- นวัตกรรมล่าสุดนี้ช่วยยกระดับความปลอดภัย สมรรถนะยานยนต์โดยรวม และประสบการณ์การขับขี่ ไปอีกขั้น
- ขึ้นแท่นโซลูชั่นล้ำสมัยเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น โดยเป็นซอฟต์แวร์เทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม รองรับยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ และสามารถใช้งานได้กับยานยนต์ทุกประเภท
- พร้อมเสริมความแกร่งให้กับมิชลินในฐานะผู้นำตลาดยางรถยนต์
มิชลิน (Michelin) ประกาศเปิดตัว Universal Tire Digital Twin เทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริงที่ทำงานผ่านซอฟต์แวร์ 100% สามารถแปลงข้อมูลจากระบบของตัวรถ (In-Vehicle Data) ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพยางแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติมที่ตัวยาง รองรับการใช้งานร่วมกับยางและยานยนต์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่
เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ของยางรถยนต์ เข้ากับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริทึมด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ซึ่งผ่านการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 10 ปี พร้อมผ่านการทดสอบใช้งานจริงเป็นระยะทางหลายล้านกิโลเมตร

การทำงานและการประมวลผลแบบเรียลไทม์
Universal Tire Digital Twin จะทำหน้าที่วิเคราะห์และคาดการณ์สภาพยางอย่างต่อเนื่อง โดยคำนวณจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
- แรงดันลมยางและการสึกหรอ
- น้ำหนักบรรทุก
- ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและสภาพการขับขี่
ระบบจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลผลร่วมกับระบบควบคุมภายในรถยนต์ เพื่อคาดการณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนล่วงหน้า ป้องกันการเหินน้ำ ตรวจจับการบรรทุกน้ำหนักเกิน ตลอดจนสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) เพื่อยืดอายุการใช้งานของยางและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

รองรับสถาปัตยกรรมยานยนต์ยุคใหม่ (SDV)
เนื่องจากระบบนี้ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ทั้งหมด จึงสามารถทำหน้าที่เป็น “สมองดิจิทัล” ที่ฝังตัวเข้ากับโครงสร้างยานยนต์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software Defined Vehicle: SDV) ได้ทันที โดยสามารถใช้งานได้กับทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถรับ-ส่งอัตโนมัติไร้คนขับ (Self-Driving Shuttles)
ทั้งนี้ ข้อมูลจากผลวิจัยระบุว่า ตลาดยานยนต์ SDV มีมูลค่าอยู่ที่ 213.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 1.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 มิชลินจึงวางเป้าหมายในการเป็นพันธมิตรรายสำคัญเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค SDV
ความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ
มิชลินได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีหลายราย อาทิ Brembo, Hyundai, QNX, ETAS และ Sonatus ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
โดยหนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความร่วมมือกับ Brembo ในการนำข้อมูลสภาพยางจาก Digital Twin เข้าไปบูรณาการร่วมกับอัลกอริทึมของระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเบรกกะทันหัน และสามารถลดระยะเบรกสั้นลงได้สูงสุดถึง 4 เมตร
