ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน ประกาศลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลก ร่วมกับ แม็คลาเรน เรซซิ่ง (McLaren Racing) ในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพลังงานอย่างเป็นทางการ (Official Energy Technology Partner) เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำนวัตกรรมการจัดการพลังงานขั้นสูงมาใช้สนับสนุนทีมแข่งและโครงสร้างพื้นฐานของแม็คลาเรน
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ในฐานะซัพพลายเออร์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี โดยจะครอบคลุมการจัดการพลังงานของทีมแข่งระดับโลกในสังกัดของ แม็คลาเรน เรซซิ่ง ทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่:
- McLaren Mastercard Formula 1 Team (การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง)
- Arrow McLaren IndyCar Team (การแข่งขันอินดี้คาร์)
- McLaren F1 Academy (การแข่งขันพัฒนานักแข่งหญิง)
- McLaren United Autosports WEC Hypercar Team (การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอน)
ขอบข่ายความร่วมมือและเทคโนโลยีหลัก
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะเข้ามาบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานภายในศูนย์เทคโนโลยีแม็คลาเรน (McLaren Technology Centre) ณ เมืองโวกกิ้ง สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่และฐานการผลิต โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ให้มีเสถียรภาพสูงสุดและลดการใช้พลังงานในพื้นที่สำคัญ เช่น อุโมงค์ลม (Wind Tunnel) โรงงานผลิต และศูนย์ข้อมูลไอที (Data Center) ผ่าน 2 เทคโนโลยีหลัก:
- ระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าขั้นสูง (Advanced Electrification): เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน
- เทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twin): การจำลองโมเดลเสมือนจริงของระบบพลังงาน เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึก (Data Insights) สำหรับนำมาวิเคราะห์และยกระดับประสิทธิภาพความยั่งยืนแบบเรียลไทม์
นายแซค บราวน์ (Zak Brown) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คลาเรน เรซซิ่ง เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการยกระดับการดำเนินงานของทีมแข่งให้มีความชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ท้าทาย
ด้าน นายโอลิวิเยร์ บลูม (Olivier Blum) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวเสริมว่า กีฬามอเตอร์สปอร์ตถือเป็นบททดสอบที่เข้มงวดที่สุดในการพิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีพลังงานและระบบดิจิทัล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงพร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านความเสถียรของระบบ มาสร้างความแตกต่างในการจัดการพลังงานอัจฉริยะให้กับแม็คลาเรนทั้งในสนามและนอกสนามแข่ง





