างขวาง พร้อมสะท้อนความหนักแน่นแข็งแกร่ง

ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์เหนือระดับ ด้วยรูปทรงห้องโดยสารและสปอยเลอร์ท้ายที่เพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ สะดวกสบายด้วยบันไดข้างกว้างขึ้น ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบภายในห้องโดยสารและแผงควบคุม ภายใต้แนวคิด Horizontal Axis ด้วยเส้นตรงแนวราบและรูปทรงที่แข็งแกร่ง คำนึงถึงประสบการณ์ในการใช้งานด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบด้วยรูปทรงเรขาคณิตและใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงการปกป้อง เสริมความสะดวกสบายในการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และตกแต่งด้วยโครเมียมในหลายส่วนเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทันสมัย เติมเต็มความใส่ใจในทุกการออกแบบอย่างประณีต

นอกจากนี้ ออล-นิว ไทรทัน ยังได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจอแสดงผลที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยชุดมาตรวัดและสวิตช์ควบคุมต่างๆ ได้รับการออกแบบให้มองเห็นได้อย่างโดดเด่น และควบคุมได้สะดวกง่ายดายแม้ในขณะที่สวมถุงมือหนา ทั้งพวงมาลัย ก้านจับ และมือจับเปิดประตู ล้วนได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “มิตซูบิชิ ทัช” (Mitsubishi Touch) ซึ่งมุ่งเน้นที่ความสะดวกสบายในการหยิบจับได้อย่างกระชับมือ

แผงคอนโซลกลางของรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีช่องวางแก้วน้ำที่รองรับแก้วขนาดใหญ่ 2 ใบ พร้อมกล่องเก็บของที่รองรับขวดพลาสติกขนาด 600 มิลลิลิตร ได้มากถึง 4 ขวด และเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบมืออาชีพ โดยในทุกพื้นที่ ทั้งกล่องเก็บของด้านหน้า ช่องวางสมาร์ทโฟน และช่องเก็บของขนาดเล็กอื่นๆ มีความกว้างขวางที่ใช้งานได้สะดวกง่ายดายแม้ในขณะที่สวมถุงมือ นอกจากนี้ แผงควบคุมด้านหน้าและคอนโซลกลางยังมีช่อง USB-A และ USB-C สำหรับการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ และยังมีแท่นชาร์จไร้สายอยู่ที่ด้านล่างของแผงควบคุม

(4) ยกระดับสมรรถนะรถกระบะให้เหนือกว่า

ในส่วนกระบะตอนท้าย ได้รับการออกแบบให้ระยะความสูงของกระบะจากพื้น ต่ำลงจากรุ่นก่อน 45 มิลลิเมตร อยู่ที่ 820 มิลลิเมตร พร้อมขยายพื้นที่ด้านบนของมุมกันชนหลังให้ใหญ่ขึ้น และเสริมความแข็งแรงด้วยเฟรมเพื่อให้วางเท้าและก้าวขึ้นกระบะได้อย่างสะดวกมากขึ้น

เบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบให้ช่วยหนุนแผ่นหลังส่วนล่าง ขณะที่พื้นที่ช่วงไหล่มีรูปทรงเปิดกว้างเพื่อความสบายในการขยับตัว ช่วยลดความเหนื่อยเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ระยะของเบาะที่ตรงกับตำแหน่งสะโพกได้รับการขยับสูงขึ้น เพื่อช่วยปรับสรีระขณะขับขี่ให้อยู่ในท่าตรงโดยยังคงความคล่องตัวสะดวกสบายตามหลักสรีระศาสตร์ ทั้งพัฒนาเพิ่มทัศนวิสัยให้มองเห็นเส้นทางได้สะดวกจากภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ การเข้าและออกจากห้องโดยสารทำได้ง่ายขึ้นด้วยการออกแบบเสาด้านหน้าใหม่ ที่เป็นแนวตรงมากขึ้น ช่วยให้เปิดประตูได้กว้างขึ้น และเพิ่มพื้นที่บันไดข้างให้ใหญ่ขึ้น ลดโอกาสลื่นไถล ใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม

ออล-นิว ไทรทัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุด อาทิ

-ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM)

-ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA)

-ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) ตลอดจนระบบอื่น ๆ

นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ออกแบบ ออล-นิว ไทรทัน ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะป้องกันพื้นผิวสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ จนถึงการตกแต่งในสไตล์รถส่วนตัว เช่น สปอร์ตบาร์ ชุดตกแต่งซุ้มล้อบังโคลน และคิ้วกันกระแทกประตูที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งทรงพลัง ตราสัญลักษณ์ที่กระจังหน้าเติมเต็มความสะดุดตา และพื้นปูกระบะซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในรถกระบะก็มีให้เลือกเช่นกัน

MMS ฉลองครบรอบ 15 ปี จับแจกจริงครั้งที่ 1

แจกจริง!! MMS ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์แบบครบวงจร ฉลองครบรอบ 15 ปี จับรางวัลครั้งที่หนึ่ง รวมกว่า 500 รางวัล ทั้งสร้อยคอทองคำ iPhone 14 และรางวัลอีกมากมาย

บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) สำหรับรถญี่ปุ่นและยุโรปที่หมดระยะการรับประกัน ตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีให้กันตลอดมา ด้วยการจับรางวัล หาผู้โชคดีจากเคมเปญ MMS ฉลองครบรอบ 15 ปี ครั้งที่ 1 รวมทั้งสิ้น 524 รางวัล เมื่อเร็วๆ นี้

ขนิษ วงศ์จินดารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “แคมเปญนี้จัดขึ้น เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้ MMS ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมา และขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทุกท่าน ซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกค้าประจำ ที่ใช้บริการกันมายาวนาน และลูกค้าใหม่ที่พึ่งเข้าใช้บริการเป็นครั้งแรก โดยเรายังเหลือการจับรางวัลอีก 3 ครั้ง สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้าร่วมชิงโชค หรือเข้าร่วมแล้วและยังไม่ได้รางวัล สามารถเข้ามาใช้บริการเพิ่มเติม เพื่อร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์เปอโยต์ 2008 ในช่วงปลายปีนี้อีกด้วยค่ะ”

ฉลองครบ 15 ปี MMS ลุ้นรับรถยนต์ เปอโยต์ 2008 และอื่นๆ รวมกว่า 5 ล้านบาท

พิเศษ! ฉลองครบรอบ 15 ปี MMS เมื่อลูกค้าใช้บริการที่ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ที่สาขาใดก็ได้ ครบ 4,500 บาท ก็มีสิทธ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ เปอโยต์ 2008* และรางวัลย่อย สร้อยคอทองคำ*, iPhone 14* ,แบตเตอรี่ BOSCH*, ยาง Continental* น้ำมันเครื่อง TOTAL*ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ TUNAP* จากประเทศเยอรมนี รวมถึงบัตรกำนัลจาก ซิกท์ รถเช่า* และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท วันนี้ ถึง 14 พฤศจิกายน 2566

MMS ที่เดียวจบ ครบทุกบริการแบบ ‘One-Stop Service’

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หนัก-เบา เราซ่อมได้’ อาทิ การตรวจสภาพพร้อมบำรุงรักษาตามระยะทาง, ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, ยาง, เบรก ไปจนถึงการซ่อมช่วงล่าง, เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์และระบบไฮบริด โดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบัน มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมสูงสุด 1 ปี หรือ 20,000 กม. ลูกค้าสามารถผ่อนชำระ 0% ได้หลายรายการ รวมถึงมีโปรแกรมที่ปรึกษา ช่วยดูแลรถยนต์สำหรับลูกค้าองค์กร ตอบโจทย์การบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร

ปัจจุบัน เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ มีเครือข่ายพร้อมให้บริการทั้งหมด 22 สาขา คือ เกษตร-นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม, พระราม 4, รามอินทรา, งามวงศ์วาน, สุขาภิบาล 3, สำโรง, เพชรเกษม, ราชพฤกษ์, ลำลูกกา, รังสิต, รามคำแหง, คู้บอน, พุทธบูชา, กาญจนาภิเษก, ศรีนครินทร์, พระรามที่ 5, ระยอง, บางแสน, พัทยา, อุบลราชธานี และภูเก็ต

