ศูนย์วิจัยวัสดุยั่งยืน (Center for Sustainable Materials: CMD) ณ มิชลิน อินโนเวชัน พาร์ค – กาตารู (Michelin Innovation Park – Cataroux) ร่วมกับ Syntetica บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ของยุโรป ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีรีไซเคิลสิ่งทอผสมที่มีไนลอนเป็นส่วนประกอบหลักไปสู่ระดับอุตสาหกรรม คาดเปิดดำเนินการโรงงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบภายในปี พ.ศ. 2570
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ของมิชลิน ร่วมกับกระบวนการรีไซเคิลเชิงเคมีที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของ Syntetica โดยจะมีการติดตั้งระบบต้นแบบ (Pilot Installation) ภายในพื้นที่ของมิชลินเพื่อยกระดับนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่โซลูชันเชิงอุตสาหกรรมที่สามารถนำไปใช้งานซ้ำได้จริง

แก้โจทย์ข้อจำกัดการรีไซเคิลสิ่งทอแบบดั้งเดิม
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วโลกสามารถรีไซเคิลขยะสิ่งทอได้ต่ำกว่า 1% เนื่องจากเสื้อผ้าและสิ่งทอเชิงเทคนิคมักเป็นวัสดุผสม (Mixed Textiles) จากเส้นใยสังเคราะห์หลายชนิด ซึ่งยากต่อการแยกประเภท เทคโนโลยีของ Syntetica จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าวผ่านไฮไลต์ทางเทคนิค ดังนี้:
- กระบวนการเคมีอุณหภูมิต่ำ (Low-Temperature Chemical Process): สามารถรีไซเคิลสิ่งทอผสมที่มีไนลอนเป็นส่วนประกอบหลักได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการคัดแยกประเภทวัสดุก่อน
- ผลผลิตบริสุทธิ์สูง (High-Purity Output): สกัดออกมาเป็น ไนลอน 6 (Nylon 6) และ ไนลอน 6.6 (Nylon 6.6) ที่มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำกลับไปหมุนเวียนใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ และอุตสาหกรรมทั่วไปได้ทันที
- กำลังการผลิต: ในระยะแรกของระบบต้นแบบจะรองรับการรีไซเคิลขยะสิ่งทอในปริมาณหลายตัน และจะขยายขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรมในปี 2570

รองรับมาตรการบังคับด้านสิ่งแวดล้อมของยุโรป
การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้บริบทของกฎระเบียบยุโรปภาคบังคับ (EU Regulations) ที่เริ่มกำหนดให้มีการคัดแยกขยะสิ่งทอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 และจะเพิ่มความเข้มงวดด้านสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลในภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป โดยเทคโนโลยีนี้จะดำเนินงานผ่าน Green Chemistry Platform ของ Syntetica ซึ่งออกแบบมาให้สามารถต่อยอดเพื่อใช้รีไซเคิลพอลิเมอร์ประเภทอื่น ๆ ได้ในอนาคต

มุมมองของผู้บริหาร
นายมาร์โก แบร์โตเน่ (Marco Bertone) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Syntetica กล่าวว่า มาตรฐานการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมที่เข้มงวดของมิชลิน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เทคโนโลยีรีไซเคิลเชิงเคมีนี้ พัฒนาไปสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ
ด้าน นายปาทริซ เคฟาลาส (Patrice Kéfalas) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวัสดุยั่งยืนของมิชลิน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของมิชลินในการนำประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมระดับสากลมาพัฒนาโซลูชันที่เป็นรูปธรรม เพื่อเร่งอัตราการหมุนเวียนและนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด






