- Advertisement -
36.7 C
Bangkok
Homeข่าวประชาสัมพันธ์เอ็มจี ทุ่มงบกว่า 500 ล้าน สร้างโรงงานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

เอ็มจี ทุ่มงบกว่า 500 ล้าน สร้างโรงงานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

- Advertisement -

เอ็มจี เตรียมสร้างโรงงานแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้า จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK มูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดพิธีวางศิลาฤกษ์พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมพัฒนาพื้นที่ภายในโรงงานกว่า 75 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ และ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต ด้วยงบลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ภาพพิธีวางศิลาฤกษ์

1. มร. กง เจิ้ง นายกเทศมนตรี และรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน นครเซี่ยงไฮ้ (คนที่ 6 จากซ้าย)

2. มร. หยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย (คนที่ 5 จากซ้าย)

3. มร. เฉิน หง ประธานบริษัท SAIC MOTOR CORPORATION (คนที่ 5 จากขวา)

4. คุณธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (คนที่ 4 จากขวา)

5. มร.จ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (ซ้ายสุด)

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 100,000 คันต่อปี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้แล้วกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย โรงงานประกอบตัวถัง (General Assembly Shop) โรงงานพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop) โรงผลิตตัวถัง (Body Shop) ซึ่งไลน์ผลิตทั้งหมดประกอบไปด้วยเทคโนโลยีการติดตั้งหุ่นยนต์สำหรับใช้ในสายการผลิต เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ และเสริมสร้างความปลอดภัยในสายการผลิต อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานและมลพิษต่างๆ เพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากไลน์การผลิตแล้วภายในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นคลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจี ทุกรุ่น

ซึ่งพื้นที่อีก 137.5 ไร่ที่เหลือ ในช่วงแรกจะถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ เพื่อให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ประกอบไปด้วย อาคารโรงงานสำหรับการพัฒนาชิ้นส่วนโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึงไลน์การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี และพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลานจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่ง

มร.จ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ภายใต้ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD จากจีนเป้าหมายหลัก คือการสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของไทย คือ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก EEC (Eastern Economic Corridor) ของไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมระดับโลก อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สำคัญ ทำให้ SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้จับมือกันร่วมก่อตั้ง บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เพื่อผลิตรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุน จากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทำให้แบรนด์ เอ็มจี สามารถเป็นหนึ่งในตัวเลือกของลูกค้าชาวไทย

ปัจจุบันมีรถยนต์ เอ็มจี วิ่งในท้องถนนแล้วกว่า 180,000 คัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยได้ตอบสนองแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศภายใต้โมเดล BCG หรือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นเศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ที่ผสมผสานการพัฒนา 3 ด้านหลัก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่ถือเป็นวาระแห่งชาติปี 2564-2569 ของรัฐบาลไทย  ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้เทียบชั้นระดับโลก จนถึงตอนนี้ เอ็มจี ได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีปริมาณการถือครองสูงสุดและเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตัดสินใจสร้างพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK แห่งนี้ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสถานที่แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 75 ไร่ และจะทำให้ชิ้นส่วนหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจาก เอ็มจี สามารถผลิตในประเทศ  เพื่อเปิดศักราชใหม่ของ SAIC-CP 2.0”

ทั้งนี้ พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK แบ่งเป็น 3 ระยะการก่อสร้าง โครงการระยะแรกตั้งเป้าแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคม 2566 โดยมีมูลค่าการลงทุนสำหรับโครงการระยะแรกมากกว่า 500 ล้านบาท

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
ช่องทางติดตามสมาคม
16,985FansLike
2,458FollowersFollow
61,453SubscribersSubscribe
เรื่องหน้าสนใจ
- Advertisement -
- Advertisement -
เรื่องล่าสุด
- Advertisement -

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save