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สอบถามข้อมูล โทร. 1396 MMS CAR SERVICES AND TYRES

LINE Official: @mmsbosch

Facebook: MMSBoschcarservice

www.mmsboschcarservice.com

MGC-ASIA ฉลองครบรอบ 5 ปี Harley-Davidson

MGC-ASIA ฉลองครบรอบ 5 ปี Harley-Davidson จัดงานสุดยิ่งใหญ่ ‘USM 5 Years Celebration’ พร้อมกิจกรรมและแคมเปญสุดพิเศษ ณ Harley-Davidson สาขาธนบุรี

21 กรกฎาคม 2566 : บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ฉลองครบรอบ 5 ปี ในการดำเนินธุรกิจ ชวนสาวกและแฟนๆ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มาร่วมงาน ‘USM 5 Years Celebration’ ณ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) เติมเต็มความสนุก ผ่านหลากหลายกิจกรรมสุดมันส์ ทั้งการเฉลิมฉลอง คอนเสิร์ต จัดแสดงมอเตอร์ไซค์รุ่น Road Glide Special 120th Anniversary การทดลองขับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รุ่นต่างๆ พร้อมหยิบยื่นแคมเปญสุดคุ้มค่า วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2566  

นายปอนด์ จงเสรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดี ที่วันนี้ทางบริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ฯ ได้ดำเนินธุรกิจมาครบปีที่ 5 โดยเริ่มต้นจากสาขาอุบลราชธานี, สงขลา (หาดใหญ่) และ กรุงเทพมหานคร (ธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) และขอใช้โอกาสนี้ จัดงานเฉลิมฉลอง เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราเป็นผู้ดูแลมาโดยตลอด ซึ่งเราได้รวมหลากหลายกิจกรรมสนุกสนานมาไว้ด้วยกัน และในครั้งนี้ก็มีการรวมตัวของชาว H.O.G. ในกรุงเทพฯ, อุบลราชธานี และสงขลา เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลอง  พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

US Motorbike ภายใต้ MGC-ASIA จัดเต็มความมันส์ ถูกใจคนพันธุ์ ฮาร์ลีย์ฯ

โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี กับคอนเซปต์สุดเก๋าสไตล์ป้อมปราการ ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลองครบ 5 ปี โดยมีกิจกรรมมากมาย อาทิ คอนเสิร์ตสุดมันส์จากวง ‘Retrospect’ จัดแสดงมอเตอร์ไซค์รุ่น Road Glide Special 120th Anniversay ที่ผลิตมาเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปี ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน การทดลองขับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ในสนามทดสอบ เหมาะกับการเรียนรู้หรือเพิ่มพูนทักษะการขับ พร้อมความมั่นใจในความปลอดภัยโดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพ รวมถึงมีโชว์การทำเครื่องดื่มม็อคเทล (Mocktail) และการประมูลสินค้าพิเศษ พร้อมนำรายได้ไปสมทบทุนบริจาคให้บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด

คุ้มค่ากว่าใคร กับ 5 แคมเปญพิเศษ ฉลอง 5 ปี ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2566

บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 5 ปี การันตีความคุ้มค่า กับ 5 แคมเปญพิเศษ

1.รับ Gift Voucher มูลค่า 100,000 บาท เมื่อจองและออกรถ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน*

2.อะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง ลดสูงสุด 50%*

3.เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายลดสูงสุด 50%*

4.ฟรี! บริการเช็กรถ 32 จุด*

5.ส่วนลดค่าแรงสูงสุด 15%*

ปัจจุบัน ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ภายใต้บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด มี 3 สาขาในประเทศไทย คือ กรุงเทพมหานคร (ธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) อุบลราชธานี และ สงขลา (หาดใหญ่)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ภายใต้บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด เว็บไซต์: https://www.usmharley.com/

สาขาธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ (กรุงเทพมหานคร)

โทร. 02-032-7200

FACEBOOK: HarleyDavidsonofThonburi

สาขาอุบลราชธานี

โทร. 045-959-922

FACEBOOK: HarleyDavidsonUbon

สาขาหาดใหญ่ (สงขลา)

โทร. 074-491-990

FACEBOOK: HarleyDavidsonHatYai

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

มาสด้า เดินหน้าบริหารคุณค่าแบรนด์ยกระดับบริการ

มาสด้า รวมพลเครือข่ายธุรกิจมาสด้าในประเทศไทย จับมือกันเดินหน้าสู่การบริหารคุณค่าแบรนด์ให้ยั่งยืน จัดเวทีระดมสมองผ่านงานสัมมนา “การบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า” หรือ “Mazda Brand Value Management” (BVM) เพื่อยกระดับการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคนอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 – มาสด้า ยังคงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ให้เกิดความแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย โดยการนำกลยุทธ์ด้านการสื่อสารจากภายในสู่ภายนอก เพื่อพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของแบรนด์ จึงจัดงานสัมมนา “การบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า” หรือ “Mazda Brand Value Management” (BVM) สำหรับบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้บริหารทีม โดยผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานสัมมนา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรของผู้จำหน่าย เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน และนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดเพื่อดูแลลูกค้าในทุกประสบการณ์และทุก touchpoint ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและนำความสุขมาให้กับลูกค้าทุกคน ตามแนวทางในการให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าตลอดไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตามที่มาสด้าได้ประกาศแนวทางธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างแบรนด์และความผูกพันกับลูกค้าในทุกประสบการณ์ ทั้งด้านการขายและการบริการ ตามกลยุทธ์ Retention Business Model ไปแล้วนั้น วันนี้ มาสด้ามุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้นโยบายนี้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าที่ใช้รถมาสด้าได้อย่างทั่วถึง มาสด้าจึงได้นำระบบการทำงานแบบบูรณาการที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการทำงานภายในองค์กรมาถ่ายทอดสู่บุคลากรของดีลเลอร์ โดยจัดงานสัมมนา “การบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า” หรือ “Mazda Brand Value Management (BVM)” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลกรของมาสด้า หรือ Human Development เพื่อให้บุคลากรของผู้จำหน่ายในทุกๆ ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ตามแนวคิดในการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยส่งมอบคุณค่าแบรนด์ให้กับลูกค้า เพื่อยกระดับในทุกประสบการณ์และในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากบุคลากรของผู้จำหน่ายจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริการคุณค่าแบรนด์และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าแล้ว ในช่วงท้ายของงานสัมมนา มาสด้ายังได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ภายใต้ Thai Mazda Way โดยมีพิธีมอบรางวัลให้กับกลุ่มผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการ สำหรับเขตที่มีคะแนนสูงสุดจากการร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน พร้อมรางวัลพิเศษ การบริหารทีมยอดเยี่ยม หรือ Best Team Award ให้กับผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการที่มีผลงานในการบริหารทีมยอดเยี่ยมในด้านการดูแลลูกค้า ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรในทีมทุกตำแหน่งได้พัฒนาทักษะที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานมาสด้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี โดยมี มร.ทาเคชิ มิคามิ รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์และปฏิบัติการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแสดงถึงความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของบุคลากรผู้จำหน่าย ตลอดจนเป็นการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ภายใต้ One Mazda One Team และมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ตามพันธกิจที่สำคัญที่สุด คือ การส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามาสด้าทุกคนตลอดไป

ฮอนด้า เปิดราคาและจอง New Honda XL750 Transalp วันนี้

ไทยฮอนด้า พร้อมเปิดราคา “New Honda XL750 Transalp” รถบิ๊กไบค์สไตล์แอดเวนเจอร์  พร้อมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

New Honda XL750 Transalp มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (TRANSALP MAT BALLISTIC BLACK METALLIC) ราคาจำหน่ายที่ 389,000 บาท และสีขาว (TRANSALP ROSS WHITE ราคาจำหน่ายที่ 394,000 บาท

โดยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์รุ่น New Honda XL750 Transalp ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทางวิบาก ควบคุมง่ายด้วยเฟรมที่มีน้ำหนักเบาเพียง 208 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 750 ซีซี 2 สูบเรียง 8 วาล์ว ให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินไปกับการผจญภัยด้วย 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Travel, Sport, Standard, Rain และ User ซึ่งพละกำลังแตกต่างกันไปในแต่ละโหมด รวมไปถึงระบบความปลอดภัย ที่สามารถปรับค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเองตามความเหมาะสมในการใช้งาน

หน้าจอเรือนไมล์ ใช้หน้าจอแบบหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พ่วงด้วยระบบควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่างๆ สั่งงานด้วยเสียงขณะขับขี่ของฮอนด้า ผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync พร้อมเบาะนั่งที่ให้ความสบายสำหรับการขับขี่ในเมืองและการผจญภัยในทุกพื้นที่

ขับได้ทั้งเส้นทางออฟโร้ดและออนโร้ดด้วยล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว และล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ที่พร้อมระบบเบรก ABS ที่สามารถเปิด-ปิดได้ที่ล้อหลัง ควบคุมการขับขี่ได้

เปิดให้จองได้แล้ววันนี้ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ :  www.hondabigbike.com

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/hondabigbike

#TRANSALP750 #MountainAreCalling #Adventure #HondaBigBike

#ExcitesTheWorld #ExcitmentInEveryBreath

#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด

ฮอนด้า คว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2023

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2023 แบรนด์ในใจคนไทย

ฮอนด้า ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำอย่างต่อเนื่องด้วยการคว้ารางวัล “No.1 Brand Thailand” ประจำปี 2023 ประเภทรถจักรยานยนต์ที่ครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 จากผลสำรวจความนิยมของผู้บริโภคทั่วประเทศไทย โดยนิตยสาร Marketeer สื่อด้านการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศไทย นับเป็นการคว้ารางวัลนี้เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน

นายอารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราดำเนินธุรกิจโดยรับฟังเสียงของผู้บริโภคมาโดยตลอด ซึ่งทุกเสียงเราได้นำมาพัฒนาปรับปรุงในด้านของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งยังใส่ใจในการบริการและคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าในการขับขี่รถจักรยานยนต์อีกด้วย โดยฮอนด้าได้รับรางวัลติดต่อกันถึง 12 ปีซ้อนสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากคนไทยที่มีให้กับฮอนด้ามาโดยตลอด เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาต่อไป”

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์รับรางวัลเกียรติยศ No.1 Brand Thailand 2023

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์รับมอบรางวัลเกียรติยศ “No.1 Brand Thailand 2023” จาก Marketeer

กลุ่มตรีเพชร รับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2023” ตอกย้ำความสำเร็จแบรนด์รถปิกอัพยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทย หรือ “แบรนด์แห่งผู้นำ” ซึ่งเป็นผลสำรวจจากการเฟ้นหาแบรนด์สินค้าและบริการที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทย จัดโดยนิตยสาร Marketeer และ Marketeer Online โดยคุณสมคิด แสงอารยะกุล กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นผู้รับมอบรางวัล ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

โตโยต้า เปิดตัว INNOVA ZENIX ลุยตลาดครึ่งหลังปี 66

โตโยต้า เปิดประสบการณ์ใหม่กับรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งระดับพรีเมียม ALL-NEW TOYOTA INNOVA ZENIX “The Amazing Memories” ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด “อินโนวา ซีนิกซ์” ALL-NEW INNOVA ZENIX เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ศกนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของรถยนต์อเนกประสงค์ MPV 7 ที่นั่ง สู่ยนตรกรรมที่ผสานความทันสมัย แข็งแกร่ง ทรงพลัง พร้อมพาทุกคนในครอบครัวร่วมเดินทาง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์อันน่าประทับใจในสไตล์ MPV “Multi-Purpose Vehicle” สมบูรณ์แบบด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA “Toyota New Global Architecture” พร้อมช่วงล่างใหม่ และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ให้การควบคุมรถที่แม่นยำ ง่ายดาย ทัศนวิสัยรอบคันดีเยี่ยม มั่นใจทุกสภาพถนน ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ใหม่ล่าสุด ตอบสนองการขับขี่ที่นุ่มนวล ทรงพลัง กำลังสูงสุด 186 แรงม้า เกียร์ e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 21.3 กม./ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker) พร้อมความปลอดภัยเหนือระดับด้วย Toyota  Safety Sense เจเนอเรชันที่ 3

เปิดประสบการณ์ใหม่กับดีไซน์ใหม่ทั้งคัน จากหัวจรดท้าย จากภายนอก สู่ภายใน ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันระดับพรีเมียม เช่น เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารแถวสองปรับไฟฟ้าแบบ “Captain Seat” พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า และโต๊ะส่วนตัวแบบพับได้ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งแถว 3 พับเรียบเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ และสีพิเศษใหม่ Dark Steel Mica พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัยรอบคัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และอรรถรสในการขับขี่ สร้างความมั่นใจตลอดการเดินทาง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง เลือกเป็นเจ้าของได้ 2 รุ่น

รุ่น 2.0 HEV Smart

เปิดประสบการณ์ใหม่กับการออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบคัน

-พิเศษ! เบาะนั่งแถว 2 แบบ Captain Seat และโต๊ะส่วนตัวพับได้

-พิเศษ! หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ไร้สาย และ Android Auto

-ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

-ไฟหน้า และไฟท้าย LED

-ฝาท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์แบบ Kick Activated

-จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว

-เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

-เบาะนั่งแถว 3 แบบพับเรียบ (50:50)

-ระบบเบรกมือไฟฟ้า และหน่วงเบรกอัตโนมัติ

-ระบบเชื่อมต่อ T-Connect

เปิดประสบการณ์ใหม่กับสมรรถนะในการขับขี่ และความปลอดภัย

-พิเศษ! เครื่องยนต์ 2.0 ไฮบริด ใหม่ M20A-FXS Dual VVT-i

-ระบบเกียร์ E-CVT

-ระบบส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหน้า

-ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้า EPS

-ระบบกันสะเทือนล้อหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง

-ระบบกันสะเทือนล้อหลังแบบ Torsion Beam พร้อมเหล็กกันโคลง

-ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

-กล้องมองภาพขณะถอยหลัง

-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM และระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA

-ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS

-สัญญาณเตือนกะระยะ 8 ตําแหน่ง

-ถุงลมนิรภัย 6 ตําแหน่ง

ราคา 1,379,000 บาท

รุ่น 2.0 HEV Premium

เปิดประสบการณ์ใหม่กับการออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบคัน ระดับพรีเมียม

(อุปกรณ์ที่เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 HEV Smart)

-พิเศษ! หลังคามูนรูฟแบบ Panoramic

-พิเศษ! ภายในแบบทูโทน สีน้ำตาล Dark Chestnut และสีดำ

-พิเศษ! เบาะนั่งแถว 2 ปรับไฟฟ้าแบบ Captain Seat พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า และโต๊ะส่วนตัวพับได้

-ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

-กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

-พิเศษ! กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor

ราคา 1,479,000 บาท

เลือกเป็นเจ้าของรถ อินโนวา ซีนิกซ์ ใหม่ ได้ 2 รุ่น 4 สี

-สีดำ Dark Steel Mica

-สีขาว Platinum White Pearl*

-สีดำ Attitude Black Mica

-สีเงิน Silver Metallic

ตัดสินใจเป็นเจ้าของ อินโนวา ซีนิกซ์ ใหม่ วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ!**

-แพ็กเกจขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี (ช่วงปีที่ 6-10) พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

-ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด พร้อมฟรีค่าแรงจนถึง 100,000 กม.

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท   

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เป็นเจ้าของ ALL-NEW INNOVA ZENIX “The Amazing Memories” ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์…ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

พิเศษ พบกับกิจกรรม “ALL-NEW INNOVA ZENIX The Amazing Experience” ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ศกนี้ ที่ Toyota ALIVE บางนา

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/

Facebook: Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand          

มิตซูบิชิ จัดทริปเกาะขอบสนาม Thailand Super Series 2023 บางแสน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ต่อเนื่องความสนุก กับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นำทีมลูกค้าเกาะขอบสนามเชียร์ Thailand Super Series 2023 ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต

18 กรกฎาคม 2566 : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ต พร้อมเสิร์ฟความสนุกอย่างต่อเนื่อง ด้วยทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “มิตซูบิชิ เรซซิ่ง สปิริต สตรีท เซอร์กิต เอดิชั่น” (MITSUBISHI RACING SPIRIT STREET CIRCUIT EDITION) ครั้งที่ 2 นำโดย มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พาลูกค้าชมการแข่งขัน Thailand Super Series 2023 แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม พร้อมด้วยกิจกรรมความสนุกสุดพิเศษมากมาย และร่วมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จอีกครั้งของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กับทีม Singha TT Motorsport นำทีมโดยนักแข่ง บิลเลียด เกริกพงษ์ รัตนา รถหมายเลข 9 ที่คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 จากการแข่งขัน ใน Division 2 คลาส C สนามที่ 5 และ 6 ณ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

กิจกรรม “มิตซูบิชิ เรซซิ่ง สปิริต สตรีท เซอร์กิต เอดิชั่น” (MITSUBISHI RACING SPIRIT STREET CIRCUIT EDITION) จะยกขบวนความสนุก พาลูกค้าคนพิเศษไปร่วมเชียร์ 3 ทีมนักแข่ง ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ Singha TT Motorsports, A-Tech Ralliart Liqui Moly และ Fiat Racing ในการแข่งขันรถกระบะทางเรียบ Thailand Super Series 2023 สนามสุดท้าย ในเดือนธันวาคม 2566 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับลูกค้าที่สนใจร่วมกิจกรรมพิเศษกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook Fanpage: Mitsubishi Motors Thailand www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

เอ็มจี ชวนลูกค้าร่วมสนุก ลุ้นออกทริปเที่ยวฟรี MG Family Road Trip

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปักหมุดเตรียมจัดกิจกรรม MG FAMILY ROAD TRIP ให้ลูกค้า เอ็มจี ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีเที่ยวฟรีไปกับครอบครัวที่คุณรักในรูปแบบ Road Trip กว่า 40 คัน โดยมีให้เลือก 2 ภาค กับเส้นทางภาคตะวันออกเอาใจสายสีเขียวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติผสมผสานวัฒนธรรม และภาคใต้สำหรับสายชอบชิลริมทะเล

•ทริปภาคตะวันออก เดินทางวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2566 (3 วัน 2 คืน) บนเส้นทางกรุงเทพฯ – นครนายก – ปราจีนบุรี – สระแก้ว

•ทริปภาคใต้ เดินทางวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2566 (2 วัน 1 คืน) บนเส้นทางสงขลา – สตูล – เกาะตะรุเตา โดยเริ่มต้นการเดินทางที่หาดใหญ่

กติกาการร่วมสนุกกับกิจกรรม MG FAMILY ROAD TRIP ดังนี้

1.คอมเมนต์โดยโพสต์รูปของคุณที่ถ่ายคู่กับรถยนต์ MG ใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมบรรยายความประทับใจที่มีต่อรถ MG ของคุณ และใส่แฮชแท็กทริปที่สนใจอยากเข้าร่วม #ทีมภาคตะวันออก หรือ #ทีมภาคใต้

2.แชร์โพสต์กิจกรรมนี้เป็นสาธารณะ และใส่แฮชแท็ก #MGFamilyRoadTrip

จะเปิดให้ร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 – 23 กรกฎาคม 2566 จนถึงเวลา 17:00 น. เท่านั้น และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทั้ง 40 ท่าน ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ผ่านช่องทาง Facebook:www.facebook.com/MGcarsThailand โดยแบ่งเป็นทีมภาคตะวันออก 20 รางวัล และทีมภาคใต้ 20 รางวัล

เงื่อนไข:

1.เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

2.ขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ MG ตามเอกสารสมุดทะเบียนรถเท่านั้น และสามารถส่งข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนได้

3.รถที่ใช้ร่วมกิจกรรมต้องเป็นรถยนต์แบรนด์เอ็มจีเท่านั้น การยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมจะมีการเก็บค่ามัดจำ 1,500 บาท และจะได้รับเงินค่ามัดจำคืนเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรม

#MGFamilyRoadTrip #MGcarsTH #PassionDrives

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #กินเที่ยวชาร์จ #MGCarbonFreeRoadTrip #TrendyC2ภาคกลาง